ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานมอบรางวัลสุดยอด เอสเอ็มอีแห่งชาติ จัดโดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ว่า ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล อยู่ระหว่างหารือกำหนดแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ บนหลักการทำให้เกิดการจ้างงาน และสร้างรายได้ให้กับประชาชน และเตรียมเสนอให้ที่ประชุมครม. พิจารณาเห็นชอบ ภายในสัปดาห์หน้า จากนั้นจะนำเสนอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงอย่างเป็นทางการ โดยเชื่อว่า เศรษฐกิจปีหน้าจะดีกว่าปีแน่นอน “ใครจะว่าอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไทยต่ำสุดในอาเซียนก็ไม่เป็นไร เพราะเราต้องเชื่อมั่นในตัวของเราเอง ซึ่งผมมั่นใจว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะดีกว่าปีนี้ และที่สำคัญคือผมจะไม่ทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบประชานิยมเหมือนที่คนเก่าๆ เคยทำกันมาก่อนหน้านี้ “อย่างไรก็ตามต่อไปจะต้องสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีระดมทุนผ่านตลาดทุนด้วยการเข้าจดทะเบียนในตลาดเอ็มเอไอมากขึ้น และหาแนวทางดึงกองทุนร่วมลงทุนของ สสว. เข้ามามีบทบาทในการร่วมลงทุนกับเอสเอ็มอี ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจมีเงินทุนหมุนเวียนและมีสภาพคล่องมากขึ้น สอดคล้องกับนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับเอสเอ็มอีทั้งประเทศที่มีกว่า 2.7 ล้านรายอย่างมาก
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หม่อมอุ๋ย เล็งชงแผนกระตุ้นเศรษฐกิจสัปดาห์หน้า
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















ร.อ.สุวิพันธ์ ดิษยมณฑล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้จัดทำแผนกระตุ้นการส่งออกในปี 58 ตามนโยบายพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ ที่ได้ตั้งเป้าหมายการส่งออกปี 58 ให้ขยายตัวอย่างไม่เป็นทางการ 4% โดยจะมีโครงการสำคัญที่จะดำเนินการขับเคลื่อนส่งออกไทยประมาณ 400 กว่าโครงการ ซึ่งมีทั้งโครงการที่จัดทำขึ้นมาใหม่ และการต่อยอดจากโครงการเดิมที่ได้ดำเนินการอยู่ทั้งนี้ แผนงานที่กรมฯ จะให้ความสำคัญ จะเน้นการสร้างภาพลักษณ์ให้กับสินค้าในตลาดอาเซียน เพื่อเพิ่มยอดการส่งออก รองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยมีกิจกรรมที่จะทำจำนวนมาก ทั้งการจัดงานไทยแลนด์ วีค การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าที่คาดว่าจะช่วยเปิดโอกาสให้กับสินค้าไทย การร่วมมือกับผู้นำเข้า ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด เพื่อสร้างการรู้จักซื้อสินค้าไทย และการผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดอาเซียน โดยกรมฯ มีศูนย์ให้บริการใน 8 ประเทศ ที่นักธุรกิจสามารถเข้าไปขอใช้บริการได้สำหรับศูนย์พัฒนาการค้าและธุรกิจไทยในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ปัจจุบันเปิดให้บริการใน 8 ประเทศอาเซียน จำนวน 9 แห่ง ซึ่งให้บริการด้านข้อมูลการค้า การลงทุน และคำปรึกษาเชิงลึก จัดทำนัดหมาย และจัดหาแหล่งวัตถุดิบในประเทศอาเซียนให้กับผู้ประกอบการไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (25ก.ย.) ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดวัน จากแรงซื้อเก็งกำไรที่เพิ่มมากขึ้นของนักลงทุนรายย่อย หลังได้รับแรงหนุนจากต่างชาติเข้าซื้อสุทธิวานนี้หนาแน่นกว่า 4,000 ล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามยังไร้ปัจจัยหนุนใหม่ผลักดันตลาดอย่างมีนัยสำคัญ จึงทำให้ดัชนีปิดไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีทะยานขึ้นสูงสุด 1,598.45 จุด และลดลงต่ำสุด 1,591.99จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,591.99 จุด เพิ่มขึ้น 0.10 จุด หรือ 0.01% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 55,736.77 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 209.00 บาท ลดลง 5.00 บาท 2.ทรู ปิดที่ 12.20 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท 3.ไอเอฟอีซี ปิดที่ 7.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.35 บาท 4.บีแลนด์ ปิดที่ 2.12 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง 5.ธ.ทหารไทย ปิดที่ 3.12 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท