ธุรกิจว่าจ้าง…ก่อสร้างเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและกลายเป็นทางเลือกสำคัญของผู้บริโภคที่ต้องการมีบ้านในรูปแบบที่ต้องการ โดยมองหาจากการโฆษณารับจ้างสร้างบ้านจากสื่อต่าง ๆ หรือจากการบอกเล่าปากต่อปาก โดยไม่ได้ใส่ใจในรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสัญญา เงื่อนไขการใช้บริการ หรือผลงานที่บริษัทฯ หรือผู้รับเหมาเคยทำมาก่อน จึงกลายเป็นปัญหาและมีการร้องเรียนมาที่ สคบ.กันมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผู้ประกอบธุรกิจ กำหนดข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมแก่ผู้บริโภค เช่น กำหนดงวดการชำระเงินไม่สัมพันธ์กับงวดงาน ใช้วัสดุไม่ตรงกับที่กำหนดไว้ในสัญญา ใช้วัสดุที่ไม่มีคุณภาพ การก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน ไม่รับผิดชอบและแก้ไขความชำรุดบกพร่องที่เกิดขึ้น ก่อสร้างล่าช้า หรือ ทิ้งงาน เป็นต้น ปัญหาเหล่านี้สะท้อนถึงความรับผิดชอบของผู้ประกอบการ เพราะผู้ว่าจ้างได้ตกลงทำสัญญาเรียบร้อยแล้ว แต่กลับถูกเอาเปรียบ ปฏิเสธความรับผิดชอบ หรือหนีหายไปก็มี แม้ว่าที่ผ่านมา สคบ. ได้ช่วยเหลือโดยเจรจาไกล่เกลี่ยกับคู่กรณีทั้งสองฝ่าย เพื่อยุติข้อพิพาท หรือดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจที่ละเมิดสิทธิผู้บริโภค แต่ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร และยังมีแนวโน้มที่ผู้บริโภคมาร้องเรียนอยู่อย่างสม่ำเสมอ ดังนั้น สคบ.ขอแนะนำให้ผู้บริโภคตรวจสอบสัญญารับจ้างสร้างอาคารเพื่อการอยู่อาศัย ที่ผู้ประกอบธุรกิจทำกับผู้บริโภค โดยอาศัยร่างประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาเรื่อง ให้ธุรกิจการรับจ้างก่อสร้างอาคารเพื่อการอยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ….(ทั้งนี้ร่างประกาศอยู่ในระหว่างพิจารณาของคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา ผู้บริโภคสามารถใช้เป็นแนวทางในการตรวจสอบก่อนเริ่มใช้บริการดังกล่าวได้) โดยรายละเอียดในสัญญา ต้องมีข้อความ เช่น รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ทำสัญญา วันเดือนปีที่ทำสัญญา รูปแบบอาคาร สถานที่ทำการก่อสร้าง ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวประชาชนของผู้บริโภคและผู้ประกอบธุรกิจ กรณีผู้ประกอบธุรกิจเป็นนิติบุคคล ให้ระบุรายละเอียดตามหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องด้วย รวมถึงเรื่องของบัญชีแสดงปริมาณวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง และราคารายละเอียดงวดงานกับการชำระเงินตามเนื้องานที่ได้สัดส่วนกันในแต่ละงวด เป็นต้น หากพบปัญหาในระหว่างการก่อสร้าง หรือหลังจากผู้บริโภคได้รับมอบงานแล้ว มีความชำรุดบกพร่องเกิดขึ้นหรือผู้ประกอบธุรกิจไม่ปฏิบัติตามสัญญาและผู้บริโภคได้บอกกล่าวให้แก้ไขความชำรุดบกพร่องหรือ ให้ปฏิบัติตามสัญญาโดยให้เวลาพอสมควรแล้ว แต่ผู้ประกอบธุรกิจยังไม่แก้ไขหรือไม่ปฏิบัติตาม ผู้บริโภคมีสิทธิเอางานก่อสร้างให้บุคคลภายนอกแก้ไข หรือดำเนินการต่อไปได้โดยผู้ประกอบธุรกิจต้องรับผิดในความเสียหายและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับร่างประกาศสัญญาฯ ดังกล่าว สามารถตรวจสอบได้จาก www.ocpb.go.th หรือสอบถามได้ ที่กองคุ้มครองผู้บริโภคด้านสัญญา โทร. 0-2141-3441–5.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผู้บริโภคต้องใส่ใจในสัญญา – ไขปัญหาผู้บริโภค
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกระทรวงพลังงานมีนโยบายปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลแอลพีจี และเอ็นจีวี ซึ่งมีผลกระทบต่อค่าโดยสารภาคขนส่งนั้น ล่าสุดมีผู้ประกอบการเตรียมเสนอขอปรับราคาค่าโดยสารหลายราย โดยนางสุจินดา เชิดชัย นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสาร กล่าวว่า หากราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นเกิน 30 บาทต่อลิตรจะมีการเสนอขอปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารอย่างแน่นอน เพราะเป็นเงื่อนไขที่มีการกำหนดโครงสร้างร่วมกันไว้แล้วแต่ในความเป็นจริงปัจจุบันผู้ประกอบการขนส่งรถโดยสารต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากทั้งเรื่องค่าแรงเช่นเดียวกับนายวิทยา เปรมจิตร์นายกสมาคมพัฒนารถร่วมบริการเอกชน กล่าวว่าได้ร่วมกับสมาคมร่วมบริการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)ทำหนังสือถึงกระทรวงคมนาคม เพื่อขอให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการรถร่วมฯในการจัดหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ การพัฒนารถโดยสาร รวมทั้งการขอขึ้นค่าโดยสารอีก2 บาท โดยรถเมล์ร้อน จะเพิ่มค่าโดยสารจาก 8 บาทเป็น 10 บาท ส่วนรถเมล์ปรับอากาศปรับขึ้นอีกระยะทางละ 2 บาทด้านนายวิฑูรย์ แนวพานิชประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในวันที่ 22 ก.ย.นี้ จะมีการประชุมเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ เพื่อหารือถึงผลกระทบจากการขึ้นค่าเชื้อเพลิงที่มีผลต่อค่าโดยสารซึ่งเบื้องต้นอาจขอกระทรวงคมนาคมขึ้นค่าโดยสารอีก 20% จากปัจจุบันโดยแบ่งเป็นการขอปรับขึ้นจากปัจจัยค่าครองชีพที่เคยขอไว้ก่อนหน้านี้ 10% และปัจจัยการขึ้นแอลพีจี กับเอ็นจีวีอีก 10%ส่วนนายชวลิต เมธยะประภาสเจ้าของบริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด ผู้ให้บริการเรือโดยสารคลองแสนแสบ กล่าวว่า หากรัฐบาลมีการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลจริงคงกระทบต่อต้นทุนค่าโดยสาร และอาจต้องขอปรับราคา ส่วนจะขอรัฐบาลขึ้นเท่าไรจะมีการนัดประชุมกันก่อน เพื่อดูว่ารัฐบาลจะปรับขึ้นดีเซลแค่ไหน แต่ที่ผ่านมาบริษัทได้กำหนดเงื่อนราคาค่าโดยสารต่อราคาดีเซลกับกรมเจ้าท่าไว้อยู่แล้วนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ได้มอบหมายให้นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ รองปลัดกระทรวงคมนาคมในฐานะประธานคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง ไปรวบรวมรายละเอียดและสรุปข้อมูลเรื่องนี้เพื่อเสนอต่อ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ.และรมว.คมนาคมซึ่งในหลักการนั้นมีการกำหนดโครงสร้างการปรับค่าโดยสารที่อิงกับราคาน้ำมันที่มีการทำความตกลงไว้กับผู้ประกอบการขนส่งก่อนหน้านี้แล้วจะใช้แนวทางนี้เป็นกรอบหลักในการพิจารณาอย่างไรก็ดี พล.อ.ยอดยุทธบุญญาธิการ ประธานบอร์ดการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า ได้มอบหมายให้รฟม.ไปเจรจากับผู้บริหารบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีเอ็มซีแอล เพื่อขอให้ชะลอการปรับอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มมอาร์ที สายเฉลิมรัชมงคล จากอัตรา16-40 บาท เป็น 16-42 บาท หรือเพิ่มขึ้นระยะ 1-2 บาท ต่อออกไปอีก 3เดือน จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 2 ต.ค. 57 ให้ขยายต่อไปวันที่ 3 ต.ค.57-3ม.ค.58เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (19ก.ย.) ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนในแดนบวกตลอดวัน สอดคล้องทิศทางเดียวกันกับตลาดภูมิภาค หลังจากได้รับแรงหนุนด้านตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐวานนี้ ประกอบกับบรรยากาศการลงทุนตลาดหุ้นทั่วโลกยังอยู่ในทิศทางเชิงบวก แต่ในขณะเดียวกันปัจจัยในประเทศยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก และมีกระแสข่าวว่าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ(ตลท.)จะออกมาตรการป้องกันหุ้นร้อนแรงเพิ่มเติม กดดันนักลงทุนเทขายหุ้นที่มีความเสี่ยงกดดันดัชนีพอสมควร ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีทะยานขึ้นสูงสุด1,592.42จุด และลดลงต่ำสุด1,582.60จุด จนมาปิดตลาดที่1,584.91จุด เพิ่มขึ้น0.68จุด หรือ0.04%ด้วยมูลค่าซื้อขาย53,390.98ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด5อันดับแรก1.ทรู ปิดที่12.60บาท ลดลง 0.20 บาท2.ปตท. ปิดที่354.00บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท3.แกรนด์ปิดที่2.66บาท ลดลง 0.08บาท4.ไมเนอร์ ปิดที่35.00บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง5.เอคิว ปิดที่0.54บาท เพิ่มขึ้น 0.09 บาท