นางจินตนา ชัยยวรรณาการ อธิบดีกรมการค้าภายในเปิดเผยว่า กรมฯได้ประกาศราคาแนะนำ ราคารับซื้อและราคาจำหน่ายสุกรเนื้อสุกรแนะนำ ระหว่างวันที่ 17-22 ก.ย. 57 โดยราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มกรุงเทพมหานครภาคกลางและภาคตะวันตกราคากิโลกรัมละ72บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือราคากิโลกรัมละ74บาทภาคตะวันออก ราคากิโลกรัมละ 77 บาทภาคใต้ราคากิโลกรัมละ78บาทและภาคเหนือราคากิโลกรัมละ75บาทราคาจำหน่ายส่งหมูชำแหละ(หมูซีก)กรุงเทพมหานครภาคกลางและภาคตะวันตกไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ85บาทภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ88บาทภาคตะวันออกไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ91 บาทภาคใต้ไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ92บาทและภาคเหนือไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ89บาท ราคาจำหน่ายส่งชิ้นส่วนหมูเนื้อแดง(เนื้อสะโพก เนื้อไหล่)กรุงเทพมหานครภาคกลางและ ภาคตะวันตกไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ117บาทภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ121บาทภาคตะวันออกไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ 125 บาทภาคใต้ไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ127บาทและภาคเหนือไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ123บาท ราคาจำหน่ายปลีกหมูเนื้อแดงไม่ตัดแต่ง(เนื้อสะโพก เนื้อไหล่)กรุงเทพมหานครภาคกลางและภาคตะวันตกไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ132บาทภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ137บาทภาคตะวันออกไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ 141 บาทภาคใต้ไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ143บาทและภาคเหนือไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ139บาทยกเว้นเนื้อสุกรชนิดที่มีคุณภาพพิเศษเช่น เนื้อสุกรอนามัย เนื้อสุกรไร้สาร ที่มีการรับรองจากหน่วยงานราชการ ราคาจำหน่ายปลีกหมูเนื้อแดงตัดแต่ง (เนื้อสะโพกเนื้อไหล่)กรุงเทพมหานครภาคกลางและ ภาคตะวันตกไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ143บาทภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ148บาทภาคตะวันออกไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ 152 บาทภาคใต้ไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ154บาทและภาคเหนือไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ150บาทยกเว้นเนื้อสุกรชนิดที่มีคุณภาพพิเศษ เช่นเนื้อสุกรอนามัย เนื้อสุกรไร้สาร ที่มีการรับรองจากหน่วยงานราชการ “กรมจะติดตามสถานการณ์และราคาสุกรอย่างใกล้ชิดและขอให้ผู้จำหน่ายปลีกปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายให้ผู้บริโภคเห็นอย่างชัดเจนถ้าหากไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้ามีโทษปรับไม่เกิน10,000บาทประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้าและบริการแจ้งที่สายด่วน กรมการค้าภายใน1569หรือสำนักงานการค้าภายในจังหวัดทั่วประเทศ หากพบการกระทำผิดกรมจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาหมูห้ามเกิน 154 บาทต่อกก.
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















“กวางโจว” เป็นเมืองเอกของมณฑลกวางตง เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในภาคใต้ของจีน จนได้รับการขนานนามว่า ประตูด้านใต้ของประเทศจีน มีประวัติศาสตร์ ยาวนานกว่า 2,800 ปี เป็นจุดเริ่มของเส้นทางสายไหมทางทะเลในครั้งอดีตและยังเคยเป็นเมืองท่าเสรีแห่งแรกและแห่งเดียวที่เปิดต้อนรับชาวตะวันตกที่เข้ามาติดต่อค้าขาย กวางโจวเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักชิมและนักชอป มีร้านอาหารและภัตตาคารมากมาย มีอาหารทุกชนิดให้ลิ้มลองทั้งของจีนและต่างประเทศ จนมีคำกล่าวว่า “ชาวกวางโจวกินทุกสิ่งที่มีปีกบนท้องฟ้าทั้งหมด ยกเว้นเครื่องบิน กินสิ่งที่มีขาทั้งหมด ยกเว้นเก้าอี้” ขณะเดียวกันกวางโจวยังเป็น “สวรรค์แห่งการซื้อของ” มีแหล่งชอปปิ้งมากมาย ตั้งแต่ถนนคนเดิน ห้างสรรพสินค้าขายส่งราคาประหยัด ไปจนถึงสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังระดับโลก “กระบี่” เป็นดินแดนแห่งขุนเขา หาดทราย ชายทะเล กลุ่มเกาะ น้ำตก และโถงถ้ำ ที่สวยงามติดอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ซึ่งสามารถเดินทางไปเยือนได้ตลอดทั้งปี ไม่ใช่เพียงแค่ภูมิประเทศที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ประวัติความเป็นมาอันยาวนานของกระบี่ รวมถึงอัธยาศัยไมตรีอันดีและวิถีชีวิตของคนกระบี่ที่ผูกพันอยู่กับการทำสวน ทำไร่ ก็เป็นอีกเสน่ห์ที่ทำให้กระบี่เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางในวันพักผ่อนของนักท่องเที่ยวเสมอมา สิ่งที่เป็นเสน่ห์ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกให้มาเยือนกระบี่ คือ ความงามของเกาะต่างๆ ที่มีถึง 130 เกาะ ส่วนใหญ่เป็นเกาะที่ไม่ค่อยมีคนอาศัย มีเพียง 13 เกาะ ที่มีการตั้งถิ่นฐานบ้านเรือน เช่น เกาะพีพี เกาะลันตา เกาะศรีบอยา เกาะไม้ไผ่ เกาะปอดะ และเกาะห้อง สมกับคำที่ว่า “กระบี่ เมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก” ด้วยเหตุนี้เอง สายการบินแอร์เอเชียที่เป็นสายการบินราคาประหยัดที่บินตรงสู่จีนมากที่สุด โดยบินตรงจากไทยสู่จีน 13 เส้นทาง ใน 10 ปลายทาง ได้เล็งเห็นความสำคัญของการท่องเที่ยวของทั้งสองเมือง จึงเปิดเส้นทางใหม่เพื่อเชื่อมเมืองเศรษฐกิจจีนสู่เมืองท่องเที่ยวแห่งทะเลอันดามัน “กระบี่-กวางโจว” ในราคาชวนเคลิบเคลิ้ม เริ่มต้นเพียง 1690 บาทต่อเที่ยว เดินทางเที่ยวแรก 6 พ.ย.นี้ นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ซีอีโอหนุ่มของสายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยว่า เส้นทางจีนถือเป็นตลาดสำคัญของแอร์เอเชีย อัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสารใน 8 เดือนแรกของปี 2557 เฉลี่ยสูงมากถึงร้อยละ 80 % ซึ่งจะเร่งกระตุ้นตลาดในช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 เพื่อต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังจะมาช่วงปลายปี ประกอบกับการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าไทยให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีน คาดว่าตัวเลขโหลดแฟกเตอร์ช่วงปลายปีจะเพิ่มขึ้นได้ การเปิดเส้นทางบินใหม่นี้จะช่วยกระตุ้นความต้องการเดินทางให้มากขึ้น เพราะกวางโจวก็เป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญของจีนตอนใต้และมีประชาชนที่มีกำลังจับจ่ายสูงเพราะประเทศจีนยังคงเป็นเป้าหมายสำคัญในการขยายเส้นทางบิน ไม่เพียงบินจากดอนเมือง แต่ยังมีเส้นทางบินจากภูเก็ตและเชียงใหม่ โดยกระบี่นั้นมีนักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมายลโฉมมากเป็นอันดับต้นๆเลยทีเดียว นักท่องเที่ยวที่สนใจต้องการไปซึมซับธรรมชาติอันสวยงามของทั้งสองเมืองสามารถสำรองที่นั่งได้ตั้งแต่วันนี้ – 21 ก.ย.57 เพื่อเดินทางตั้งแต่วันที่ 6 พ.ย.57 – 24 ต.ค.58 ที่ www.airasia.com และทุกช่องทาง.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้(18 ก.ย.)ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นเคลื่อนไหวในแดนบวกคึกคักตลอดช่วงเช้าจากวานนี้ที่มีเงินทุนต่างชาติไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยอย่างหนาแน่น เป็นแรงหนุนปัจจัยในต่างประเทศที่เด่นชัด ประกอบกับกรแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ในวันที่สอง ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอยู่ในระดับ 0-0.25% ต่อไปอีกระยะหนึ่งรวมทั้งลดวงเงินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงนโยบาย(คิวอี) ลงอีก 10,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐซึ่งจะส่งผลดีต่อบรรยากาศการลงทุนของตลาดภายในภูมิภาค ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่1,577.70จุดเพิ่มขึ้น 7.06 จุด หรือ 0.45% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 20,732.43 ล้านบาท