น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เตรียมหารือกับอธิบดีกรมการท่องเที่ยวในการตรวจสอบการจดทะเบียนเพื่อประกอบธุรกิจที่มีความเสี่ยงจะกระทำผิดกฎหมาย ประกอบธุรกิจคนต่างด้าว ปี 2542 หรือกฎหมายนอมินี ในธุรกิจประเภทท่องเที่ยว เช่น โรงแรม, มัคคุเทศก์ หรือ ไกด์ท่องเที่ยว, ร้านอาหาร ภัตตาคาร สปา, นวด, รถนำเที่ยว เป็นต้น เพื่อหาแนวทางในการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและตรวจสอบอย่างรวดเร็ว โดยเน้นดำเนินการในเมืองท่องเที่ยวก่อน เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ ชลบุรี ตราด เป็นต้น “ที่ผ่านมาต่างกรมต่างส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบซึ่งเกิดปัญหาการเข้าไปตรวจสอบที่ซ้ำซ้อนของหน่วยงานภาครัฐ ดังนั้นต่อไปก็จะร่วมกันตรวจหรือมีการขอข้อมูลของธุรกิจมากขึ้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินการ ซึ่งก่อนหน้านี้กรมฯได้สุ่มตรวจสอบธุรกิจด้านท่องเที่ยว 196 รายจาก 600 ราย พบว่า 7 ราย อาจเข้าข่ายกระทำผิดเป็นนอมินถือหุ้นแทนต่างชาติ ” น.ส.ผ่องพรรณ กล่าวว่า ในเดือนส.ค. 57 มีการยื่นขอจดนิติบุคคลจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศจำนวน 5,204 ราย ลดลง 18% เทียบกับส.ค. 56 และลดลง 7% เทียบกับก.ค. 57 โดยมีทุนจดทะเบียน 27,600 ล้านบาท ลดลง 11% เทียบกับส.ค. 56 แต่เพิ่มขึ้น 62% เทียบกับก.ค. 57 ส่งผลให้การจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลทั่วประเทศ 8 เดือน (ม.ค.-ส.ค.) 57 มีจำนวน 40,200 ราย ลดลง 18% เทียบกับช่วงเดียวกันที่ผ่านมา สำหรับธุรกิจที่มีทุนจดทะเบียนมากสุดในเดือน ส.ค. คือ การขนส่งและขนถ่ายสินค้ารวมถึงคนโดยสาร 7,490 ล้านบาท รองลงมาเป็นโรงแรม รีสอร์ทและห้องชุด 1,872 ล้านบาท และ อสังหาริมทรัพย์ 1,635 ล้านบาท ส่วนจำนวนธุรกิจที่มีการจดทะเบียนสูงสุด คือก่อสร้างอาคารทั่วไป 604 ราย, อสังหาริมทรัพย์ 263 ราย และภัตตาคารและร้านอาหาร 148 ราย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไล่บี้ตรวจนอมินีธุรกิจท่องเที่ยว
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ วันที่ 5 ก.ย.57 เวลา 10.00 น. พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ได้จัดชุดผู้ตรวจการของสำนักงาน ฯ ออกตรวจการจำหน่ายสลากบริเวณถนนสนามบินน้ำ ศูนย์การค้าสลากไทย ศูนย์ค้าสลากซุปเปอร์ลอตโต และศูนย์ค้าสลากเจ๊แต๋ว โดยได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร เข้าร่วมตรวจสอบด้วย ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า มีตัวแทนจำหน่ายสลากฯ ที่จำหน่ายสลากประทับตราด้วยหมึกสีน้ำเงินรูปสี่เหลี่ยม และติดบัตรประจำตัวผู้จำหน่ายสลากตลอดเวลาที่จำหน่าย โดยจำหน่ายในราคาไม่เกิน 90 บาท ขณะเดียวกันได้ตรวจพบการจำหน่ายสลากของผู้จำหน่ายที่ไม่ได้รับโควตาโดยตรงจากสำนักงาน ฯ แต่นำสลากที่มีตราประทับมาจำหน่ายด้วย 6 แผง ทั้งแบบจำหน่ายปลีกเป็นใบราคาใบละ 90 – 100 บาท รวมทั้งนำไปจำหน่ายแทรกรวมชุดกับสลาก ที่ไม่มีตราประทับ โดยตรวจพบที่ศูนย์การค้าสลากไทย 5 แผง และศูนย์ค้าสลากซุปเปอร์ลอตโต 1 แผง นอกนั้นปิดแผงงดจำหน่าย ชุดตรวจจึงไม่สามารถตรวจสอบต่อได้ โดยจะจัดชุดตรวจ ไปสุ่มตรวจอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม หลังจากได้ข้อมูลเบื้องต้นแล้ว สำนักงานสลากฯ จะตรวจสอบหมายเลขสลาก กับรหัสโควตา เพื่อให้ตัวแทนจำหน่าย ที่มีชื่อเป็นผู้รับสลากที่มีการนำไปรวมชุด หรือไปวางจำหน่ายที่อื่น นอกเหนือจากที่ได้แจ้งไว้กับสำนัก งาน มาชี้แจง หากพบไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ จะทำหนังสือตักเตือน และให้มีการตรวจซ้ำ หากปรากฏข้อเท็จจริงชัดเจนว่า ไม่ขายปลีกด้วยตนเอง มีการนำสลากไปจำหน่ายต่อ สำนักงาน ฯ จะพิจารณายกเลิกการเป็นตัวแทนจำหน่ายต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเข้ากระทรวงอุตสาหกรรมวันแรกของนายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม โดยดินทางมาถึงกระทรวงอุตสาหกรรม เวลา 08.30 น. ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงอุตสาหกรรม คือ พระนารายณ์ และศาลพระภูมิ ในเวลา 8.49 น. และเดินเข้าห้องทำงานในเวลา 09.19 น. โดยมีข้าราชการระดับสูงของกระทรวงอุตฯ ให้การต้อนรับเป็นจำนวนมาก นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงอุตสาหกรรมว่า สิ่งแรกที่ตั้งใจจะทำก็คือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะเข้าไปคุยในเรื่องการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนภาคใต้ และพื้นที่ชายแดนอื่นๆทั่วประเทศ เพื่อเชื่อมโยงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) การเร่งรัดโครงการนิคมอุตสาหกรรมฮาลาล และนิคมอุตสาหกรรมยางครบวงจร ที่ อ.ฉลุง จ.สงขลา นอกจากนี้ จะเร่งรัดการออกใบอนุญาตต่างๆ โดยเฉพาะใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ( ร.ง.4) ซึ่งที่ผ่านมา คสช.ได้แก้ไขลดระยะเวลาในการออกใบอนุญาตไปบางส่วนแล้ว แต่ทั้งนี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อยู่ระหว่างการพิจารณาออกกฎหมายฉบับใหม่ ซึ่งเป็นกฎหมายกลางที่ควบคุมการออกใบอนุญาตต่างๆ ของหน่วยราชการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยกระทรวงต่างๆ ต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการออกใบอนุญาตให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่ที่จะออกมา ส่วนมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีนั้น จะลงไปปรับการทำงานของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ให้ขยายการทำงานให้มากกว่าการอบรมผู้ประกอบการ รวมทั้งการจัดหาสินเชื่อให้กับเอสเอ็มอี โดยเฉพาะในขณะนี้ที่เอสเอ็มอีแบงค์มีปัญหา โดยจะต้องให้เงินทุกบาทที่สนับสนุนเอสเอ็มอีได้ประโยชน์สูงสุด นายจักรมณฑ์ กล่าวต่อว่า จะโยกย้ายข้าราชการระดับสูงให้ขึ้นมาเต็มอัตราทุกตำแหน่งและปราศจากการทุจริต จากปัจจุบันผู้บริหารระดับสูงระดับ 10 มีว่างอยู่หลายตำแหน่ง ทำให้การบริหารงานขาดประสิทธิภาพ ซึ่งถ้ามีการปรับโยกย้ายแล้ว ก็จะทำให้ข้าราชการระดับล่างปรับตำแหน่งขึ้นมาอีกมาก “หลังจากนี้ ในวันอังคารที่ 9 ก.ย.หลังการประชุมครม.นัดแรก จะเข้ามาพูดคุยกับหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม เริ่มจากสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และจะพูดคุยให้ครบทุกหน่วยงานภายในวันพฤหัสบดีที่ 11 ก.ย. เพื่อให้ทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของแต่ละหน่วยงาน เพื่อที่จะให้สามารถเดินหน้าทำงานได้ทันทีภายหลังการแถลงนโยบายของรัฐบาล”