นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ผลการเก็บภาษีกรมสรรพากร เดือนส.ค.ที่ผ่านมา จัดเก็บรายได้ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนประมาณ 4,000 ล้านบาท และต่ำกว่าเป้าหมายของเดือนส.ค. อยู่ที่ 30,000 ล้านบาท เนื่องจากเดือนส.ค.-ก.ย.57 มีการตั้งเป้าหมายสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 30% ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เพราะการเก็บภาษีได้รับผลกระทบจากนโยบายคืนภาษีรถยนต์คันแรกที่หมดลง ทำให้ยอดซื้อขายรถยนต์ปี 57 ลดลงเป็นอย่างมาก ส่งผลกระทบไปถึงธุรกิจ อุตสาหกรรมต่อเนื่องทั้ง ผู้ผลิตอะไหล่ เม็ดพลาสติก วิทยุ ทำให้การเก็บรายได้นิติบุคคลเดือนส.ค.ต่ำกว่าเป้าหมาย 15,000 ล้านบาททั้งนี้การเก็บภาษีภาพรวมทั้งปี 57 จะต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 30,000 ล้านบาท และต่ำกว่าเป้าหมายประมาณ 120,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มต่ำกว่าเป้าหมายประมาณ 50,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และนิติบุคคลต่ำกว่าเป้าหมายอย่างไรก็ตาม การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการบริโภคภายในประเทศยังขยายตัว โดยตั้งแต่เดือนก.ค.ที่ผ่านมา ขยายตัวเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง โดยขยายตัว 1.97% เดือน ส.ค.ขยายตัว 8.5% และเดือนก.ย.ก็มีสัญญาณขยายตัวเป็นบวก แสดงให้เห็นว่ามีการฟื้นตัวแต่ ยังมีปัญหาเรื่องการนำเข้า ทำให้การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มยังต่ำกว่าเป้าหมายอยู่มาก ขณะที่ การเก็บภาษีนิติบุคคลแม้ว่าการจ่ายภาษีรอบครึ่งปี 57 ยังต่ำกว่าเป้าหมาย เนื่องจากได้รับผลกระทบจากโครงการรถยนต์คันแรก และวิกฤตการเมือง ทำให้นักท่องเที่ยวไม่มาเที่ยวเมืองไทย ส่งผลให้โรงแรมและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง รายได้หายไปกว่า 70% แต่หากลงไปดูรายละเอียดจะพบว่าการเก็บภาษีนิติบุคคลทุกจังหวัดทั่วประเทศยกเว้นกรุงเทพฯ เก็บได้ตามเป้าหมาย และมีบางจังหวัดเก็บได้เกินเป้าหมายของปี 57 ไปแล้วโดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ ทั้งภูเก็ต เชียงใหม่ สมุย อุบลราชธานี อุดรธานี เป็นต้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สรรพากรรับlรีดภาษีส.ค.ต่ำกว่าเป้า
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นายชนุตร์ปกรณ์ วงศ์สีนิล ผู้อำนวยการคลังสินค้า(อคส.) เปิดเผยว่า เตรียมเสนอแผนงานของ อคส. ให้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลป์ยะ รมว.พาณิชย์คนใหม่พิจารณา โดยให้ความสำคัญกับการหารายได้เพื่อให้รัฐวิสาหกิจพึ่งพาตนเองได้ตามแนวทางของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) ซึ่ง อคส. จะเร่งทำตลาดข้าวหอมมะลิภายใต้แบรนด์อคส. ในประเทศจีน เนื่องจากผลของการทดลองโครงการนำร่องพบว่าค่อนข้างได้รับความสนใจจากตลาดเป็นอย่างดีจนสามารถทำตลาดได้เพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้เพียงปีละ 100 ตัน เพิ่มมาเป็น 500 ตันและในอนาคตจะขยายเป็นปีละ 10,000 ตันต่อไป นอกจากนี้จะเริ่มโครงการก่อสร้างไซโลเก็บสินค้าเกษตรที่นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดมาใช้ เพื่อเก็บรักษาสภาพพืชผลทางการเกษตร เข่น ข้าวหอมมะลิ ข้าวโพด ให้มีสภาพสมบูรณ์ที่สุดและให้ยาวนานขึ้น เพื่อรอจังหวะเวลานำออกสู่ตลาดช่วงเวลาที่เหมาะสมลดปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ล่าสุดได้รับความเห็นชอบจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)แล้ว โดยขณะนี้กำลังนำเสนอรายละเอียดกับบอร์ด อคส. พิจารณา คาดว่าจะเริ่มต้นก่อสร้างได้ภายในปีนี้ สำหรับการใช้เงินในการลงทุนจะเป็นเงินของ อคส.เป็นผู้ลงทุนเอง ซึ่งโครงการนี้จะเชื่อมโยงกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่หลายประเทศสมาชิกเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตร โดย อคส.จะเข้าไปมีบทบาทเป็นผู้ให้บริการด้านคลังสินค้าและการบริหารจัดการแก่ประเทศในอาเซียนด้วย และอคส. ยังต้องการให้ รมว.พาณิชย์คนใหม่เร่งระบายข้าวที่มีอยู่ในสต็อกทั้งหมดเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ประจำที่เกิดขึ้นจากค่าเก็บรักษาสภาพข้าว
นางอรรชกา สีบุญเรือง อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยภายหลังลงนามบันทึกความร่วมมือ ด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม ให้เกิดความร่วมมือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ระหว่างกระทรวงอุตฯ ประเทศไทย และจังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่นว่า จังหวัดไอจิ เป็นจังหวัดที่ 6 ของประเทศญี่ปุ่น ที่ร่วมลงนามความร่วมมือ พัฒนาผู้ประกอบการเอสนเอ็มอี ระหว่างกระทรวงอุตฯ และจังหวัดในประเทศญี่ปุ่น โดยภายในสิ้นปีนี้จะมีอีก 4 จังหวัดที่ร่วมลงนาม เช่น จังหวัดคาวาซากิ , ฟุกุโอกะ , มินะมิโบโซ รวมเป็น 10 จังหวัด ซึ่งญี่ปุ่น ถือเป็นประเทศที่ให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในไทย เป็นอันดับต้นๆ โดยเฉพาะอุตฯชิ้นส่วนที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วน , เครื่องจักรอุตสาหกรรม , ชิ้นส่วนอากาศยาน , เครื่องมือแพทย์นายฮิเดอากิ โอมุระ ผู้ว่าราชการจังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า ได้สอบถามนักลงทุนในจังหวัดไอจิ พบว่า มีความต้องการเข้ามาลงทุนในไทย เป็นอันดับที่ 1 ในอาเซียน แม้บางส่วนจะไปลงทุนในอินโดนีเซีย และมาเลเซีย เนื่องจากนักลงทุนมองว่า ไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนของอาเซียน โดยขณะนี้มีนักลงทุนจากจังหวัดไอจิ เข้ามาลงทุนในไทยมากกว่า 284 บริษัท มี 416 โรงงาน เป็นลงทุนขนาดใหญ่ ในอุตฯ ชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนอากาศยาน และเครื่องมือแพทย์ เช่น บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ อย่างไรก็ตามต้องการให้รัฐบาลไทยสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าลงทุน เช่น ต้องการให้ไทย ดูแลระบบสาณูปโภค รวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน และที่สำคัญไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมซ้ำรอยปี 54 อีก ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้น นักลงทุนจากไอจิ ได้รับผลกระทบด้วย ส่วนสถานการณ์ทางการเมืองไทย ในช่วงที่ผ่านมาประเทศญี่ปุ่นมีความเป็นห่วง แต่ขณะนี้ทราบว่า สถานการณ์คลี่คลายลงแล้ว และทางประเทศญี่ปุ่นมีความหวังว่า จะได้รับการรับรองรัฐบาลไทยในเร็วๆนี้ หลังจากเดือนก.ย. ทางผู้นำประเทศอินโดนีเซีย จะเดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ “ จังหวัดไอจิ ถือเป็นจังหวัดที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศญี่ปุ่น โดยการลงนามเอ็มโอยูครั้งนี้ หวังว่า จะช่วยให้เอสเอ็มอีไทย และเอสเอ็มอีในจังหวัดไอจิ ร่วมมือกันได้มากขึ้น เพราะไทยนอกจากเป็นแหล่งลงทุนแล้ว ยังเป็นประเทศที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ต่อหัวของประชากรกำลังเพิ่ม ส่งผลให้ตลาดบริโภคในประเทศเติบโต ไทยจึงได้รับการคาดหวังจากนานาประเทศ”