แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีมติเห็นชอบให้ ธ.ก.ส. นำสภาพคล่อง 55,000 ล้านบาท จากเงินทั้งหมด 82,000 ล้านบาท ที่สำนักงบประมาณได้จัดสรรให้ธ.ก.ส. เพื่อชดเชยส่วนต่างจากโครงการรับจำนำข้าวในฤดูกาลผลิตที่ผ่านมา เป็นเงินสำรองจ่ายให้เกษตรกรที่นำข้าวมาจำนำฤดูการผลิต 56/57 จำนวน 1.2 ล้านตัน แต่ยังไม่ได้รับเงินไปก่อน ในระหว่างที่รอสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะหรือสบน.จัดหาแหล่งเงินกู้สำหรับใช้ในโครงการรับจำนำรอบใหม่วงเงิน 140,000 ล้านบาท โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน คาดว่าจะเริ่มจ่ายเงินให้เกษตรกรได้ในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ยังเห็นชอบให้มีการเพิ่มกรอบวงเงินเพื่อใช้ในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล เป็นการชั่วคราว เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวรอบใหม่ เพราะที่ผ่านมาครม.มีมติว่ากรอบการรับจำนำข้าวต้องไม่เกิน 500,000 ล้านบาท แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านธ.ก.ส.จ่ายเงินในโครงการรับจำนำข้าวไป 679,452 ล้านบาท ซึ่งเกินกรอบวงเงิน 179,452 ล้านบาท ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ระบายข้าวและคืนให้ธ.ก.ส.เพียง 130,000 ล้านบาทจึงจำเป็นต้องจัดหาเงินทุนหมุนเวียนมาใช้ภายในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรก่อน โดยจะเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาก่อนจะเสนอให้ครม. เห็นชอบต่อไป นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.การคลัง กล่าวว่า ธนาคารจะเร่งดำเนินการจ่ายเงินให้เกษตรกรที่นำข้าวเข้าร่วมโครงการรับจำนำรอบใหม่ได้ภายในวันที่ 14 พ.ย. นี้ ส่วนของการกู้เงินเพื่อใช้ในโครงการรับจำนำข้าวนั้น สบน. จะเริ่มดำเนินการกู้เงินในช่วงต้นปี 57 ส่วนวงเงินอีก 130,000 ล้านบาท จะต้องมาจากการระบายข้าวในสต็อกของกระทรวงพาณิชย์ “ได้หารือกันชัดเจนแล้วว่า ไม่ว่าจะเป็นโครงการรับจำนำข้าวรอบเก่าที่ผ่านมาหรือรอบใหม่ที่กำลังดำเนินการ วงเงินดำเนินการทั้งหมดสุดท้ายจะต้องอยู่ในกรอบที่ ครม. กำหนดคือ 500,000 ล้านบาท โดยเป็นวงเงินจากการกู้ของกระทรวงการคลัง 410,000 ล้านบาท และจาก ธ.ก.ส. 90,000 ล้านบาท แต่ถ้าเงินไม่พอและจะดึงเงินสภาพคล่องของ ธ.ก.ส. มาใช้อีกหรือไม่นั้น จะใช้ในกรณีที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้น”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชาวนาเฮ ธ.ก.ส.เตรียมจ่ายเงินจำนำข้าวรอบใหม่สัปดาห์หน้า
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















พลเอก พฤณท์ สุวรรณทัต รมช.คมนาคม เปิดเผยหลังหารือร่วมกับตัวแทนจากกลุ่มผู้พิการภาคีเครือข่ายรถเมล์ว่า กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และคณะกรรมการพิจารณาร่างทีโออาร์โครงการจัดซื้อรถโดยสารใช้เอ็นจีวี 3,183 คัน ดำเนินการปรับปรุงร่างทีโออาร์ใหม่ ในส่วนของรถโดยสารธรรมดาตามข้อเสนอแนะของตัวแทนจากกลุ่มผู้พิการ โดยให้ปรับสเปครถโดยสารธรรมดาเป็นลักษณะกึ่งชานต่ำ และมีความสูงจากพื้นถนนถึงพื้นรถไม่เกิน 60 ซม. ประตูขึ้น-ลงมีความกว้างไม่น้อยกว่า 90 ซม. เพื่อให้สามารถรองรับผู้พิการ เนื่องจากสภาพถนนในกรุงเทพฯ มีความลาดชันสูง ทั้งนี้ ปัจจุบันคณะกรรมการพิจารณาร่างทีโออาร์ ซึ่งมีนายนเรศ บุญเปี่ยม รองผู้อำนวยการ ขสมก. เป็นประธานคณะกรรมการฯ อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำทีโออาร์ โดยจะพิจารณาอย่างระมัดระวังและรอบคอบ โดยพิจารณาส่วนประกอบของรถ (แคซซี) ให้ถูกต้องตามประเภทของรถที่ระบุไว้ในทีโออาร์ ซึ่งในเรื่องนี้ กระทรวงคมนาคม มีนโยบายในการจัดซื้อรถโดยสารเอ็นจีวี เพื่อให้บริการประชาชนได้ทุกประเภท ซึ่งจากทีโออาร์เดิมจะจัดซื้อรถโดยสารธรรมดาและรถปรับอากาศ โดยพิจารณาเรื่องความเหมาะสมในการใช้งานตามลักษณะของรถ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการฯ จะพิจารณาปรับปรุงร่างทีโออาร์ให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า และจะนำขึ้นเว็บไซต์เพื่อรับฟังความเห็น ครั้งที่ 6 ต่อไป หากไม่มีข้อเสนอและความคิดเห็นเพิ่มเติม จะนำขึ้นเว็บไซต์ ครั้งที่ 7 เพื่อยืนยันร่างทีโออาร์ ก่อนประกาศเปิดขายซองประกวดราคา คาดว่าขั้นตอนทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 37 วัน ซึ่งในต้นเดือนก.พ. 57 บริษัทที่ได้รับการคัดเลือกจะส่งรถมาทำการทดสอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 8 พ.ย. ดัชนีอ่อนตัวลงแรงทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นก็ดำดิ่งในแดนลบอย่างหนัก ตามแรงเทขายกระจายในหุ้นขนาดใหญ่กลุ่มสื่อสาร ธนาคารพาณิชย์ และพลังงาน กดดันให้ราคาหุ้นแดงเกือบทั้งกระดาน หลังนักลงทุนยังกังวลสถานการณ์การเมืองในประเทศที่มีความไม่แน่นอน จึงไม่ต้องการถือหุ้นข้ามสัปดาห์ อีกทั้งเคลื่อนไหวตามตลาดหุ้นต่างประเทศที่ปรับลดลงกันถ้วนหน้า ฉุดให้ระหว่างวันหุ้นไทยปรับลดลงหลุดระดับ 1,400 จุด โดยลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ 1,397.99 จุด ก่อนทะยานขึ้นสูงสุดที่ 1,415.75 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,405.03 จุด ลดลง 20.20 จุด หรือ 1.42% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 36,806.16 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1. เอไอเอส ปิดที่ 228.00 บาท ลดลง 8.00 บาท 2. อินทัช ปิดที่ 77.50 บาท ลดลง 2.50 บาท 3. จัสมิน ปิดที่ 7.95 บาท ลดลง 0.25 บาท 4. ทรู ปิดที่ 8.10 บาท ลดลง 0.35 บาท 5. ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่ 166.50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง