shoplri.com ธุรกิจขนาดกลาง ธุรกิจขนาดย่อม ธุรกิจsme

ธุรกิจขนาดกลาง ธุรกิจขนาดย่อม ธุรกิจsme

shoplri.com ธุรกิจขนาดกลาง ธุรกิจขนาดย่อม ธุรกิจsme

Archives for ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

แนะไทยตั้งฐานผลิตสินค้าเมืองอิเหนา

นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิขย์  เปิดเผยว่า ขณะนี้นักลงทุนและผู้ส่งออกไทยมีแนวโน้มได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของนายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีคนใหม่ของอินโดนีเซียอย่างมาก โดยเฉพาะการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เช่น สร้างถนนเพิ่ม 2,000  กม. , ท่าเรือใหม่ 10 แห่ง สนามบินใหม่ 10 แห่ง สร้างย่านการค้าใหม่ 500 แห่ง ปรับปรุงระบบไฟฟ้า ประปา รวมถึงพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเชื่อโยงระหว่างประเทศที่ยังไม่ได้มาตรฐานสากล พร้อมทั้งลดการอุดหนุนราคาน้ำมัน และเร่งแก้ไขกฎระเบียบด้านการค้าการลงทุนของอินโดนีเซียเพื่อเอื้อต่อการลงทุน “การเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของนาย โจโก วิโดโด คาดว่าจะช่วยสร้างโอกาสในการส่งออก สินค้าไทยกลุ่มยานยนต์ พลาสติก เครื่องจักรกลการเกษตร น้ำตาลทราย และเครื่องปรับอากาศ ส่วนการลงทุน ไทยควรใช้อินโดนีเซียเป็นฐานการผลิตสินค้าต้นทุนต่ำเพื่อการแข่งขันในตลาดโลก และเป็นตลาดสำหรับสินค้า อีกทางหนึ่ง โดยเฉพาะสาขาที่น่าสนใจในอินโดนีเซีย ได้แก่ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหารฮาลาล น้ำมัน ถ่านหิน และเหมืองแร่ สินค้าเกษตรแปรรูป ประมง สปา บริการทางการแพทย์ ธุรกิจก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง”

ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แนะไทยตั้งฐานผลิตสินค้าเมืองอิเหนา

Posts related

 














ประจินเดินหน้า 3 นโยบายเร่งด่วน หลังเข้ากระทรวงวันแรก

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 12 ก.ย. 57 กระทรวงคมนาคมผู้สื่อข่าวรายงานข่าว พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม และผบ.ทอ. กับ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม ได้เดินทางเข้ากระทรวงคมนาคม โดยมีนางสร้อยทิพย์ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานข้าราชการ และรัฐวิสาหกิจให้การต้อนรับ หลังจากนั้นได้เดินทางเข้าไปสักการะพระพุทธคมนาคมบพิธ พระภูมิ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงคมนาคม พร้อมกับประชุมมอบนโยบายการทำงานให้หัวหน้าหน่วยงานต่างๆต่อมาเวลา 14.30 น. พล.อ.อ.ประจิน กล่าวหลังมอบนโยบายว่า ได้มีนโยบายเร่งด่วน3 ด้าน คือ เร่งจัดทำแผนปฏิบัติงาน (แอคชัน แพลน) ประจำกระทรวงระยะ 1 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่เพิ่งแถลงไป หลังจากนั้นในปีที่ 2-4 จะวางแนวทางดำเนินนโยบายในอนาคต ต่อมาจะมีการเร่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในกระทรวง เนื่องจากสิ้นเดือนก.ย.นี้ มีผู้บริหารระดับสูงเกษียณอายุหลายตำแหน่ง และสุดท้ายจะจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์กช็อป) ระบบคมนาคม 3 ด้าน บก น้ำ และอากาศ เพื่อรับฟังแนวทางพัฒนา อุปสรรค ของระบบการขนส่ง ขณะเดียวกันจะระดมความคิดเห็นเพื่อจัดทำร่างเงื่อนไขทีโออาร์ให้มีมาตรฐาน และโปร่งใสสำหรับโครงการที่ต้องทำเร่งด่วน ได้แก่โครงการจัดหารถเมล์เอ็นจีวี 3,183 คัน ซึ่งระยะแรกจะซื้อเข้ามาก่อน 500 คัน รวมถึงโครงการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 ก็จะมีการนำข้อมูลการก่อสร้างเฟสสอง 62,000ล้านบาท และแผนสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ 24,000 ล้านบาท มาจัดอันดับความสำคัญว่าควรสร้างอันไหนก่อนหรือหลัง ขณะที่การขยายทางวิ่ง (รันเวย์ ที่สาม) และทางขับ (แท็กซี่เวย์) ก็จะศึกษาควบคู่กันไปด้วย ส่วนทางน้ำ จะดูเรื่องการก่อสร้างท่าเทียบเรือชายฝั่งทั้งอันดามัน และอ่าวไทยส่วนการกำหนดกรอบงบประมาณกาลงทุนในยุทธศาสตร์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคมขนส่งประเทศปี 58-65 ได้ผ่านการอนุมัติหลักการจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แล้ว ขณะที่รายละเอียดงบประมาณจะเป็นเท่าไรนั้นจะเร่งหาข้อสรุปให้ได้ภายในเดือนต.ค.นี้ ซึ่งเบื้องต้นในส่วนงบการศึกษา และเวนคืนที่ดินจะใช้งบประมาณประจำของหน่วยงานต่างๆ ส่วนงบลงทุนจะใช้จากเงินกู้ และงบบริการสังคม จะพิจารณาว่าจะใช้การกู้หรือการตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน

ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ประจินเดินหน้า 3 นโยบายเร่งด่วน หลังเข้ากระทรวงวันแรก

จี้รัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายให้ได้ 95%

นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมเรื่องการติดตาม เร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่มีงบลงทุนขนาดใหญ่ 11 แห่ง ว่า ได้แจ้งนโยบายของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี และนายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง ให้รัฐวิสาหกิจเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ โดยขอความร่วมมือจากรัฐวิสาหกิจปีปฏิทินให้เร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนเพื่อในช่วงที่เหลือของปี ภายในธ.ค.57 ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 95% ของงบลงทุนที่ได้รับอนุมัติ และสำหรับรัฐวิสาหกิจปีงบประมาณ ให้เร่งดำเนินการเตรียมความพร้อมในการเบิกจ่ายงบลงทุนให้ได้ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 58ทั้งนี้ การเบิกจ่ายงบประมาณในส่วนของการจัดสัมมนาขอให้รัฐวิสาหกิจเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนธ.ค.57 หรือช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 58 เพื่อช่วยให้การขยายตัวเศรษฐกิจเติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยรัฐวิสาหกิจที่มีงบลงทุนขนาดใหญ่ 11 แห่ง ที่เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย การรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด องค์การเภสัชกรรม โรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง บริษัท ปตท จำกัด (มหาชน) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)

ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จี้รัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายให้ได้ 95%

Page 204 of 1552:« First« 201 202 203 204 205 206 207 »Last »
Home Webmail Password Help File Manager Logout Edit a file