นางศรีสุดาวนภิญโญศักดิ์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับบริษัทท่าอากาศยานไทย (ทอท.)และ บริษัทคิงเพาวเวอร์อินเตอร์เนชั่นแนลในการทำตลาดกระตุ้นการการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนในกลุ่มเมืองรองอาทิ เสิ่นหยาง ชิงเต่าหนานหนิง ฯลฯ ด้วยการนำผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจากไทยกว่า 50 รายไปเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวจีนเพื่อเสนอขายแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทยเนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนชะลอตัวจากเหตุการณ์ทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา “การเดินทางออกไปโรดโชว์ที่ประเทศจีนโดยตรง ก็เพื่อให้ได้มาซึ่งการซื้อขายแพ็กเกจทัวร์ได้จริงรวมถึงการจัดโปรโมชั่นในกลุ่มการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลก็เป็นอีกตลาดที่ ททท.ให้ความสำคัญและทำตลาดประสบความสำเร็จโดยททท.สำนักงานเซี่ยงไฮ้ได้ร่วมกับบริษัท ปักกิ่งทราเวล เซอร์วิส จำกัดที่ดำเนินการสนับสนุนการจัดนำเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลนำพนักงานจากบริษัทผลิตเครื่องสำอางขนาดใหญ่จากเซี่ยงไฮ้หางโจว นานกิง มาประชุมและท่องเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ตมีจำนวนเกือบ 1,300คน สร้างความคึกคักให้กับจังหวัดภูเก็ตเป็นอย่างมาก” ทั้งนี้ภายหลังการจัดงานได้ประเมินผลการจัดโรดโชว์ผ่านการตอบแบบสอบถามของผู้ประกอบการไทยพบว่ากว่า 90%เห็นว่าการสร้างความสัมพันธ์กับเครือข่ายเดิมและเครือข่ายทางธุรกิจใหม่ได้ขณะที่ ภาพรวมของการจัดงานทั้งในกลุ่มผู้ประกอบการจากประเทศไทยและตัวแทนบริษัทนำเที่ยวในพื้นที่ตลาดจีนซึ่งเป็นผู้ซื้อส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในระดับเกินกว่า50% นายพงศธร เกษสำลี รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิคใต้ททท.กล่าวว่า ททท.สำนักงานโตเกียวมีแผนการทำ โปรโมชั่นกับบริษัททัวร์ของญี่ปุ่นในช่วงเดือนต.ค.-พ.ย.นี้โดยจะร่วมกับบริษัทที่ให้บริการด้านสื่อออนไลน์ซึ่งเป็นที่นิยม 1ใน 5ของผู้ที่หาข้อมูลเกี่ยวกับการขายแพ็คเกจทัวร์และตั๋วเครื่องบินจัดทำป้ายโฆษณาประเทศไทย(แบรนเนอร์)ในเว็บไซต์เพื่อประชาสัมพันธ์ประเทศไทยพร้อมเชื่อมโยงข้อมูลไปยัง50บริษัทนำเที่ยวที่เสนอขายแพ็คเกจมาท่องเที่ยวประเทศไทย คาดว่าเป้าหมายผู้ซื้อแพ็คเกจไม่ต่ำกว่า100 แพ็ค
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ททท.จับมือพันธมิตรรุกแดนมังกร
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นายสมเกียรติตรีรัตนพันธ์รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าขณะนี้กระทรวงได้มีแผนในการสร้างความเชื่อมั่นเครื่องหมายฮาลาลของสินค้าอาหารไทยในตลาดโลกโดยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยเพิ่มความร่วมมือกับประเทศอาเซียนเช่น อินโดนีเซีย และมาเลเซียสร้างมาตรฐานฮาลาลด้วยกันพร้อมทั้งการผลักดันให้ขอเครื่องหมายฮาลาลของอินโดนีเซียควบคู่กับเครื่องหมายฮาลาลของไทยเพื่อให้เกิดการยอมรับตลาดของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามเนื่องจากตลาดอาหารฮาลาลโลกมีมูลค่าการค้า1.1ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี “อย่างไรก็ตามไทยไม่ได้เป็นประเทศมุสลิมและประชากรส่วนใหญ่ไม่ได้นับถือศาสนอิสลามาทำให้ชาวมุสลิมบางส่วนที่เคร่งศาสนาในบางประเทศเกิดความไม่แน่ใจในมาตรฐานฮาลาลของไทยซึ่งไทยก็มีแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยการเตรียมสร้างมาตรฐานฮาลาลร่วมกันระหว่างไทยอินโดนีเซีย และมาเลเซียภายใต้แผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่ายเพื่อให้เกิดการเชื่อมั่นจากประชาชน” นอกจากนี้ยังต้องการให้ผู้ประกอบการไทยเริ่มสร้างตราสินค้าของตนเองให้เป็นที่รู้จักในตลาดอาหารฮาลาลซึ่งปัจจุบันมีหน่วยงานภาครัฐพร้อมให้การสนับสนุนเช่นกระทรวงพาณิชย์ให้คำแนะนำในการขยายตลาดไปต่างประเทศและให้ข้อมูลด้านกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องขณะเดียวกันก็มีศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลในการพัฒนาระบบการผลิตเพื่อให้สอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลามและสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยทำหน้าที่รับรองมาตรฐานและออกเครื่องหมายฮาลาลแก่เอกชน “ปัจจุบันตลาดของอาหารฮาลาลโลกมีมูลค่า1.1ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเติบโตเฉลี่ยปีละ 7.4%ซึ่งถือเป็นโอกาสของไทยในการเพิ่มและขยายการส่งออกสินค้าอาหารฮาลาลเพราะไทยมีความได้เปรียบคู่แข่งหลายประเทศในเรื่องอุตสาหกรรมอาหารเนื่องจากอาหารไทยได้รับการยอมรับในตลาดโลกทั้งด้านคุณภาพและรสชาติซึ่งสามารถใช้ต่อยอดกับอาหารฮาลาลได้อีกทั้งกระบวนการผลิตก็มีความทันสมัยหลายโรงงานจ้างให้ไทยผลิตทำให้มาตรฐานในการผลิตอาหารของไทยเป็นที่ยอมรับ” สำหรับไทยมีการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลไปยังประเทศกลุ่มมุสลิม(โอไอซี)เฉลี่ย5ปีย้อนหลังมูลค่า 5,949.1ล้านดอลลาร์สหรัฐขยายตัว 4.72%ต่อปีและในช่วง 6เดือนของปี57มีมูลค่า2,980.2ล้านดอลลาร์สหรัฐลดลง 4.15%เนื่องจากส่งออกน้ำตาลทรายและอาหารทะเลแช่เย็นแช่แข็งและแปรรูปลดลงแต่กลุ่มผัก ผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็ง และแปรรูปเนื้อสัตว์ปีกแช่เย็นแช่แข็งและแปรรูป และผลิตภัณฑ์ข้าวผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆมีมูลค่าการส่งออกที่สูงขึ้น ส่วนการส่งออกไปยังตลาดอาเซียนมี 3ประเทศคือ บรูไน อินโดนีเซียและมาเลเซีย การส่งออกเฉลี่ย5ปีมีมูลค่าส่งออกเฉลี่ย 2,184.2ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ย12.06%ต่อปีหรือมีสัดส่วนคิดเป็น 36.1%ของการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศโอไอซีและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดอาเซียนเป็นตลาดสำคัญของสินค้าฮาลาลของไทยอีกตลาดหนึ่ง
นายทัศพล แบเลเว็ลด์ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชียเปิดเผยว่าสายการบินไทยแอร์เอเชียได้เปิดเส้นทางบินตรงกระบี่-กวางโจวเพื่อเชื่อมเมืองเศรษฐกิจจากจีนสู่แหล่งท่องเที่ยวอันดามันไทยโดยไม่ผ่านกรุงเทพฯ และรองรับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่จะมาไทยเพิ่มหลังมีการยกเลิกค่าธรรมเนียมวีซ่าส่งผลให้ ไทยแอร์เอเชียมีเส้นทางบินเพิ่มสู่จีนทั้งสิ้น10ปลายทาง13เส้นทางเป็นสายการบินราคาประหยัดที่บินสู่จีนมากสุด ทั้งนี้ไทยแอร์เอเชียสำรวจพบว่าปริมาณการเดินทางของนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการที่สนามบินดอนเมืองเป็นคนไทยมากสุดรองลงมาเป็นนักท่องเที่ยวจีนซึ่งชาวจีนส่วนใหญ่นิยมเดินทางไปเที่ยวต่อจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดชายทะเลภาคใต้โดยเฉพาะจังหวัดกระบี่และภูเก็ตดังนั้นไทยแอร์เอเชียจึงเปิดให้บริการในเส้นทาง กระบี่-กวางโจวเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวให้สะดวกยิ่งขึ้น “เส้นทางจีนถือเป็นตลาดสำคัญของแอร์เอเชียโดยยอดผู้โดยสารใช้บริการใน8เดือนปี 57สูงถึง80%ดังนั้นจึงมีแผนที่จะเร่งกระตุ้นตลาดในช่วงไตรมาส3และ4เพื่อต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังจะมาช่วงปลายปีประกอบกับการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าไทยให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีนจึงคาดว่าตัวเลขโหลดแฟกเตอร์ช่วงปลายปีจะเพิ่มขึ้นได้การเปิดเส้นทางบินใหม่นี้จะช่วยกระตุ้นความต้องการเดินทางให้มากขึ้นเพราะกวางโจวก็เป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญของจีนตอนใต้และมีประชาชนที่มีกำลังจับจ่ายสูง” นายทัศพลกล่าวต่อว่าในโอกาสเปิดเส้นทางบินใหม่กระบี่-กวางโจวแอร์เอเชียมีโปรโมชั่นราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 1690บาทต่อเที่ยวเปิดสำรองที่นั่งได้ถึง 21ก.ย.57เพื่อเดินทางตั้งแต่วันที่6พ.ย.57– 24 ต.ค.58โดยสำรองที่นั่งโปรโมชั่นได้ทุกช่องทางการจำหน่ายทั้ง www.airasia.comคอลเซ็นเตอร์02-515-9999เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วที่สนามบิน