นายวงศกรณ์ ประสิทธิวิภาต รองประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาธุรกิจ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้เตรียมพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ในทำเลใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วงกว่า 1,170 ไร่ รวมมูลค่ากว่า 31,800 ล้านบาท เพื่อเจาะตลาดทุกกลุ่ม ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และคอนโดมิเนียม โดยล่าสุดได้เปิดตัวโครงการใหม่ คือ เพอร์เฟค มาสเตอร์พีช เซนจูรี่ รัตนาธิเบศร์ บนถนนรัตนาธิเบศร์ ติดรถไฟฟ้าสถานีท่าอิฐ มูลค่าโครงการ 2,380 ล้านบาท 154 ยูนิต ราคาเริ่มต้นที่ 10 ล้านบาท และไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ มีแผนที่จะเปิดตัวคอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่ คือเมโทร ลักซ์ พร้อมกัน 5 ทำเล รวมมูลค่า 7,500 ล้านบาท ราคาเริ่มต้นยูนิตละ 2 ล้านบาทขึ้นไป “ปีนี้บริษัทมั่นใจว่าจะมีรายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 13,800 ล้านบาท และปีหน้า ยังมีแผนที่จะเปิดตัวโครงการที่อยู่ในทำเลรถไฟฟ้าอีก 5 โครงการ รวมมูลค่า 4,900 ล้านบาท เนื่องจากมั่นใจในศักยภาพทำเลของพื้นที่ในแนวรถไฟฟ้าเส้นสีม่วงนี้ เพราะมีแนวโน้มจะเป็นย่านธุรกิจของกรุงเทพฯตะวันตก ”ปัจจุบันบริษัทมีโครงการบนทำเลโซนตะวันตก เป็นบ้านเดี่ยว 8 โครงการ รวมมูลค่า 21,100 ล้านบาท มูลค่าคงเหลือขาย 14,250 ล้านบาท คอนโดฯ 3 โครงการ รวม 5,800 ล้านบาท มูลค่าเหลือขาย 4,280 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผุดที่อยู่แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลที่จะสร้างโปรดักส์ แชมป์เปี้ยน ลำดับที่ 3 ในอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย โดยจะเน้นศึกษารถยนต์ที่เน้นประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นไปตามความต้องการของตลาดโลก หลังจากที่ผ่านมาอุตฯยานยนต์ไทย ประสบความสำเร็จในการสร้างโปรดักส์แชมเปี้ยน ลำดับที่ 1 คือรถกระบะ ขนาด 1 ตัน สามารถผลิตและส่งออกเป็นอันดับ 1 ของโลก ลำดับที่ 2 คือ การผลิตรถยนต์ขนาดเล็กประหยัดพลังงาน (อีโคคาร์) ซึ่งขณะนี้การผลิตรถยนต์อีโคคาร์ระยะ (เฟส) ที่ 1 ที่มีปริมาณการผลิต 500,000 คัน เริ่มทยอยออกมาแล้ว ส่วนระยะที่ 2 จะออกเร็ว ๆ นี้ มีกำลังการผลิตรวมปีละ 1.58 ล้านคัน “ตอนนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล เพื่อดูว่าอุตฯยานยนต์ไทยจะปั้นโปรดักส์ แชมเปี้ยนตัวไหนเป็นตัวที่ 3 หลังจากที่ผ่านมาประสบความสำเร็จ ทั้งรถกระบะขนาด 1 ตัน และรถอีโคคาร์ ส่วนจะพัฒนารถยนต์ประเภทไหนก็จะต้องดูกันอีกครั้งว่า จะพัฒนารถยนต์ตัวไหนโดยหลักการจะนำรถยนต์ที่ผลิตในประเทศอยู่แล้ว มาพัฒนาต่อยอดต่อไป”อย่างไรก็ตามขณะนี้ทุกค่ายรถยนต์ยืนยันว่าไทยยังเป็นฐานการผลิตรถยนต์ เพื่อการส่งออกของอาเซียนต่อไป เนื่องจากไทยมีความแข็งแกร่งในด้านการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และมีแรงงานที่มีฝีมือ โดยคู่แข่งอย่างประเทศอินโดนีเซียแม้ว่า จะมีการผลิตรถยนต์เพิ่มมากขึ้น แต่เป็นการผลิตรถยนต์เพื่อใช้ในประเทศ เพราะต้องรองรับประชากรเป็นจำนวนมาก โดยปี 60 เป้าหมายการผลิตรถยนต์ 3 ล้านคัน เชื่อว่า เป็นไปตามเป้าหมายแน่นอน เพราะในอนาคตเศรษฐกิจโลก จะปรับตัวดีขึ้น
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในงานสัมมนายุทธศาสตร์ประเทศ บนฐานเศรษฐกิจใหม่ เมื่อวันที่ 29ต.ค.ที่ผ่านมา ว่า รัฐบาลจะเร่งจัดทำร่างกฎหมายใหม่และแก้ไขกฎหมายเดิมที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมเศรษฐกิจติจิตอล รวม 13 ฉบับ ให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้ โดยเฉพาะการปรับปรุงอำนาจขององค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้องให้สามารถดำเนินการการไปในทิศทางเดียวกันพร้อมทั้งจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายระดับชาติเข้ามาดูแล ซึ่งคาดว่างานทั้งหมดจะเริ่มทำอย่างจริงจังตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.58 เป็นต้นไป จากนั้นคงใช้เวลาประมาณ 1 ปี เร่งสร้างฐานของเศรษฐกิจดิจิตอลในสาขาต่างๆให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม“จากนั้นหลังจากกฎหมายทั้งหมดเสร็จซึ่งจะเร่งทำให้เสร็จในปีนี้ แล้วจะเริ่มต้นทำงานทันทีตั้งแต่ปีหน้าโดยจะวางรากฐานทั้งหมดของเศรษฐกิจดิจิตอลที่ประเทศไทยต้องมี วางกฎระเบียบกฎเกณฑ์มาควบคุม เพราะตั้งใจว่า ใน 1 ปีนี้ อย่างไรก็ต้องให้เกิดกิจกรรมบางอย่างขึ้นมาก่อนส่วนการวางรากฐานบางอย่างที่อาจใช้เวลานานถึง 3 ปี เช่นบรอดแบรนด์ของชาติก็ต้องเร่งสร้างรากฐานในปีแรกเพื่อสานต่อในปีต่อๆไปเหมือนกับการยิงลูกโทษสองจังหวะ จังหวะแรกทำให้เป็นแกนและจังหวะต่อไปก็ให้มาสานต่อ ซึ่งหากวางรากฐานไว้ชัดเจนแล้วเชื่อว่ารัฐบาลต่อไปก็ต้องมาทำต่อแน่นอน”ทั้งนี้นอกจากเรื่องของการเตรียมความพร้อมด้านกฎหมายแล้วด้านการเตรียมบุคลากรมารองรับก็จำเป็นต้องเร่งดำเนินการเช่นกันโดยจุดมุ่งหวังของการดำเนินการครั้งนี้ หากทำสำเร็จจะทำให้ประเทศไทยมีระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีประโยชน์ต่อประชาชน รวมไปถึงภาคธุรกิจโดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี)สามารถมาใช้บริการในฐานเทคโนโลยีดังกล่าวได้สะดวกยิ่งขึ้น