นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากรในฐานะประธานคณะกรรมการ(บอร์ด) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือทอท. เปิดเผยว่าทอท.เตรียมเสนอ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคมพิจารณาโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ทางด้านทิศเหนือของอาคารเทียบเครื่องบินเอ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วงเงินประมาณ 2.4 หมื่นล้านบาทแทนโครงการก่อสร้างท่าอาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 วงเงิน 6.2 หมื่นล้านบาท ที่ถูกคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ(คตร.)ตรวจสอบอยู่ รวมถึงเสนอให้สร้างหลุมจอดเพิ่มเติม 28 หลุมจอดและการสร้างรันเวย์ที่3 ระยะ 2,900 เมตรเพิ่มด้วย"คตร.ได้มีคำสั่งอย่างไม่เป็นทางการมายังทอท.ให้ไปทบทวนความเหมาะสมในการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรูปแบบ ราคาถูกต้องหรือไม่ ซึ่งใช้เวลา 1 ปีในการพิจารณาดังนั้นหากดำเนินโครงการใหม่ไปเลยจะช่วยให้ก่อสร้างได้รวดเร็วกว่า 1ปี เพราะสามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้นอีก 20 ล้านคนต่อปี รวมเป็น 65 ล้านคนต่อปี โดยคาดจะศึกษารายละเอียด และนำเสนอที่ประชุมบอร์ดและกระทรวงคมนาคมได้ในเดือนต.ค.นี้ และเริ่มก่อสร้างได้ปีหน้า"นายประสงค์ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการมีมติเห็นชอบให้ธนาคารไทยพาณิชย์เข้ามาทำการปรับปรุงและดูแลลู่ปั่นจักรยานในพื้นที่ท่าอากายานสุวรรณภูมิ ด้วยวงเงิน 400 ล้านบาท ระยะเวลา 10 ปี เพื่อขยายลู่ปั่นจาก 4 เมตร เป็น 8 เมตร ความยาว 23.5 กม. ให้มีมาตรฐานเทียบเท่าระดับโลก รวมทั้งใช้เงินอีก 20 ล้านบาท ให้สร้างเลนเพิ่มอีก 3 กม. สำหรับนักปั่นหน้าใหม่โดยภายในมีห้องน้ำทุก 5 กม. มีที่ซ่อมและฝากจักรยาน ศูนย์อาหาร เครื่องดื่มระบบรักษาความปลอดภัย ไฟฟ้าส่องสว่างโดยใช้เวลาก่อสร้าง 2-3 เดือนและจะเปิดใช้ได้สิ้นปี เป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนได้ใช้บริการฟรี
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชงประจิน สร้างอาคารใหม่สุวรรณภูมิ
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง เพื่อให้ความสามารถสอดคล้องกับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) ในปี 58 รวมถึงนโยบายด้านการส่งเสริมการค้าการแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร และการดูแลค่าครองชีพของประชาชน โดยจะสามารถส่งรายชื่อให้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ พิจารณาก่อนที่จะมีการนำเสนอการแต่งตั้งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาได้ในเร็วๆ นี้ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 58 จะมีตำแหน่งระดับอธิบดีว่างลง 3 ตำแหน่ง คือกรมทรัพย์สินทางปัญญาและกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศที่ยังไม่มีอธิบดีมาก่อนหน้านี้และอธิบดีกรมการค้าภายในที่กำลังจะเกษียณอายุราชการ เบื้องต้นผู้ที่คาดว่าจะมาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าภายในคือ นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เนื่องจากต้องการผลักดันให้นางนันทวัลย์มาเรียนรู้งานภายในประเทศให้มากขึ้นซึ่งจะเป็นผลดีต่อนางนันทวัลย์เองที่จะทำให้มีคุณสมบัติครบถ้วนเหมาะแก่การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งปลัดกระทรวงพาณิชย์ในอนาคตหลังจากที่น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์คนปัจจุบันเกษียณอายุราชการส่วนตำแหน่งอธิบดีที่เหลือ นายวุฒิชัย ดวงรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ แทนนางนันทวัลย์ ส่วนนายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เป็นอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ หรือนายธวัชชัย โสภาเสถียรพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์คนใดคนหนึ่ง จะได้ขึ้นเป็นอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ทั้งนี้หากนายสมเกียรติไม่ได้ขึ้นเป็นอธิบดี ก็จะถูกโยกย้ายให้ไปเป็นซี 10 แทน ซึ่งอาจจะเป็นรองปลัดกระทรวงพาณิชย์หรือผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งนอกจากนี้ยังมี นางมาลี โชคเลิศล้ำ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ขึ้นเป็นรองปลัดกระทรวงฯหรือกรณีที่นายธวัชชัยไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิบดีก็จะถูกแต่งตั้งให้เป็นรองปลัดกระทรวงฯ แทนส่วนผู้ที่คาดว่าจะได้ขึ้นเป็นผู้ตรวจราชการฯก็คือ นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ที่ปรึกษาการพาณิชย์ กับนางอัมพวัน พิชาลัย ที่ปรึกษาการพาณิชย์ส่วนอีก 4 ตำแหน่ง จะเป็นการแต่งตั้งจากข้าราชการระดับซี 9 จากรองอธิบดีของกรมต่างๆ
นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการหารือกับนาย ชิเกะคะสุ ซะโตเอกอัครราชฑูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย ว่าในการเข้าพบของทูตญี่ปุ่นในครั้งนี้เป็นการเข้าพบตามปกติหลังจากที่ รมว.อุตสาหกรรมเข้ารับตำแหน่งซึ่งทางญี่ปุ่นได้แสดงความมั่นใจหลังจากที่ไทยสามารถตั้งรัฐบาลได้ตามกรอบเวลาที่กำหนดและยังได้หารือในกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจกว่างๆเพื่อเตรียมที่จะหารืออย่างลงลึกกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมแห่งประเทศญี่ปุ่น(เมติ) ในวันจันทร์ที่ 22 ก.ย.นี้นอกจากนี้ยังได้มีการหารือในกรอบกว้างๆของนโยบายรัฐบาลญี่ปุ่นที่จะส่งเสริมให้เอสเอ็มอีของญี่ปุ่นขยายการลงทุนเข้ามายังอาเซียนและประเทศไทยนับหมื่นรายซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีเพราะเอสเอเมอีญี่ปุ่นเหล่านี้จะนำเทคโนโลยีและระบบการบริหารงานใหม่ๆเข้ามาในประเทศไทย เป็นการกระตุ้นสร้างการแข่งขันทำให้เอสเอ็มอีของไทยปรับตัวเข็มแข็งขึ้นและเชื่อมั่นว่าแม้จะมีการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นแต่ผู้ประกอบการไทยก็สามารถปรับตัวแข่งขันได้และภาครัฐยังคงเข้ามาดูแลช่วยเหลือเอสเอ็มอีอย่างเต็มที่ซึ่งมองว่าหากยิ่งออกมาตรการปกป้องมากเกินไปผู้ประกอบการไทยจะยิ่งอ่อนแอด้านนายชิเกะคะสุ ซะโต เอกอัครราชฑูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย กล่าวว่า รัฐบาลญี่ปุ่นต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลใหม่ของไทยอย่างต่อเนื่องโดยในช่วงที่เกิดเหตุวุ่นวายทางการเมืองนักธุรกิจญี่ปุ่นจำนวนมากเกิดความกังวลใจแต่หลังจากที่เหตุการณ์ภายในประเทศไทยเข้าสู่ความสงบผู้ประกอบการญี่ปุ่นก็คลายความกังวลใจและพร้อมที่จะสานต่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น