นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการนำคณะผู้ประกอบการไทย เดินทางเปิดตลาดธุรกิจโรงแรมและบริการแต่งงานในญี่ปุ่นว่า ขณะนี้ 24 บริษัทไทยในกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์พอใจกับการเปิดตลาดส่งออกสินค้าร่วมกลุ่มธุรกิจแบบครบวงจรอย่าง เนื่องประธานบริษัท เวิลด์ เซอร์วิส ได้แสดงความประทับใจในศักยภาพสินค้าไทย จึงเชิญชวนให้ร่วมงานแสดงสินค้าธุรกิจโรงแรมในที่บริษัทจะจัดขึ้นในก.ค.58นี้ทั้งนี้เวิลด์ เซอร์วิส ถือเป็นซัพพลายเออร์ให้กับโรงแรมขนาดใหญ่ทั่วญี่ปุ่นราว 800 แห่ง เพื่อนำเสนอเทรนด์ใหม่ในการจัดงานแต่งงาน จึงนับเป็นการการันตีได้ว่า สินค้าไทยจะได้มีโอกาสทางการตลาดในโรงแรมระดับหรูในอนาคต“การนำคณะเพื่อเจรจาธุรกิจในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการผลักดันสินค้าไทยเข้าสู่ช่องทางตลาดญี่ปุ่น โดยมีนักธุรกิจเข้ามาเยี่ยมชมงานรวม 130 คน ประกอบด้วย บริษัทจัดหาสินค้าสำหรับโรงแรมและงานแต่งงาน ฝ่ายจัดซื้อของโรงแรมระดับ 5 ดาว อาทิ เวสติน โตเกียว, เชอราตัน, มารีนา เบย์ บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน บริษัทนำเข้าเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน บริษัทธุรกิจร้านจำหน่ายดอกไม้ เป็นต้น บริษัทที่เข้ามาชมงานส่วนใหญ่ รู้สึกพอใจที่เห็นสินค้าไทยในภาพรวมครั้งแรกสำหรับธุรกิจโรงแรม ทั้งในด้านการออกแบบ คุณภาพ รวมทั้งราคา”สำหรับการจัดซื้อสินค้าเข้าโรงแรมและงานแต่งงานในประเทศญี่ปุ่น จะมีความพิเศษกว่าช่องทางการจัดซื้อทั่วไป กล่าวคือ จะไม่มีผู้ซื้อคนใดคนหนึ่งตัดสินใจเลือกสินค้าได้คนเดียวและทันที เนื่องจากจะต้องพิจารณาจัดซื้อสินค้าเป็นแพ็คเกจ ทั้งเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร เคหะสิ่งทอ โดยผู้ซื้อจะเก็บข้อมูลสินค้ามาโดยละเอียดก่อนเพื่อนำมาเข้าที่ประชุมพิจารณาร่วมกันในทีมรับผิดชอบ เช่น การออกแบบตกแต่งภายใน, วางแผนจัดงานแต่งงาน และฝ่ายการเงิน เป็นต้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผู้ส่งออกไทยลุยธุรกิจงานแต่งตลาดญี่ปุ่น
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้อินโดนีเซียรับที่จะเปิดโควตานำเข้าทุเรียนให้แก่ไทยเป็นพิเศษ จำนวน 5,000 ตัน ในช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. 57 ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ไทยได้เจรจาให้อินโดนีเซียเปิดตลาดหลังจากที่ปีนี้อินโดนีเซียได้มีมาตรการห้ามนำเข้าทุเรียนในช่วงครึ่งปีหลัง 57 ส่งผลให้เกิดผลดีต่อเกษตรกรของไทยที่จะมีช่องทางในการจำหน่ายทุเรียนได้เพิ่มขึ้น“ที่ผ่านมาผู้ส่งออกที่ส่งออกทุเรียนไปยังอินโดนีเซียได้มาบอกว่าอินโดนีเซียห้ามนำเข้าทุเรียนในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าก็ให้นำเข้าได้ ส่งผลให้ไทยจึงต้องหารือกับอินโดนีเซียเพื่อขอให้เปิดตลาดให้ไทยเป็นพิเศษ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี” ทั้งนี้ ไทยยังได้ขอให้อินโดนีเซียช่วยเร่งรัดให้กระทรวงเกษตรของอินโดนีเซียเร่งจัดทำระบบการควบคุมความปลอดภัยของสินค้าเกษตรกับสินค้าพืชสวนของไทย โดยเฉพาะหอมแดงและผลไม้ ซึ่งอินโดนีเซียได้รับปากที่จะไปเร่งรัดให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งจะส่งผลทำให้การส่งออกทำได้ง่ายขึ้นและสะดวกขึ้นผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ความต้องการบริโภคทุเรียนในปี 57 นั้นพบว่าความต้องการบริโภคภายในประเทศของทุเรียนสด และผลิตภัณฑ์ใกล้เคียงกับปีที่ ผ่านมา เนื่องจากผลผลิตทยอยออกสู่ตลาดหลายรุ่น และการกระจายผลผลิตไปสู่ผู้บริโภคภูมิภาคต่างๆ ส่วนการส่งออก คาดว่า จะมีการส่งออกทุเรียนสด และและผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น เพราะความต้องการทุเรียนสด และผลิตภัณฑ์ในตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้ตลาดจีนชะลอการน้าเข้าทุเรียนจากไทย เนื่องจากเป็นช่วงที่ผลผลิตลิ้นจี่ของจีนออกสู่ตลาด ขณะที่สภาพอากาศของจีนกำลังเข้าสู่ฤดูร้อน ผู้บริโภค ส่งผลให้จีนจึงลดการบริโภคผลไม้เมืองร้อน เช่น ทุเรียน ดังนั้นจึงน้าเข้าทุเรียนลดลงส่วนผลผลิตทุเรียนไทยในปี 57 พบว่า ในปี 57 มีพื้นที่เพาะปลูก 572,805 ไร่ลดลงจากปีก่อน 0.75% มีผลผลิต 631,904 ตันเพิ่มขึ้น 11.01% และมีผลผลิตต่อไร่ 1,103 กก. ต่อไร่เพิ่มขึ้น 11.87%
นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในสัปดาห์หน้า กรมฯ จะเสนอให้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาการรับมอบข้าวและปัญหาที่ค้างจากการระบายข้าว ในช่วงก่อนที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) จะเข้ามาบริหารประเทศ เพื่อช่วยลดอุปสรรคทางการประกอบธุรกิจตามที่มีภาคเอกชนร้องเรียนโดยตรงมายังกรมการค้าต่างประเทศ และได้ร้องเรียนผ่านมาทางสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ซึ่งมีประมาณ 200 เรื่องทั้งนี้ในเบื้องต้นกรมฯ ได้รวบรวมข้อมูล และตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียน พบว่า เรื่องร้องเรียน 200 เรื่องแบ่งเป็น 7-8 กลุ่ม เช่น ปัญหาการคืนหลักทรัพย์วางค้ำประกัน 5% ของมูลค่าข้าวล่าช้า, ปัญหาที่ผู้ส่งออกร้องขอผ่อนผันขยายระยะเวลาขนย้ายข้าว เกินกว่าที่ตกลงไว้ตามสัญญา เพราะมีเหตุสุดวิสัยไม่สามารถขนย้ายข้าวได้ตามกำหนดในสัญญา หรือปัญหาที่ประมูลข้าวแล้วไปรับสินค้าไม่ตรงตามมาตรฐานสินค้าตัวอย่างที่นำมาแสดง เป็นต้น“ปัญหาที่พบมีทั้งปัญหาเก่า และใหม่ ซึ่งบางเรื่องเกิดขึ้นก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่งก็ต้องทำความเข้าใจ และเร่งแก้ปัญหา เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ สาเหตุที่การแก้ไขเป็นไปอย่างล่าช้า เพราะกรมฯ เพิ่งได้รับข้อมูลจากองค์การคลังสินค้าหลังจากขอสรุปรายงานผลการระบายข้าวผ่านมา 2 เดือนอย่างไรก็ตามกรมฯ จะให้ความยุติธรรมและเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วนที่สุด”