พล.อ.อ.ศิวเกียรติ์ ชเยมะ รักษาการกรรมการ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขอปฏิเสธว่าการบินไทย ไม่ได้ยกเลิกเที่ยวในช่วงเทศกาลลอยกระทง หรือปล่อยโคมลอยยี่เป็ง และจะทำการบินเหมือนเดิม เพียงแต่อาจจะปรับตารางบินบางเที่ยวบินในบางเวลาเท่านั้น เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและความปลอดภัยในการบิน รวมถึงไม่ให้ทับซ้อนกับจุดที่มีการปล่อยโคมลอยจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้กำลังสรุปเที่ยวบิน และเส้นทางที่มีการเปลี่ยนเวลา และจะแจ้งรายละเอียดให้ทราบต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บินไทยไม่ยกเลิกเที่ยวบินช่วงลอยกระทง
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นายอนวัช สังขะทรัพย์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท บาจา (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรองเท้า เปิดเผยว่า ปีหน้าบริษัทตั้งเป้าหมายรายได้รวมจะกลับมาเติบโตเป็นปกติอีกครั้งที่ 10% จากปีนี้ที่เติบโตเพียง 4% เพราะประสบกับปัญหาเศรษฐกิจ แต่ทั้งนี้เนื่องจากไตรมาส 3 ที่ผ่านมา เริ่มเห็นสัญญาณของกำลังซื้อที่ฟื้นตัวดีขึ้น จึงเชื่อว่าบรรยากาศการจับจ่ายในปีหน้าจะกลับมาคึกคักอย่างเคย พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายจะผลักดันรายได้ 3 ปีต่อจากนี้ ให้เติบโตเป็นขั้นบรรไดที่ 10% ,15% และ 20% ตามลำดับทั้งนี้บริษัทจะกระตุ้นรายได้ต่อจากนี้ ด้วยการขยายร้านสาขาในหลายรูปแบบกระจายไปในแต่ละพื้นที่ ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากขึ้น โดยล่าสุดได้ทดลองเปิดร้านขนาดใหญ่กว่า 1,000 ตร.ม. บริเวณเส้นทางด่วนไปต่างจังหวัดแล้ว 4 แห่งและเตรียมจะเปิดตัวร้านรูปแบบใหม่อีกต่อไปในอนาคตด้วย ซึ่งวางแผนจะขยายไม่ต่ำกว่า 20 สาขาต่อปี โดยเริ่มต้นที่ 22 สาขาในปีหน้า จากปีนี้ที่มีทั้งสิ้น 285 สาขา“บริษัทจะใช้กลยุทธ์การเพิ่มรายได้จากหลายวิธี ทั้งการเพิ่มจำนวนสาขา รวมไปถึงการปรับปรุงรูปแบบร้านใหม่ เพราะจากการสำรวจพบว่าพอปรับโฉมร้านแล้วยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 20% นอกจากนี้ยังวางแผนจะจำหน่ายสินค้าในกลุ่มที่มีโอกาสทั้งรองเท้าสำหรับเด็กอายุ 12-15 ปีและกลุ่มลูกค่าพรีเมียมที่มีกำลังซื้อสูงมากขึ้น เพื่อขยายฐานลูกค้าด้วย”พร้อมกันนี้ บริษัทได้เตรียมรองรับกำลังการผลิตที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตด้วยการขยายกำลังการผลิตของโรงงานเดิมขึ้นอีก โดยจะแล้วเสร็จในม.ค.58 นอกจากนี้ยังอยู่ในระหว่างเตรียมขยายโรงงานใหม่ เพื่อรองรับกับตลาดในประเทศ ตลาดต่างประเทศที่กำลังจะขยายเข้าไปได้แก่ เมียนเมาร์,ลาว และเวียดนามอีกด้วย ทั้งนี้เมื่อแล้วเสร็จจะผลิตสินค้าได้เพิ่มขึ้นอีก 3 เท่า ซึ่งสามารถรองรับการผลิตได้นาน 5-10 ปี
นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการเปิดประมูลข้าวว่า มีเอกชนได้สนใจยื่นซองเสนอราคาประมูลข้าวสารในสต๊อกของรัฐบาล ครั้งที่ 3/2557 ปริมาณ 207,000 ตัน 37 ราย โดยข้าวที่นำมาเปิดประมูลเป็นข้าวขาว 5%ปริมาณ 76,000 ตัน และปลายข้าวขาวเอวันเลิศ 131,000 ตัน ซึ่งเป็นข้าวจากโครงการรับจำนำข้าวฤดูการผลิต 54/55 นาปรัง 55 โครงการรับจำนำข้าว 55/56 และ 56/57 แบบรายคลังและรายกอง โดยมีผู้ชนะประมูลทั้งหมด 18 ราย หรือเป็นปริมาณข้าว 203,000 ตัน มูลค่า 1,930 ล้านบาท ส่วนอีก 3 โกดังที่เหลือเอกชนเสนอราคาต่ำกว่าเกณฑ์ จึงให้เสนอราคาซื้อเข้ามาใหม่“การเปิดประมูลครั้งนี้ ทั้งแง่ปริมาณและราคาที่ว่าน่าพอใจ คาดว่าจะสามารถอนุมัติขายได้หมดจากปริมาณที่เปิดประมูล 207,000 ตัน โดยจะนำผลสรุปการเปิดประมูลข้าวเสนอให้พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ อนุมัติขายต่อไป” สำหรับการเปิดประมูลข้าวในรอบต่อไป หรือรอบ 4 นั้นกำลังพิจารณาช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม ซึ่งอาจเป็นช่วงเดือนพ.ย. โดยปริมาณและชนิดข้าวที่จะเปิดต้องรอดูสถานการณ์ผลผลิตข้าวเปลือกนาปี 57/58 ที่กำลังทยอยออกมาก่อน เพราะการระบายข้าวสต๊อกรัฐบาลจะต้องไม่กระทบกับราคาข้าวเปลือกในตลาดตามนโยบายของ รมว.พาณิชย์นางดวงพร กล่าวว่า ส่วนกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่าผลการตรวจสอบสต๊อกข้าวรัฐบาล 18 ล้านตัน ว่าข้าว 70%มีคุณภาพต่ำ และเหลือง และมีข้าวหายจากสต๊อกรัฐบาล 100,000 ตัน นั้น โดยข้าวที่เสื่อมสภาพดังกล่าว ยังเป็นข้าวที่ขายได้ และมีตลาดรองรับการซื้อข้าวชนิดนั้น แต่ราคาก็จะต้องเป็นไปตามสภาพข้าว ซึ่งจะมีการจัดเกรดคุณภาพข้าวอีกครั้งในการกำหนดราคากลางที่จะนำข้าวออกมาขาย“ข้าวที่คุณภาพต่ำ ไม่ได้หมายความว่าใช้ไม่ได้ เพียงแต่อาจจะหย่อนจากเกณฑ์ไปบ้าง ซึ่งก็มีตลาดข้าวเก่ารองรับอยู่แล้ว และมีความต้องการจากภาคเอกชน ก็จะดูวิธีการที่จะระบายข้าวในส่วนนี้ ซึ่งน่าจะมี 10 ล้านตันจาก 18 ล้านตันต่อไป และกรมก็จะพยายามระบายออกให้ได้ตามแผนภายใน 3 ปี”แหล่งข่าวจากผู้ส่งออกที่เข้าร่วมประมูลข้าวสต๊อกรัฐบาล กล่าวว่า สาเหตุที่มีเอกชนเข้าร่วมเสนอราคาซื้อ เนื่องจากเป็นการระบายข้าวขาว ซึ่งขณะนี้ผลผลิตฤดูกาลใหม่ยังไม่ออกมา โดยเอกชนต้องการนำข้าวเก่าไปทำข้าวถุงขาย จึงแข่งขันทางด้านราคา โดยข้าวขาว 5%เสนอราคาเฉลี่ยตั้งแต่ 11-12.30 บาทต่อกก. ส่วนปลายข้าวเอวันเลิศ เสนอราคาตั้งแต่ 7-8 บาทต่อกก.