นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้แจ้งให้หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ทำความเข้าใจกับพนักงานและข้าราชการ ในการแสดงความเห็นทางการเมือง ซึ่งสามารถดำเนินการได้ในช่วงนอกเวลางาน แต่ในเวลางาน ขอให้ปฏิบัติงาน เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือนร้อน เพราะงานส่วนใหญ่ของกระทรวงคมนาคมเป็นงานบริการ ที่มีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน “ในเวลาทำงานต้องมีภาระหน้าที่ให้บริการประชาชน แต่ถ้านอกเวลางานเป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งกำชับให้ทำความเข้าใจ โดยเฉพาะหน่วยงานบริการ ไม่ว่าจะเป็นร.ฟ.ท. ขสมก. ซึ่งส่วนใหญ่เข้าใจ เพราะการหยุดงานและทำให้ประชาชนเดือดร้อนไม่เป็นผลดี” นายดำรงค์ ไวยคณี ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ สร.กบท. กล่าวว่า ที่ประชุมกรรมการสหภาพฯ เพื่อกำหนดท่าทีการเคลื่อนไหวคัดค้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ได้มีมติให้สิทธิพนักงานแต่ละบุคคลตัดสินใจอย่างอิสระว่าจะหยุดงาน 3 วันระหว่างวันที่ 13-15 พ.ย.นี้ หรือไม่ หากพนักงานมองว่าการหยุดงานจะทำให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติก็สามารถทำได้ เพราะการบินไทยเป็นรัฐวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการเมืองมาโดยตลอด “จากการสอบถามพบว่า สมาชิกส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการยกระดับการต่อสู้เป็นการหยุดงาน เพื่อแสดงออกถึงการคัดค้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรมร่วมกับประชาชน คาดจะเห็นการหยุดงานของพนักงานบางส่วนตั้งแต่วันที่ 13 พ.ย. เป็นต้นไป” นายอำพน ทองรัตน์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า สร.ร.ฟ.ท.สนับสนุนการแสดงสิทธิตามระบอบประชาธิปไตย แต่การแสดงจุดยืนจะต้องไม่สร้างความเดือดร้อน โดยที่ผ่านมามีพนักงานของร.ฟ.ท.เข้าร่วมชุมนุมคัดค้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรมอยู่แล้ว แต่การจะหยุดงานเพื่อแสดงสัญลักษณ์การต่อต้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรมนั้น จะทำให้ประชาชนเดือดร้อน และขัดต่อกิจการของร.ฟ.ท.ที่ต้องให้บริการประชาชน “ร.ฟ.ท.มีหน้าที่ให้บริการประชาชน การดำเนินการใดๆ จำเป็นต้องคำนึงถึงหน้าที่เป็นสำคัญ ถ้าหยุดงานแล้วประชาชนเดือดร้อน ผมก็ไม่เห็นด้วย เพราะการหยุดงานที่ผ่านมาเรามีบทเรียนแล้ว” นายวีระพงศ์ วงแหวน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (สร.ขสมก.) กล่าวว่า วันที่ 13 พ.ย.นี้ จะเรียกประชุมกรรมการบริหารสหภาพฯทั้ง 8 เขตการเดินรถ เพื่อกำหนดท่าทีของสหภาพฯในการเคลื่อนไหวต่อต้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งจะรวมถึงการพิจารณาว่าจะเข้าร่วมหยุดงานด้วยหรือไม่ แต่ยืนยันว่าหากมีการหยุดงานจริง ต้องไม่กระทบต่อการให้บริการกับประชาชน และการหยุดงานจะต้องไม่ผิดกฎหมายแรงงาน นายฉลองรัฐ กุลสนั่น รองประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการท่าเรือแห่งประเทศไทย (สร.กทท.) กล่าวว่า สหภาพฯมีจุดยืนชัดเจนที่ต่อต้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรม แต่ไม่มีจุดยืนที่จะหยุดงานประท้วง เพราะเกรงว่าจะเกิดผลกระทบต่อประชาชนและธุรกิจในภาพรวม ซึ่งในอดีตสหภาพฯได้รับรู้ถึงความเสียหายจากการหยุดงานมาแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีตัวแทนสหภาพฯเข้าร่วมชุมนุมต่อต้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรม บริเวณถนนราชดำเนิน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชัชชาติ แจ้งทุกหน่วยงานห้ามหยุด
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















เรือเอกอิทธิชัย สุพรรณกูล รองผู้อำนวยการ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานการให้บริการเรือ สินค้าและตู้สินค้าผ่านท่าเรือของกทท.ในปีงบประมาณ 56 ตั้งแต่เดือนต.ค.55-ก.ย.56 ยังขยายตัวได้ต่อเนื่องตามภาวะเศรษฐกิจ โดยมีตู้สินค้าทั้งตู้บรรจุสินค้าและตู้เปล่าผ่านท่าจำนวน 7.470 ล้านทีอียู โดยแยกเป็นท่าเรือกรุงเทพ หรือท่าเรือคลองเตย มีเรือเทียบท่า 3,337 เที่ยว เพิ่มขึ้น 7.09% สินค้าผ่านท่า 21.207 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 18.32% และตู้สินค้าผ่านท่า (รวมตู้เปล่า) 1.496 ล้านทีอียู เพิ่มขึ้น 17.40% ท่าเรือแหลมฉบัง มีเรือเทียบท่า 7,621 เที่ยว ลดลง 10.94% สินค้าผ่านท่า 66.917 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 2.59 % และตู้สินค้าผ่านท่า 5.974 ล้าน ทีอียู. เพิ่มขึ้น 2.47% ส่วนท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน มีเรือเทียบท่า 8,367 เที่ยว เพิ่มขึ้น 284.69% สินค้าผ่านท่า 309,913 ตัน เพิ่มขึ้น 236.00% ท่าเรือเชียงของมีเรือเทียบท่า 208 เที่ยว เพิ่มขึ้น 21.64% สินค้าผ่านท่า 55,990 ตัน เพิ่มขึ้น 11.24% ท่าเรือระนองมีเรือเทียบท่า 282 เที่ยว เพิ่มขึ้น 34.29% สินค้าผ่านท่า 134,795 ตัน เพิ่มขึ้น 68.06% ขณะที่เป้าหมายในปีงบประมาณ 57 คาดจะมีตู้สินค้าผ่านท่าเรือ กทท. เพิ่มเป็น 7.694 ล้านทีอียู โดยท่าเรือกรุงเทพจะมีปริมาณตู้สินค้า ผ่านท่ามากถึง 1.540 ล้านทีอียู เติบโต 3% และท่าเรือแหลมฉบังจะมีปริมาณตู้สินค้าผ่านท่า 6.154 ล้านทีอียู ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3% “แม้ที่ผ่านมาภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง สะท้อนผ่านการส่งออกของประเทศ โดยในช่วงเดือนม.ค.-ก.ย.56 ขยายตัว 0.05% ขณะที่จีดีพีทั้งปีจะเติบโตชะลอตัวลงเพียง 3.7% เพราะความผันผวนของค่าเงิน อย่างไรก็ดี ประเทศไทยมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและมีความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อจากปัจจัยภายนอกลดลง ขณะที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มทรงตัว ประกอบรัฐบาลให้ความสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการส่งออก ซึ่งช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการส่งออก จนแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้ จึงทำให้ภาคการค้าเติบโตได้ต่อเนื่อง”
ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ให้ชี้แจงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำผู้ชุมนุมกลุ่มต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ประกาศชักชวนผู้ประกอบธุรกิจร่วมมือไม่จ่ายภาษีเงินได้ เพื่อกดดันการทำงานของรัฐบาลว่า อยากให้ทุกคนอย่าหลงเชื่อคำยุยงดังกล่าว เพราะจะส่งผลเสียหายต่อเศรษฐกิจประเทศ และยังเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ขณะเดียวกันผู้ที่ไม่เสียภาษีก็ต้องเสียค่าปรับ ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามมาในภายหลังด้วย “กระทรวงการคลัง มีหน้าที่รักษาวินัยทางการเงินการคลัง จึงไม่อยากให้ประชาชนทำผิดกฎหมาย และคงไม่มีใครมารับผิดชอบผลเสียหายนี้ได้ เพราะถ้าไม่ทำตามหน้าที่ของตัวเองเสียภาษี ก็ต้องถูกจ่ายค่าปรับ นอกจากนี้รัฐบาลก็ไม่มีนโยบายไปคุกคามกลั่นแกล้งผู้ชุมนุม เหมือนที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่เข้าร่วมชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ ข้าราชการ รวมถึงนักแสดง จะถูกตรวจสอบภาษีย้อนหลัง เพราะรัฐบาลเคารพสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก และปฏิบัติด้วยความเป็นธรรม”