ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (23ก.ย.) ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดช่วงเช้า โดยมีแรงซื้อเก็งกำไรในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ผลักดันดัชนีปรับตัวทำสถิติสูงสุด และบรรยากาศการลงทุนตลาดหุ้นทั่วภูมิภาคปรับตัวดีขึ้น เป็นแรงหนุนให้กระแสเงินทุนต่างชาติยังมีทิศทางเชิงบวก แต่อย่างไรก็ตาม เริ่มมีแรงขายทำกำไร เพื่อลดความเสี่ยงเป็นระยะ ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,591.12 จุด เพิ่มขึ้น 1.61จุด หรือ 0.10% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 22,238.12 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 23กันยายน 2557 ปิดตลาดภาคเช้าบวก 1.61 จุด
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















วันที่ 23 ก.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.33น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ19,050 บาท รับซื้อ 18,282.96 บาท ทองแท่งขาย18,650 บาท รับซื้อ18,550 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ19,050 บาท รับซื้อ 18,282.96 บาท ทองแท่งขาย18,650 บาท รับซื้อ18,550 บาท เวลา 09.33น.
นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยว่า วันที่ 23 ก.ย.นี้ กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการแอคชั่นแพลน ยกเครื่องประเทศไทย เข้าสู่การพิจารณาของครม. โดยเป็นการใช้งบประมาณ 15,000 ล้านบาท จากโครงการไทยเข้มแข็งที่เบิกจ่ายไม่ทัน ไปใช้ในโครงการปรับปรุงถนน ระบบชลประทาน และเรื่องที่จำเป็น เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน ซึ่งจะเป็นการเบิกจ่ายวงเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ สามารถตรวจสอบได้ และเห็นผลได้ดีกว่า ทั้งนี้ งบประมาณยกเครื่องประเทศไทย จะใช้เงินไทยเข้มแข็งที่เหลืออยู่ เป็นไปตามวัตถุประสงค์เดิม และการเบิกจ่ายจะไม่ทำแบบชุ่ย ๆ แต่จะเร่งเบิกจ่ายให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศ ในโครงการที่จำเป็น โดยแผนยกเครื่องประเทศไทยยังรวมถึงการเร่งรัดให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (แบงก์รัฐ) เร่งปล่อยสินเชื่อเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปีให้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นการใช้เงินของแต่ละแบงก์รัฐเอง และไม่ต้องตั้งงบประมาณอุดหนุน เช่น ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ก็ต้องมีนโยบายเชิงรุก ในการเข้าหาลูกค้าที่ต้องการวงเงินสินเชื่อให้มากขึ้น และช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดย่อมในรูปแบบต่างๆ ขณะเดียวกัน ยังให้มีเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณปี 57 และงบเหลื่อมปีที่ค้างอยู่ให้เร็วที่สุด รวมถึงงบประมาณปี 58 ที่ทำได้ง่ายให้เร่งรัดการเบิกจ่ายทันที ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี ส่วนการกำหนดกรอบเงินเฟ้อเพื่อดูแลบริหารเศรษฐกิจยังไม่มีการหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และยังไม่ถึงเวลาที่จะให้ความเห็นเรื่องนี้ ขณะที่เรื่องมาตรการลดหย่อนภาษีจากการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) ที่จะหมดในปี 59 ยังไม่ขออธิบายในเรื่องนี้ สำหรับนโยบายภาษี ในส่วนของร่างพ.ร.บ.เก็บภาษีมรดกที่รัฐบาลพิจารณาอยู่จะเก็บภาษีเพียงอัตราเดียว 10% ไม่ได้เก็บหลายอัตราตามอย่างที่มีคนกังวลว่า รัฐบาลจะเก็บภาษีมรดกสูงถึง 20-30% ซึ่งไม่เป็นเรื่องจริง เพราะได้ข้อสรุปกันมานานแล้วว่าจะเก็บอัตราเดียว 10% เนื่องจากเป็นอัตราที่มีการพิจาณาแล้วเหมาะสมไม่มากหรือน้อยเกินไป นอกจากนี้ การเก็บภาษีมรดกยังเป็นเก็บมรดกสุทธิและเก็บมรดกมูลค่าตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป และเป็นการเก็บจากผู้รับมรดก เช่น เจ้าของมรดกให้มรดกกับทายาท 60 ล้านบาท ทายาทก็เสียภาษีมรดก 10% ของ 10 ล้านบาท ที่เกินจาก 50 ล้านบาท หรือ เสียภาษีเท่ากับ 1 ล้านบาท เท่านั้น ขณะเดียวกรณีนี้ หากเจ้าของมรดกมีหนี้อยู่ 20 ล้านบาท ก็ต้องนำมรดก 60 ล้านบาท มาหักออกก่อนเหลือ 40 ล้านบาท ที่เป็นมรดกให้กับทายาท ซึ่งก็ไม่ต้องเสียภาษีมรดก เพราะมูลค่าต่ำกว่า 50 ล้านบาท นายสมหมาย กล่าวว่า การออกภาษีมรดกเป็นเรื่องอันดับแรกที่รัฐบาลจะทำ หลังจากนั้นจะเป็นเรื่องการออกพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งจะมาใช้เก็บแทน ภาษีบำรุงท้องที และภาษีโรงเรือนและที่ดิน ซึ่งหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้จะให้เวลาปรับตัวอีกไม่น้อยกว่า 1 ปี และไม่กระทบกับอย่างที่หลายฝ่ายกังวล