shoplri.com ธุรกิจขนาดกลาง ธุรกิจขนาดย่อม ธุรกิจsme

ธุรกิจขนาดกลาง ธุรกิจขนาดย่อม ธุรกิจsme

shoplri.com ธุรกิจขนาดกลาง ธุรกิจขนาดย่อม ธุรกิจsme

Archives for ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

ยาสูบเสนอคสช.หั่นงบสนับสนุนอง์กร

น.ส.ดาวน้อยสุทธินิภาพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการยาสูบ เปิดเผยว่า โรงงานยาสูบ (รยส.) ได้เสนอข้อมูลเรื่องการนำส่งเงินรายได้เข้าแผ่นดินโดยขอปรับงบสนับสนุนที่ต้องให้กับหน่วยงานที่เสนอของบเป็นประจำ เช่นสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส รวมทั้งยังเสนอขอเงินสนับสนุนจากกระทรวงต่างๆ เช่น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารวมกันประมาณปีละ 3,000 – 4,000 ล้านบาท และเงินที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)ตรวจสอบได้  เพราะ สตง.จะตรวจได้เพราะเงินงบประมาณเท่านั้น ดังนั้นจึงเสนอให้ คสช.พิจารณาเรื่องการนำเงินดังกล่าวส่งเข้าระบบงบประมาณก่อนแล้วจึงอนุมัติให้หน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ผ่านการพิจารณาตามระบบงบประมาณเพื่อความโปร่งใสตรวจสอบได้ “รยส.ได้ทำเรื่องเสนอคสช. ไปแล้ว เพราะอยากให้ใช้งบประมาณโปร่งใส เพราะงบประมาณเหล่านี้ปีหนึ่งใช้จำนวนมาก3,000-4,000 ล้านบาท ให้ไปโดยที่ไม่รู้ว่าเอาไปทำอะไรบ้าง รวมถึงเงินบริจาคเงินทำโครงการเพื่อสังคมต่างๆ อีก พวกนี้ปีหนึ่งก็ใช้กันเป็นหลักหลายร้อยล้านบาท” นอกจากนี้ปีงบประมาณ 58 กำลังเสนอกระทรวงการคลัง เรื่องเพิ่มเงินนำส่งเข้ารัฐมากขึ้นจากเดิมที่นำส่งรายได้อยู่แล้วกว่า50% ของกำไร โดยปี 55 มีรายได้นำส่งคลัง 8,590 ล้านบาท และนำส่งในรูปเงินภาษีกว่า53,300 ล้านบาทรวมทั้ง เตรียมทบทวนเป้าหมายปีงบประมาณ 58ใหม่ หลังจากที่ยอดขายปีงบ 57 ได้รับผลกระทบการเพิ่มขนาดภาพคำเตือนจาก 55% เป็น 85%ของขนาดซอง ทำให้ที่ผ่านมาผู้ค้ารายใหญ่ชะลอคำสั่งซื้อบุหรี่เพราะผู้ค้าจะถูกจับหากขายบุหรี่ภาพคำเตือนเก่า เริ่มตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.นี้และผลจากการชุมนุมทางการเมืองทำให้ยอดขายบุหรี่ปีงบประมาณ 57 คาดว่าจะทำได้เพียง 30,600 ล้านมวน จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 32,000 ล้านมวนคิดเป็นมูลค่ากว่า 57,000 ล้านบาทต่ำกว่าปีก่อนเช่นเดียวกับกำไรปีงบประมาณ 57 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 6,700-6,800 ล้านบาทลดลงจากปีก่อนที่มีกำไร 7,000 ล้านบาท  

ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยาสูบเสนอคสช.หั่นงบสนับสนุนอง์กร

Posts related

 














หญิง-รฐา เปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

น.ส.รฐา โพธิ์งาม กรรมการผู้จัดการ บริษัทดีสุด กรุ๊ป จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบรนด์ ดี ทเวนตี้โฟร์ เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีคุณสมบัติในการดูแลรูปร่างเป็นครั้งแรกเจาะกลุ่มผู้หญิงที่ต้องการดูแลรูปร่างอายุตั้งแต่ 19 ปีขึ้นไป หลังจากเริ่มทดลองขายผ่านทางโซเซียลมีเดียไปแล้วเมื่อต้นปีและได้รับผลตอบรับดีมากล่าสุดบริษัท ได้ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายไปยัง ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ,ร้านจำหน่ายสินค้าเพื่อความงามในศูนย์การค้าทั่วไป,ทีวีช้อปปิ้งรวมไปถึงการสั่งซื้อผ่านโทรศัพท์ พร้อมตั้งเป้าหมายจะผลักดันยอดขายให้เติบโตขึ้น10% จากขณะนี้ที่มียอดขายประมาณ 10,000 กล่องต่อเดือน และจะมีรายได้ 100 ล้านบาทในอีก 3 ปี ทั้งนี้บริษัทได้ทุ่มงบ 10-20% ของยอดขาย รุกทำประชาสัมพันธ์อย่างเข้มข้นผ่านสื่อทุกรูปแบบเพื่อสร้างชื่อเสียงแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก นอกจากนี้ในปีหน้ายังเตรียมผลิตรายการเรียลลิตี้โชว์เพื่อร่วมสนับสนุนและสร้างการรับรู้ในตัวสินค้าอีกด้วย ”บริษัทจะเน้นการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รับการยอมรับมากกว่าจะใช้กลยุทธ์ราคาเช่น การลดราคาตัดหน้าแบรนด์คู่แข่ง เพราะเชื่อว่าจะทำให้แบรนด์อยู่ได้ไม่นาน แต่บริษัทต้องการดำเนินธุณกิจแบบยั่งยืนจึงต้องทำให้แบรนด์แข็งแกร่งซึ่งจะส่งผลให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อโดยไม่คิดถึงเรื่องราคา” พร้อมกันนี้บริษัทได้วางแผนที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่ปีละ1 ชนิด เน้นเฉพาะสินค้าเพื่อการดูแลรูปร่างเท่านั้น ตามกระแสความนิยมของสาวไทยที่ใส่ใจในเรื่องรูปร่างมากเป็นอันดับแรก ขณะที่แผนการขยายตลาดไปต่างประเทศคาดว่าจะเริ่มต้นได้ในปีหน้าซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการเจรากับหลายประเทศ เช่น จีน, นิวซีแลนด์, ลาว ทั้งนี้รูปแบบการจำหน่ายคาดว่าจะเป็นการจำหน่ายผ่านบริษัทพันธมิตรท้องถิ่น  

ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หญิง-รฐา เปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 8 กันยายน 2557 ปิดบวก 0.45 จุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้(8ก.ย.) ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดวัน หลังได้รับปัจจัยบวกจากธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ยังไม่มีท่าทีการปรับขึ้นดอกเบี้ยประกอบกับมีแรงซื้อเก็งกำไรในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และรับเหมาก่อสร้างรอความคาดหวังการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรกในวันพรุ่งนี้แต่ในขณะเดียวกันมีแรงขายทำกำไรเป็นระยะระหว่างรอปัจจัยหนุนใหม่ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด 1,591.60 จุด   และลดลงต่ำสุด 1,584.77 จุด  จนมาปิดตลาดที่ 1,584.77จุดเพิ่มขึ้น 0.45 จุด หรือ 0.03% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 47,233.64 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.อิตาเลียนไทยปิดที่ 5.70 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท 2.ปูนซิเมนต์ไทยปิดที่ 462.00 บาท เพิ่มขึ้น 14.00 บาท 3.ทรู ปิดที่ 11.20 บาทเพิ่มขึ้น 0.10 บาท 4.โทรีเซนไทย  ปิดที่ 23.70 บาท ลดลง0.70 บาท5.ช.การช่าง  ปิดที่ 28.00บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท

ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 8 กันยายน 2557 ปิดบวก 0.45 จุด

Page 223 of 1552:« First« 220 221 222 223 224 225 226 »Last »
Home Webmail Password Help File Manager Logout Edit a file