นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 6-13 พ.ย. 56 กรมฯ ร่วมกับสำนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และ สมาพันธ์สมาคมภาพยนต์แห่งชาติ นำผู้ประกอบการไทยด้านภาพยนต์ 20 รายเข้าร่วมงาน “อเมริกัน ฟิล์ม มาร์เก็ต 2013” ประเทศสหรัฐฯ พร้อมทั้งเจรจาธุรกิจ กับนักลงทุน ผู้สร้าง ผู้กำกับ ผู้ซื้อหนังในตลาดฮอลลีวูด และชาติอื่นๆ 30 – 50 ราย เพื่อขยายตลาดอุตสาหกรรมบันเทิงของไทย ทั้งนี้กรมฯประเมินว่าธุรกิจบันเทิงไทยมีศักยภาพค่อนข้างสูงมากและการส่งออกออกอุตสาหกรรมประเภทนี้ของไทยจะขยายตัวไม่ต่ำกว่าปีละ 10-15% ในช่วงปี 56-59 เนื่องจากผู้ผลิตหนังระดับโลกรวมถึง ตลาดฮอลลีวูดหันมาหาแหล่งผลิตภาพยนต์ที่มีศักยภาพสูง และไทยเป็นประเทศที่ได้รับความสนใจในฐานะประเทศที่ผลิตงานคุณภาพสูงแต่ต้นทุนการผลิตไม่สูง “ ในปี 55 มูลค่าการตลาดของธุรกิจภาพยนตร์ไทยมีประมาณ 24,000 ล้านบาท ตลอดแอนนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟฟิค รวมกัน 7,000 ล้านบาท จำนวนนี้เป็นมูลค่าการส่งออกรวมกันทั้งสองกลุ่มเป็นคิด 10% ของมูลค่าตลาด ดังนั้นเชื่อว่าในปี 56-59 แนวโน้มการเติบโตของตลาด 10 – 15% และยอดส่งออกคาดว่าจะเพิ่มไม่ต่ำ เบื้องต้นการนำผู้ประกอบการเข้าร่วมงานดังกล่าวคาดว่าจะสร้างรายได้เข้าประเทศไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท จากการรับจ้างผลิตงาน การลงทุนและร่วมลงทุนระหว่างประเทศ การสร้างเครือข่าย กว่า 15% ต่อปี” ในช่วงระหว่างวันที่ 30 ต.ค. – 3 พ.ย. 56 นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ พร้อมผู้บริหารกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้นำผู้ประกอบการธุรกิจบันเทิงไทยร่วมงาน ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ บันเทิง และคอนเทนท์ไทย (ไทย ไนท์) ที่ นครลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกาสหรัฐอเมริกา เพื่อสร้างกระแสธุรกิจบันเทิงไทยในสหรัฐฯ โดยมีทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงาน “กรมฯเปิดให้มีการเจรจาการค้าระหว่างธุรกิจบันเทิงในสหรัฐอเมริกา เป็นการชิมลางกระแสธุรกิจบันเทิงไทยในสหรัฐฯ ก่อนการจัดงาน อเมริกัน ฟิล์ม มาร์เก็ต 2013 ซึ่งเป็นงานสำคัญของโลก โดยการเดินทางครั้งนี้นายนิวัฒน์ธำรง มีกำหนดการเข้าพบหารือประธานและสมาชิกสภาหอการค้าไทย-อเมริกันแห่งแคลิฟอร์เนียใต้ และผู้ประกอบการไทยรายใหญ่ในสหรัฐในหลายๆอุตสาหกรรม รวมถึงพบปะกับผู้แทน นักธุรกิจ ผู้สร้าง ผู้กำกับรายสำคัญของไทยและสหรัฐเพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น” นอกจากนี้กรมฯยังถือโอกาสในการจัดประชุมหัวหน้าสำนักงานและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ด้านการค้าระหว่างประเทศประจำประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อประเมินสถานการณ์การค้าเบื้องต้น ซึ่งคาดว่าภาวะการค้าในปี 57 จะดีกว่าปี 56 จากการผ่อนคลายมาตรการเชิงปริมาณ(คิวอี)ของสหรัฐฯ ที่ทยอยลดบทบาทลง โดยการส่งออกในช่วง 9 เดือนแรก(ม.ค.-ก.ย.)ของปีนี้ จะลดลง 0.1% มีมูลค่า 17,143 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่วนนำเข้าเพิ่มขึ้น 23% หรือ มีมูลค่า 11,356 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่างาน “ไทยไนท์” ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จัดขึ้น เป็นงานประทุกปีในช่วงที่มีงาน อเมริกันฟิล์มมาร์เก็ต หรือตลาดนัดซื้อขายภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดของอเมริกา ซึ่งเป็นช่วงที่บุคคลในวงการบันเทิงจากทั่วโลกมารวมตัวกัน โดยงานไทยไนท์ที่กรมส่งเสริมการค้าฯ จัดก็จะเชิญเอาบุคคลในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และสื่อมวลชนนานาชาติ มาร่วมรับรู้ถึงความก้าวหน้าของวงการภาพยนตร์ไทยในทุกด้านนี้ โรงแรม เจดับเบิลยู มาร์ริออทท์ ซานตามอนิก้า
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เดินหน้าเจรจาค่ายหนังฮอลีวูดดันส่งออกธุรกิจบันเทิง
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















รายงานข่าวจากผู้ค้าส่งสลากกินแบ่งรัฐบาล แจ้งว่า บรรยากาศการซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดประจำวันที่ 1 พ.ย. นี้ คึกคัก เนื่องจากในเดือนต.ค.ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ที่สำคัญหลายเหตุการณ์ เช่น วันที่ 23 ต.ค. เป็นวันปิยมหาราช วันที่ 24 ต.ค.สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก สิ้นพระชนม์ และวันที่ 19 ต.ค.เป็นวันออกพรรษาทำให้ประชาชนกว้านซื้อเลขดังกันเป็นจำนวนมากส่งผลให้ราคาเลขดังมีราคาสูงถึงใบละ 150 บาท นอกจากนี้พ่อค้า-แม่ค้ามีระยะเวลาการขายเพิ่มขึ้น เนื่องจากเดือนต.ค.มี 31 วันทำให้ราคาขายปลีกทั่วไปขายใบละ 110-120 บาท สำหรับเลขเด็ดในงวดนี้ที่นิยมซื้อกันมาก เป็นกลุ่มเลขมงคล และเกี่ยวข้องบุคคลสำคัญ เช่น เลขที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระสังฆราช คือเลข 24 ซึ่งตรงกันวันสิ้นพระชนม์ และเลข 56 ที่ตรงกับปีพ.ศ. และเลขพระชันษา 100 ปี รวมถึงเลข 19 เนื่องจากเป็นพระสังฆราชองค์ที่ 19 ตลอดจนวันประสูติคือ 3 ต.ค. 2456 และตรงกับคริสต์ศักราช 1913 ทำให้ประชาชนแห่ซื้อเลข ปีพ.ศ.เกิดคือ 456 ,913 กันอย่างท่วมท้น ส่วนเลข 80 เป็นเลขที่บวชมาแล้ว 80 พรรษา หรือประมาณ 329 วัน รถขบวนพระศพคือ 859 รถประจำตำแหน่งเป็นเลขทะเบียน 355 และเลข 532 ที่เป็นพ.ศ.ในช่วงที่เริ่มเป็นพระสังฆราช รองลงมาเป็นเลข 23 ,523,103 และ 43 เพราะเกี่ยวข้องกันวันปิยมหาราช นอกจากนี้ยังมีเลขรถปอร์เช่ของเอ็กซ์- จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม ที่ถูกยิงเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม เลขวันประสูติ และวันสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสังฆราชไม่มีขายแล้วหลังจากมีข่าวประกาศวันสิ้นพระชนม์ พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า การออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 พ.ย. นี้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจะเดินทางไปออกรางวัลสลากสัญจรที่ อาคารคชสาร องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนในต่างจังหวัด ได้เห็นขั้นตอนและวิธีการตลอดจนอุปกรณ์ที่ใช้ในการออกรางวัลด้วยตนเอง จะได้ไม่หลงเชื่อข่าวลือเรื่องเลขเด็ดจากกลุ่มมิจฉาชีพ ที่ทำการหลอกลวงต้มตุ๋นโดยการส่งจดหมาย แอบอ้างว่าสามารถให้ตัวเลขที่จะออกรางวัลได้
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานว่า ที่ประชุมฯ อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 57 จำนวน 104 โครงการ วงเงิน 6,524 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ซึ่งเป็นไปตามแผนอนุรักษ์พลังงาน 20 ปี ระหว่างปี 54 – 73 ให้พัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก 25% ใน 10 ปี ระหว่างปี 55 – 64 และยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของประเทศสำหรับโครงการสำคัญที่ได้รับการสนับสนุน เช่น โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของเครื่องทำน้ำเย็น ในภาคอุตสาหกรรมและอาคารธุรกิจ โครงการส่งเสริมมาตรการอนุรักษ์พลังงาน โดยเน้นให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) โครงการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในอาคารภาครัฐ เน้นการส่งเสริมในสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา และกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ โครงการส่งเสริมการใช้วัสดุอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงในภาคประชาชน เพื่อช่วยเหลือให้ประชาชนสามารถซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงในราคาถูก โครงการอนุรักษ์พลังงานสำหรับการเปลี่ยนหลอดไฟฟ้าประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง (หลอดแอลอีดี) “ปี 57 กระทรวงพลังงานจะเน้นให้ความสำคัญกับแผนงานด้านการอนุรักษ์พลังงานและการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน โดยอนุมัติงบประมาณในส่วนนี้รวม 5,503 ล้านบาท โดยคาดว่าจากการดำเนินงานทั้งสิ้น 104 โครงการ จะสามารถประหยัดพลังงานลงได้ไม่น้อยกว่า 145,000.98 ตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าเงินที่จะประหยัดได้ถึง 3,649.5 ล้านบาทต่อปี”