รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เห็นชอบแผนบริหารหนี้สาธารณะปี 58 วงเงิน 1.24 ล้านล้านบาท รวมถึงเห็นชอบแผนการก่อหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลไม่ค้ำประกันวงเงิน 137,000 ล้านบาท และการกู้เงินของกองทุนน้ำมัน 30,000 ล้านบาท รวมเป็นการบริหารหนี้ทั้งหมด 1.41 ล้านล้านบาททั้งนี้ การบริหารหนี้สาธารณะ 1.24 ล้านล้านบาท เป็นการบริหารหนี้เก่าจำนวน 797,000 ล้านบาท และการก่อหนี้ใหม่ 375,000 ล้านบาท โดยส่วนนี้เป็นรัฐบาลกู้ 310,000 ล้านบาท เป็นการกู้เพื่อชดเชยขาดดุลงบประมาณปี 58 จำนวน 250,000 ล้านบาท กู้เพื่อทดแทนเงินบาท 4,700 ล้านบาท กู้ให้กองทุนภัยพิบัติ 2,500 ล้านบาท และรัฐบาลกู้เพื่อให้รัฐวิสาหกิจกู้ต่อ ประกอบด้วย รฟม. 20,300 ล้านบาท ซึ่งเป็นการให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) 32,000 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างรถไฟร่างคู่ตามแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไฟเขียวแผนบริหารหนี้สาธารณะปี 58
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นายอัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยในงานประชุมวิชาการข้าวแห่งชาติ ประจำปี 57 เรื่อง “นโยบายข้าวไทย อดีตสู่ปัจจุบัน” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ว่า นโยบายด้านข้าวของรัฐบาล และคณะกรรมการข้าวในรัฐบาลทุกชุดของไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเป็นนโยบายที่เน้นความสำคัญเฉพาะเรื่องของราคาข้าวเพียงอย่างเดียว เพราะเชื่อว่า มีผลต่อคะแนนเสียงทางการเมือง ซึ่งที่จริงแล้วนโยบายข้าวควรกำหนดมาตรการ และนโยบายอื่นๆที่เหมาะสม เพื่อปรับปรุงการปลูกข้าวให้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการจัดการชลประทานให้ดีขึ้น เพื่อช่วยให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง“ทุกรัฐบาลจดจ่อกับนโยบายราคาเพราะมีผลต่อคะแนนเสียงทางการเมือง ขณะที่เวียดนามไม่มีนโยบายเรื่องราคาแต่มีมีนโยบายพัฒนาข้าว ดังนั้นการพยายามยกระดับราคาข้าวส่งออกให้สูงขึ้น ในขณะที่เราเป็นผู้ส่งออกข้าวถึง 45%ถือว่าเป็นเรื่องยากมาก และรัฐต้องใช้ทรัพยากรสูงมาก คือขาดทุนกว่า 500,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้เงินนอกงบประมาณ เป็นต้นทุนที่หลบซ่อน ซึ่งสูงมากกับการทำนโยบายจำนำข้าวในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ซึ่งผมเรียกว่ามันคือนโยบายจำนำข้าวแบบสุดซอย และผมหวังว่ามันจะสุดซอยแล้วจริงๆนโยบายแบบนี้ต้องไม่มีอีกในอนาคต และนอกจากการขาดทุนจำนวนมหาศาลกลไกตลาดข้าวก็เสียหายไปอย่างมากและต้องใช้เวลาอีกมากในการฟื้นฟู”อย่างไรก็ตามสิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญ คือการจัดการสต็อกข้าวของรัฐบาลที่คงค้างมาจากนโยบายจำนำข้าวกว่า 18.5 ล้านตัน ซึ่งถือว่าเป็นสต็อกข้าวที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ และในตลาดโลกก็รู้ว่าไทยมีข้าวจำนวนมหาศาลนี้อยู่ อีกทั้งตลาดยังความกังวลว่า หากเทขายข้าวออกมาท่วมตลาดทำให้ราคาข้าวตกได้ ดังนั้นรัฐบาลต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับสต็อกข้าวนี้ โดยต้องกำหนดยุทธศาสตร์ให้ชัดเจนในการระบายข้าว และต้องเป็นยุทธศาสตร์ที่ไม่ทำให้การระบายข้าวกดราคาข้าวให้ต่ำลงกว่าในปัจจุบันด้วย นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ได้เสนอให้รัฐควรนำเงินที่เก็บภาษีจากการส่งออกข้าวที่อัตรา 0.75% จากราคาส่งออก มาตั้งเป็นกองทุนเพื่อวิจัยและพัฒนาข้าวโดยเฉพาะเพื่อทำให้ชาวนาของไทยสามารถผลิตข้าวได้ตรงกับความต้องการของตลาดโลกมากขึ้นเพราะพัฒนาการผลิตข้าวของไทย ปัจจุบันงบประมาณของกรมวิชาการเกษตร และกรมการข้าวมีงบประมาณไม่เพียงพอกับการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวให้ตรงกับความต้องการของตลาดทำให้สถานการณ์การส่งออกข้าวของไทยกำลังสูญเสียความสามารถในการแข่งขันมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่มีการทำวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวเช่น ประเทศเวียดนาม
รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในวันที่ 12 ก.ย. เวลา 13.30 น. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม และผบ.ทอ. พร้อมด้วยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม มีกำหนดเข้ากระทรวงคมนาคมเป็นวันแรก เพื่อพบปะและมอบนโยบายให้กับผู้บริหารระดับสูง และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม แต่จะเข้าทำงานที่กระทรวงอย่างเป็นทางการ ในต้นเดือนต.ค.57 หลังเกษียณการทำงานจากตำแหน่งในกองทัพอากาศวันที่ 30 ก.ย.นี้ ทั้งนี้ พล.อ.อ.ประจิน แบ่งงานในกระทรวงฯ โดยมอบหมายงานให้ นายอาคม รมช.คมนาคม ดูแลงานการคมนาคมทางน้ำ และทางถนนโดยมีหน่วยงานดูแล ได้แก่ กรมทางหลวง กรมการขนส่งทางบก กรมเจ้าท่า การท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท.) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) บริษัท ขนส่ง จำกัด(บขส.) และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) “หน้าที่รับผิดชอบในการกำหนดนโยบายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานขนส่งทางน้ำ การบริหารกิจการท่าเรือ ในแม่น้ำและท่าเรือชายฝั่ง ให้สอดคล้องกับเขตนิคมอุตสาหกรรมของประเทศ เช่น ท่าเรือมาบตาพุด และท่าเรือนิคมอุตสาหกรรมอื่นๆ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางระบบขนส่งสาธารณะทางน้ำ เช่น ในคลองแสนแสบ และแม่น้ำเจ้าพระยา”ส่วนตัวพล.อ.อ.ประจิน คาดดูแลงานระดับนโยบายและภาพรวมการขนส่งทางทั้งระบบ โดยเน้นการลงทุนโครงการขนส่งทางราง และทางอากาศ ตลอดจนทางหลวงชนบท โดยมีหน่วยงานที่ดูแล ได้แก่ กรมการบินพลเรือน(บพ.) กรมทางหลวงชนบท(ทช.) สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) การรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) สถาบันการบินพลเรือน(สบพ.) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด(บวท.) บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือทอท. บริษัท ไทยเดินเรือทะเล จำกัด บริษัท ไทย-อะมาดิอุส เซาท์อีสต์เอเชีย จำกัด และบริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด