น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังเป็นประธานเปิดงานบางกอก เจมส์ แอนด์ จิว เวอรี่ แฟร์ ครั้งที่ 54 ระหว่างวันที่ 9-13 ก.ย. ที่อิมแพค เมืองทองธานี ว่า การจัดงานบางกอกเจมส์ฯ นี้ เชื่อว่าจะช่วยผลักดันยอดการส่งออกอัญมณีไทย ในกลุ่มอัญมณี และเครื่องประดับในปี 57 ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ไม่ต่ำกว่า 5%โดยกระทรวงฯ จะเร่งหามาตรการในการช่วยเหลือภาคการส่งออก ทั้งการเร่งจัดหาวัตถุดิบ การผลักดันตลาดใหม่ ๆ และเจรจากับประเทศคู่ค้าต่อเนื่อง ส่วนการส่งออกในกลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณี และเครื่องประดับครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ส่งออกได้แล้วกว่า 105,000 ล้านบาท ขยายตัว 15.37%นายสมชาย พรจินดารักษ์ นายกสมาคมอัญมณีไทยและเครื่องประดับ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ คาดว่าจะมีเงินสะพัด 40,000 ล้านบาท มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 300,000 ราย ซึ่งจะทำให้การส่งออกอุตสาหกรรมอัญมณี และเครื่องประดับเติบโตตามเป้าหมาย นอกจากนี้ยังสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าต่างชาติห ลังจากที่สถานการณ์ภายในประเทศไทยกลับเข้าสู่ภาวะสงบด้านกิจกรรมภายในงาน นอกจากจะมีการจัดงานแสดงสินค้าอัญมณี และเครื่องประดับจากแบรนด์ดังทั่วโลกแล้ว ยังมีสินค้าจากผู้ประกอบการไทย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวิสาหกิจ หรือผู้ผลิตชุมชน และผู้ประกอบการท่องเที่ยว ที่เป็นเอสเอ็มอี มาเข้าร่วมด้วย ส่วนผู้ซื้อ และผู้เข้าเยี่ยมงาน ยังได้รับสิทธิประโยชน์จากการยกเว้นภาษีอาการนำเข้า 20%สำหรับสินค้าอัญมณี และเครื่องประดับ ที่นำมาจัดแสดง และขายในงาน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุน เมื่อนำวัตถุดิบไปผลิตสินค้า
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เงินสะพัด”บางกอกเจมส์” 4 หมื่นล้าน
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















น.ส.ชุติมา ตั้งมติธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับลดเป้ายอดขายปีนี้จากเดิมที่วางไว้ 2,800 ล้านบาท เหลือ 2,500-2,600 ล้านบาท พร้อมทั้งปรับลดเป้าหมายรายได้ลง 5% เหลือ 2,600-2,700 ล้านบาท เนื่องจาก ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างล่าช้า ทำให้คาดปีนี้จะเปิดตัวโครงการใหม่ได้แค่ 3 โครงการ รวมมูลค่า 3,000 ล้านบาท จากเดิมที่กำหนดไว้ว่าจะเปิดตัว 4 โครงการ มูลค่ารวม 3,700 ล้านบาททั้งนี้ โครงการบ้านเดี่ยวชวนชื่น เอกชัย-บางบอน มีการก่อสร้างล่าช้า ส่งผลให้ต้องเลื่อนเปิดโครงการจากปีนี้ออกไปเป็นไตรมาสแรกปี 58 ประกอบกับ บริษัทได้รับผลกระทบด้านยอดขายที่ชะลอตัวลงจากครึ่งปีแรกที่ผ่านมา เพราะความไม่สงบทางการเมือง ทำให้ลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อ"จากสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา มีผลกระทบต่อยอดขายของบริษัทช่วงครึ่งปีแรกไม่เติบโต และโครงการที่จะเปิดใหม่ในปีนี้ ก่อสร้างล่าช้า ทำให้ต้องเลื่อนออกไป จึงเห็นว่าควรจะปรับลดเป้าหมายยอดขายลดลง อย่างไรก็ดี ช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทจะเปิดโครงการใหม่ 1 โครงการ คือ โครงการคอนโดมิเนียมโมดัส วิภาวดี เฟสใหม่ มูลค่า 2,200 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดตัวได้ช่วงเดือน พ.ย.นี้”ส่วนรายได้ในปีนี้นั้น คาดว่าจะลดลง 5% จากเป้าหมายรายได้เดิมที่ตั้งไว้ 2,800-2,900 ล้านบาท เนื่องจากยอดขายเติบโตช้าลง และมีโครงการสร้างเสร็จไม่ทันการโอนกรรมสิทธิ์ ส่งผลให้การโอนกรรมสิทธิ์ต้องเลื่อนออกไป จึงกระทบต่อการรับรู้รายได้ของบริษัท
นายธีรพล วรนิธิพงศ์ ผู้อำนวยการโครงการ บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ช่วงครึ่งปีหลังนี้ บริษัทมีแผนงานที่จะเปิดตัวที่อยู่อาศัย 3 แห่ง จากเดิมที่ตั้งเป้าหมายไว้ 4 แห่ง โดยในจำนวนนี้ จะเป็นการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมราคาไม่เกิน 2 ล้านบาทในย่านแจ้งวัฒนะ นับเป็นครั้งแรกที่บริษัทหันมารุกตลาดกลางถึงล่างราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท พร้อมทั้งจะพัฒนาบ้านเดี่ยว ซึ่งนับเป็นโครงการแรกในรอบ 5 ปีที่บริษัทไม่ได้พัฒนาบ้านเดี่ยวเลย เพราะหาทำเลที่ถูกใจไม่ได้ โดยเป็นบ้านเดี่ยวราคา 5-6 ล้านบาท 2 โครงการอย่างไรก็ตาม ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมแห่งใหม่ และนับเป็นโครงการแรกของปีนี้ ชื่อโนเบิล รีโคล ตั้งอยู่ใจกลางอโศก โดยซื้อที่ดินมาทั้งหมด 5 ไร่ ในราคาตารางวาละเกือบ 1 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 โครงการ ซึ่งโครงการแรกนี้ เป็นอาคารสูง 28 ชั้น 288 ยูนิด บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ ในซอยสุขุมวิท 19 มูลค่า 2,300 ล้านบาท ราคาขายเริ่มต้น 5.1 ล้านบาท หรือตารางเมตรละ 180,000 บาท ขณะนี้กำลังยื่นเรื่องขอประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) อยู่ ส่วนที่ดินอีก 3 ไร่ที่เหลือนั้น จะพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมเช่นกันในปีหน้า ราคาขายเฉลี่ยเริ่มต้นที่ตารางเมตรละ 200,000 บาทขึ้นไปแน่นอน“โนเบิลได้ตั้งเป้าหมายยอดขายในปีนี้ไว้ 6,000 ล้านบาท เป็นยอดขายจากโครงการเก่า 2,700 ล้านบาท และโครงการใหม่ 3,300 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายจากโครงการเก่าแล้ว 2,000 ล้านบาท และวันที่ 28 ก.ย.นี้ จะเปิดจองโครงการโนเบิล รีโคล คาดว่าจะปิดการขายทั้งหมดได้ภายในวันเดียว 2,300 ล้านบาท จะทำให้มียอดขายเป็น 4,300 ล้านบาท ไม่รวมโครงการคอนโดฯ ย่านแจ้งวัฒนะและบ้านเดี่ยวที่จะเปิดตามมาอีกใน 1-2 เดือนนี้ ซึ่งปัจจุบันโนเบิลมีงานในมือ (แบล็ค ล็อค) รอการรับรู้เป็นรายได้อยู่ที่ 15,000 ล้านบาท”