นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า การเปิดให้ลงทะเบียนทำบัตรประจำตัวรถจักรยานยนต์สาธารณะ และกำหนดหมายเลขเสื้อวินใหม่ วันแรกเมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา มีผู้มาลงทะเบียนกว่า 2 หมื่นคน จากจำนวนผู้จดทะเบียนรถจักรยานยนต์ทั่วกรุงเทพฯ 104,000 คน โดยขั้นตอนในการลงทะเบียนขอยืนยันว่าฟรีทุกรายการ ไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างแต่อย่างใด เพียงแค่ให้นำหลักฐานประกอบการลงทะเบียน ได้แก่ สำเนาใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลหรือสาธารณะ สำเนาทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนเป็นรถสาธารณะแล้ว รูปถ่ายสี หน้าตรง ไม่สวมหมวกหรือสิ่งปิดบังใบหน้า ขนาด2 นิ้ว จำนวน 3 รูป มายื่นกับเจ้าหน้าที่เท่านั้น ทั้งนี้ กรมฯจะเปิดให้จดทะเบียนฯ จนถึงวันที่ 15 ก.ย.นี้ โดยติดต่อขอลงทะเบียนทำบัตรประจำตัวผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะและกำหนดหมายเลขเสื้อวินแบบใหม่ได้ที่สำนักงานขนส่งในเขตที่รับผิดชอบโดยตรงในเขตกรุงเทพฯ พร้อมกับกำหนดให้สามารถใช้เสื้อวินแบบเดิมได้จนถึงวันที่ 31 ธ.ค.57 และตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.58 เป็นต้นไป ผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะทุกคนจะต้องสวมเสื้อวินแบบใหม่ ที่แสดงบัตรประจำตัวและหมายเลขประจำตัวที่ถูกต้องตามระเบียบที่จัดใหม่เท่านั้น เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของ คสช. คือ ตัวรถ เสื้อ บัตร คนขับ ต้องตรงกัน ไม่สามารถให้ผู้อื่นขับรถจักรยานยนต์สาธารณะแทนกันได้”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ขนส่งย้ำไม่มีเรียกเก็บค่าลงทะเบียน
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยถึงกรณีข่าวรถยนต์หรูราคาแพง (ซุปเปอร์คาร์) และรถมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่ (ซุปเปอร์ไบค์) หายไปจากคลังทัณฑ์บนของกรมศุลกากร ว่า ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด มีเพียงรถยนต์หรูประมาณหลักร้อยคันที่หายไป โดยยืนยันว่าไม่มีการหายของรถมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่ตามที่กระแสข่าวเกิดขึ้น ซึ่งได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ติดตามเพื่อเรียกรถยนต์หรูทุกคันให้กลับเข้ามาเสียภาษีให้ถูกต้อง นอกจากนี้ ยังได้สั่งย้ายเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่หรือดำเนินการเกี่ยวข้องกับรถยนต์หรูออกจากพื้นที่ เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ หากพบว่าดำเนินการไม่ถูกต้อง ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนที่กรมศุลกากรกำหนดไว้ ทั้งการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบความจริง ส่วนเจ้าหน้าที่ 2 รายนั้น ได้โยกย้ายไม่ให้เกี่ยวข้องกับรถยนต์แล้ว โดยให้ไปดำเนินการหน้าที่อื่นแทน และตั้งคณะกรรมตรวจสอบอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหารถยนต์หายระหว่างการขนย้ายจากท่าเรือไปยังคลังสินค้าทัณฑ์บน กรมศุลกากรจะติดตั้งระบบอาร์เอฟไอดี เพื่อใช้ติดตามการขนย้ายรถยนต์จากต้นทางไปยังจุดหมายปลายทาง คาดว่าจะสามารถนำมาใช้ได้ภายในปี 57 รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ผ่านมา กรมศุลกากรมีการโยกย้ายเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการไม่ถูกต้อง และตั้งกรรมการตรวจสอบประมาณ 10 ราย ซึ่งกระทำผิดต่อหน้าที่ เช่น ประเมินราคาสำแดงรถหรูต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งถือเป็นการเอื้อผลประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการ แต่สร้างความเสียหายต่อรัฐ โดยบทลงโทษหากคณะกรรมการตรวจสอบพบว่า เจ้าหน้าที่ดำเนินการไม่ถูกต้อง ปล่อยปละละเลยให้หน้าที่การงานจะถูกสั่งพักราชการ ซึ่งรวมไปถึงการลงโทษของผู้ที่กำกับดูแลเจ้าหน้าที่ดังกล่าวด้วย โดยบทลงโทษสูงสุดคือการไล่ออก และได้รับการดำเนินคดีหากกระทำความผิดและสร้างความเสียหายต่อรัฐที่ต้องได้รับโทษทั้งทางแพ่งและอาญา
นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14-25 ส.ค. 57 ที่ผ่านมา ชุดปฏิบัติการร่วมของกรมการขนส่งทางบก ทหาร และตำรวจ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพฤติกรรมรถแท็กซี่ที่วิ่งให้บริการบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า ย่านชุมชนที่มีการจราจรหนาแน่นชานเมือง และสถานีขนส่งผู้โดยสาร เช่น ห้างฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต สถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ห้างมาบุญครอง ห้างแพลตตินั่ม บริเวณหน้าวัดพระแก้ว สนามหลวง บริเวณถนนเยาวราช และซอยนานา ถนนสุขุมวิท เนื่องจากมีประชาชนร้องเรียนเข้ามาจำนวนมาก ทั้งนี้จากการออกสุ่มตรวจพบแท็กซี่กระทำความผิดมากถึง509 ราย ความผิดส่วนใหญ่คือการไม่แสดงใบอนุญาตขับรถ 142 ราย ไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร 87 ราย แต่งกายไม่ถูกต้อง 61 ราย ไม่นำรถเข้าตรวจมิเตอร์ 60 ราย และปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร 57 ราย ซึ่งกรมฯได้ดำเนินการปรับตามข้อหาความผิดไม่เกิน 1,000 บาท และหากพบกระทำผิดซ้ำอาจถูกยึด พักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ ซึ่งถือเป็นไปตามนโยบายการจัดระเบียบรถแท็กซี่ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ต้องการให้ประชาชนเกิดความสะดวกและปลอดภัยในการใช้บริการขนส่งสาธารณะ นายอัฌษไธค์กล่าวต่อว่า สำหรับในปีงบประมาณ 57 (เดือนต.ค. 56-ส.ค.57) กรมได้รับเรื่องร้องเรียนรถแท็กซี่จากประชาชนผ่านศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ 1584 รวมทั้งสิ้น 31,183 ราย ความผิดส่วนใหญ่คือ ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร แสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ ไม่ส่งผู้โดยสารตามที่ตกลงกัน ขับรถประมาทหวาดเสียว และไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร ซึ่งเป็นความผิดมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท โดยกรมฯ ได้เรียกตัวผู้กระทำความผิดมารายงานตัว 24,436 ราย คิดเป็น 78.36 % ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการเรียกตัวมาสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป