นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาข้าวไทย เปิดเผยถึงกรณีกลุ่มชาวนาจะทำหนังสือถึงกระทรวงพาณิชย์ให้เร่งเตรียมพร้อมและเปิดจุดรับจำนำข้าวเพิ่มว่า ขณะนี้ชาวนาจำนวนมากเริ่มรู้สึกระแวงการดำเนินการโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลแล้ว เพราะหลายรายที่ได้รับใบประทวนตามโครงการรับจำนำข้าวแล้วแต่ไม่สามารถเบิกจ่ายเงินได้ ทั้ง ๆ ที่ทำตามขั้นตอนแล้วจะเบิกจ่ายเงินได้ภายใน 7 วันหลังได้รับใบประทวน ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) และรัฐบาล ก็ไม่มีการออกมาชี้แจงเลย สำหรับกรณีที่มีชาวนาบางกลุ่มเร่งให้เตรียมพร้อมและเปิดจุดรับจำนำข้าวเพิ่มขึ้น เนื่องจากจะได้เร่งนำข้าวที่เก็บเกี่ยวแล้วเข้าโครงการรับจำนำ เพื่อที่จะได้ใช้เวลาในการเบิกจ่ายเงินได้ทันและนำไปใช้ในการลงทุนปลูกข้าวรอบต่อไป “ทุกวันนี้รัฐบาลไม่ทำอะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องข้าว มัวแต่เอาเวลาไปเดินสายชี้แจงตามรายภาค ซึ่งไม่ใช่เรื่อง เพราะมีคณะอนุกรรมการแต่ละจังหวัดอยู่แล้ว การเดินสายชี้แจงนั้นเป็นการทำงานแปลก ๆ อย่างไรไม่รู้ หรือจะเป็นการเดินสายเพื่อเอาพ.ร.บ.นิรโทษกรรมพ่วงไปชี้แจงด้วยหรือเปล่า” อย่างไรก็ดี เห็นว่าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาลยังจำเป็นต้องเดินหน้าต่อ จนกว่าจะสิ้นสุดโครงการ แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือ จะหาวิธีแก้ปัญหาไม่ให้ชาวนาที่เข้าร่วมโครงการเดือดร้อนได้อย่างไรมากกว่า นายวิเชียร พวงลำเจียก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวว่า มีการจ่ายเงินให้ชาวนาที่นำข้าวมาเข้าโครงการรับจำนำข้าวล่าช้าจริง โดยเป็นการเบิกจ่ายในงวดวันที่ 16-30 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งทยอยจ่ายเงินให้กับชาวนา ส่วนที่ทำหนังสือถึงกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้เปิดจุดรับจำนำข้าวเพิ่มขึ้น เป็นส่วนของชาวนาที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่และลำพูน เนื่องจากทั้ง 3 จังหวัดนี้มีโรงสีที่เข้าร่วมโครงการน้อยและไม่เพียงพอต่อความต้องการ “การที่รัฐบาลจำกัดปริมาณรับจำนำข้าวไม่เกินครัวเรือนละ 350,000 ตัน ซึ่งเป็นปริมาณที่น้อยกว่าความเป็นจริงที่ชาวนาผลิตได้มาก ประกอบกับในพื้นที่มีโรงสีที่เข้าร่วมโครงการน้อย ทำให้ต้องแย่งกันเข้าเพื่อให้ทัน ทำให้ส่วนที่เหลือชาวนาต้องนำไปขายเงินสด ซึ่งได้ราคาอยู่ที่ตันละ 8,000-9,000 บาทเท่านั้น” ขณะเดียวกัน สมาคมได้ทำหนังสือผ่านกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) พิจารณาขยายเวลาโครงการรับจำนำข้าวเปลือกรอบแรก (นาปี) ที่กำหนดระยะเวลาโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 56-28 ก.พ.57 ออกไปเล็กน้อย เพราะชาวนาในพื้นที่ภาคกลางที่ถูกน้ำท่วมขังอยู่นั้น คาดว่าจะเริ่มกลับมาทำนาได้ประมาณช่วงปลายเดือนธ.ค.ถึงต้นเดือนม.ค. หากไม่พิจารณาให้ขยายเวลาออกไป จะทำให้มีชาวนาและข้าวจำนวนหนึ่งที่ตกไม่ทันเข้าโครงการ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชาวนาระแวงไม่ได้เงินรับจำนำ
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ประมาณ 100 คนแสดงจุดยืนคัดค้าน พ.ร.บ. นิรโทษกรรมในช่วง ที่ผ่านมา ทำให้นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เดินเข้ามาพูดคุยกับผู้สื่อข่าวที่ห้องสื่อข่าวกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ได้เชิญผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมาหารือร่วมกัน เพื่อทำความเข้าใจและขอความร่วมมือว่า การที่ข้าราชการที่จะออกมาแสดงความเห็นทางการเมืองนั้นว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ซึ่งอาจนำไปสู่ความร้าวฉานภายในได้ แต่กระทรวงไม่ถือว่ามีความผิดเพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล เพียงแต่ขอให้ออกไปแสดงความเห็นนอกเขตกระทรวง หรือนอกเวลาทำงาน“ต้องเข้าใจถึงหมวกข้าราชการที่สวมอยู่ด้วย ดังนั้นจึงต้องแยกออกจากกันให้ชัดเจน แม้ว่าเหตุการณ์จะทำกันนอกเวลาราชการแต่ก็ยังมีป้ายกระทรวงติดอยู่ ซึ่งภาพที่ออกมามันไม่เหมาะสม อย่างไรก็ดีขอยืนยันว่า จะไม่มีการเอาผิดกับข้าราชการกลุ่มดังกล่าว เพราะเข้าใจถึงเรื่องสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น”
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว. คลัง เปิดเผยว่า การคัดค้านกฏหมายนิรโทษกรรมขณะนี้ ถือว่า มีการขยายเป็นวงกว้างจากทุกส่วน ทั้งสถาบันการศึกษา นักธุรกิจ ดังนั้นรัฐบาลควรจะฟังเสียงประชาชน และนำไปคิดบ้างโดยการประชุมวุฒิสภาวันที่ 11 พ.ย. นี้ คาดหวังว่า ร่างกฎหมายนี้ จะไม่ผ่านการพิจารณา เพื่อมีเวลา 180 วันในการปรับปรุงเนื้อหาเพื่อนำไปสู่ความสมานฉันท์ของบ้านเมือง และถ้าดึงดันผ่านการพิจารณาของวุฒิสภา คงจะมีการต่อต้านมากขึ้น และหากเป็นเช่นนั้นก็คงจะต้องไปหวังที่กระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ”ถ้าจะให้เรื่องนี้จบเร็วก็คือการพิจารณาของวุฒิสภาวันที่ 11 พ.ย.นี้ เพราะปล่อยไว้ก็ไม่รู้อารมณ์ของคนที่มาต่อต้านก็จะยุ่งยากขึ้น และปัญหาทั้งหมดนี้รัฐบาลเองจะปัดความรับผิดชอบไม่ได้เพราะต้องดูแลเรื่องความสงบบ้านเมืองจะไปโยนเป็นเรื่องของสภา ฯ ไม่ได้”ม.ร.ว.ปรีดิยาธรกล่าวนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า วันที่ 8 พ.ย. นี้ ส.อ.ท.จะนัดประชุมกรรมการบริหารส.อ.ท.วาระพิเศษเพื่อพิจารณาแนวทางความคิดเห็นชองสมาชิกทั่วประเทศเพื่อกำหนดท่าทีต่อร่างกฏหมายนิรโทษกรรม โดยเบื้องต้นส.อ.ท.เองมีความกังวลเนื่องจากการคัดค้านหากมีความรุนแรงก็จะกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจของไทยได้ซึ่งปีนี้เศรษฐกิจไทยเองก็ได้รับผลกระทบจากปัจจัยเศรษฐกิจภายนอกมาพอสมควรแล้ว