นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศ (กนอ.) เปิดเผยว่า ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการน้ำ เพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง ที่อาจเกิดขึ้นในปี 58 โดยจะประชุมร่วมกับผู้ประกอบการพร้อมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามเฝ้าระวังโดยผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลจากศูนย์ฯ ไปใช้วางแผนรับมือลดการใช้น้ำ การหมุนเวียนน้ำ ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมได้อย่างเพียงพอ ทั้งนี้ กนอ.ได้ดำเนินโครงการน้ำหู-ทับมา และโครงการพรีทรีทเมนท์ ไอ – 8 เพื่อช่วยผันน้ำในพื้นที่อุตสาหกรรม ประมาณ 10,000 – 20,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยผู้ประกอบการในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด มีปริมาณการใช้น้ำ 5,000,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยกนอ.ได้ประสานไปยัง บมจ. จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (อีสท์วอร์เตอร์) ซึ่งเป็นผู้ดูแลและดำเนินการผันน้ำใช้ ในภาคอุตสาหกรรม โดยเร่งให้ส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ มาที่อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหลให้ทันภายในปี 2558 เพื่อช่วยให้มีปริมาณน้ำเพียงพอในการจ่ายน้ำให้กับพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งขณะนี้เริ่มดำเนินการแล้ว “จากการติดตามสถานการณ์ภัยแล้งในช่วงปลายปี 57- 58 พบว่า มีปริมาณน้ำฝนลดลงซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณน้ำในอ่างกักเก็บสำรอง เพื่อใช้ในกระบวนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมไม่เพียงพอ โดยเฉพาะภาคตะวันออก ซึ่งมีนิคมอุตสาหกรรม และใช้น้ำในระบบกระบวนการผลิตในปริมาณมากเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นๆ อยู่ที่ 5,000,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวันจึงทำให้น้ำในอ่างเก็บน้ำหลักของอุตสาหกรรมในพื้นที่ดังกล่าวจำนวน 3 อ่างหลัก คือ อ่างหนองกาย อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และ อ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ จังหวัดระยอง มีน้ำคงเหลือเพียงแค่ 60% เท่านั้น ซึ่งจากแผนที่ กนอ.เตรียมไว้คาดว่าจะสามารถบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอ ต่อภาคอุตสาหกรรมได้ และขอความร่วมมือผู้ประกอบการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพและตื่นตัวเตรียมแผน รับมือในส่วนของโรงงานของตนเองไว้ เพื่อให้สามารถมีน้ำใช้เพียงพอตลอดช่วงฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึง” นอกจากนี้ กนอ.ยังได้ออกมาตรการเสริมรองรับสถานการณ์น้ำในระยะยาว โดยมีแผนจัดทำระบบการนำน้ำจากคลองที่อยู่ใกล้พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่ไหลลงทะเลนำกลับมาใช้ในระบบ และมีแผนที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำสำรอง ในพื้นที่ นิคมฯทุกแห่ง โดยในปี 2558-2559 จะเริ่มก่อสร้างอ่างเก็บน้ำดิบมาบตาพุดจำนวน 2 แห่ง พื้นที่รวม 158 ไร่ ปริมาตรรวม 1.60 ล้านลูกบาศก์เมตร และในอนาคต กนอ.อยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางที่จะสร้างเขตพื้นที่ เพื่อสำรองน้ำจืด และ แหล่งน้ำธรรมชาติ โดยจะใช้พื้นที่ในส่วนของท่าเรือฯมาบตาพุดสำรองน้ำรองรับหากเกิดวิกฤติ ภัยแล้งที่จะเกิดขึ้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กนอ.ถกผู้ประกอบการรับมือน้ำแล้ง
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นางนวลอนงค์ วงษ์จันทร์ หัวหน้ากองประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 ต.ค.57 เกิดเหตุขบวนรถท้องถิ่นที่415 นครราชสีมา–หนองคายชนกับรถสิบล้อ ระหว่างสถานีขอนแก่น–สำราญ สทล.ที่459/9-10 ทำให้ขบวนรถตกราง 3 คัน มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 4 ราย เป็นพนักงานขับรถไฟ ช่างเครื่อง รวมทั้งผู้โดยสาร 2 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นพระภิกษุ 1 รูป และยังมีผู้โดยสารบาดเจ็บสาหัส 20 ราย โดยหน่วยกู้ภัยได้นำส่งโรงพยาบาลศรีนครินทร์ 14ราย และโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น 6 ราย ขณะที่คนขับรถสิบล้อ และผู้โดยสารอีก 60 รายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ซึ่งได้ปฐมพยาบาลที่เกิดเหตุแล้ว ทั้งนี้สาเหตุรับแจ้งว่า มีรถสิบล้อวิ่งผ่านทางผ่านเสมอระดับในระยะกระชั้นชิด ประกอบกับบริเวณที่เกิดเหตุเป็นทางผ่านไม่มีเครื่องกั้น มีแต่เครื่องหมายจราจรเตือน ทำให้รถไฟไม่สามารถหยุดขบวนรถได้ทันจนเกิดพุ่งชนอย่างแรง สำหรับรายชื่อผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุมีดังนี้ นายเพชร แพนดี พนักงานขับรถ นายดำริ โกษาลาภ ช่างเครื่อง นายณรงค์ เดชมา ผู้โดยสาร และพระภิกษุ ยังไม่ทราบชื่อ นางนวลอนงค์กล่าวว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย ขอความร่วมมือให้ประชาชนที่ใช้พาหนะสัญจรผ่านทางรถไฟปฏิบัติตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 63อย่างเคร่งครัด โดยในทุกเส้นทางที่มีรถไฟผ่าน ไม่ว่าจะมีเครื่องหมายระวังรถไฟหรือไม่ ถ้าทางรถไฟนั้นไม่มีสัญญาณระวังรถไฟ หรือสิ่งปิดกั้น ผู้ขับขี่ต้องลดความเร็วของรถและหยุดรถห่างจากทางรถไฟในระยะไม่น้อยกว่า 5 เมตร เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงจะขับรถผ่านไปได้ ส่วนกรณีหน่วยงานต่างๆ ตัดถนนผ่านทางรถไฟเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ท้องถิ่นหรือชุมชน หน่วยงานผู้ตัดถนนต้องรับผิดชอบออกค่าใช้จ่ายติดตั้งเครื่องกั้น และให้พนักงานการรถไฟควบคุม หรือเป็นเครื่องกั้นอัตโนมัติ แต่หากการรถไฟตัดทางรถไฟผ่านถนน โดยถนนนั้นมีการสร้างมาก่อนการรถไฟฯ จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเครื่องกั้นให้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (30 ต.ค.) ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนตลอดช่วงเช้า หลังธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ประกาศยุติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงปริมาณ(คิวอี) กดดันให้มีแรงขายทำกำไรระยะสั้น ก่อนจะปรับตัวขึ้นได้อีกครั้ง เนื่องจากคลายความกังวลเรื่องเฟดยังไม่มีแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาด ประกอบกับตลาดยังมีแรงซื้อกองทุนของนักลงทุนสถาบันช่วยหนุนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,565.19 จุด เพิ่มขึ้น 2.52 จุด หรือ 0.16% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 19,638.31 ล้านบาท