นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จํากัด (มหาชน) (บางกอกแอร์เวย์ส) เปิดเผยว่าหลังเปิดการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันแรก ราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวลดลงต่ำกว่าจองราคาจองซื้อโดยเปิดการซื้อขายที่ 23.20 บาท ลดลง 7.20% จากราคาจอง 25 บาท ซึ่งประเมินว่าเป็นไปตามกลไกของตลาดและไม่มีความกังวลมากนัก โดยธุรกิจของบริษัทเป็นธุรกิจที่มั่นคงและพื้นฐานแข็งแกร่งรวมถึงสอดคล้องกับภาคการท่องเที่ยวที่มีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเหมาะแก่การลงทุนในระยะยาวสำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนบริษัทจะนำไปขยายฝูงบินเพิ่มเติม ,ก่อสร้างโรงซ่อมเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ,ปรับปรุงท่าอากาศยานสมุย และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนรวมถึงจะเสนอผู้ถือหุ้นนำไปล้างขาดทุนสะสมจำนวน 3,000 ล้านบาทในระยะต่อไปนอกจากนี้บริษัทคาดว่ารายได้ปี58จะเติบโต13-14%จากปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่จะอยู่ที่ประมาณ20,000ล้านบาทโดยคาดว่าจำนวนผู้โดยสารในปีหน้าจะเติบโตอย่างน้อย10%จากปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่ระดับ5 ล้านคน ส่วนอัตราการบรรทุกผู้โดยสารในปีนี้เฉลี่ยคาดว่าจะอยู่ที่65-66%ต่ำกว่าระดับปกติที่68-69%เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาทางการเมืองแต่เชื่อว่าไตรมาสที่ 4 จะสามารถฟื้นตัวได้สูงสุด ที่ระดับ69-70%ด้านนายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวงจำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนกล่าวว่า หุ้นของบางกอกแอร์เวย์สถือเป็นหุ้นขนาดใหญ่ซึ่งไม่สามารถจะเก็งกำไรตามภาวะตลาดไอพีโอที่ร้อนแรงได้เนื่องจากเป็นหุ้นที่เหมาะกับการลงทุนระยะยาวมากกว่า และบริษัทเป็นหุ้นที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงรวมถึงอัตราการทำกำไรจากการดำเนินงานสูงสุดในกลุ่มอุตสาหกรรมการบินทั้งนี้นางเกศรา มัญชุศรีกรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) กล่าวว่า สำหรับหุ้น ที่เปิดการซื้อขายด้วยราคาที่ต่ำกกว่าจองซื้อหุ้นไอพีโอนั้นส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการตั้งราคาที่ไม่เหมาะสมจากที่ปรึกษาทางการเงินกับพื้นฐานของบริษัทและเป็นหุ้นที่มีขนาดมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาเก็ตแคป)ค่อนข้างสูงทำให้ความคาดหวังที่ราคาจะปรับขึ้นไปมากกว่า 100% เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่อย่างไรก็ตามนักลงทุนควรศึกษาปัจจัยพื้นฐานเฉพาะตัวของบริษัทเป็นหลัก
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บางกอกแอร์เวย์สซื้อ-ขายวันแรกต่ำจอง
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จํากัด (มหาชน) (บางกอกแอร์เวย์ส) เปิดเผยว่าหลังเปิดการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันแรก ราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวลดลงต่ำกว่าจองราคาจองซื้อโดยเปิดการซื้อขายที่ 23.20 บาท ลดลง 7.20% จากราคาจอง 25 บาท ซึ่งประเมินว่าเป็นไปตามกลไกของตลาดและไม่มีความกังวลมากนัก โดยธุรกิจของบริษัทเป็นธุรกิจที่มั่นคงและพื้นฐานแข็งแกร่งรวมถึงสอดคล้องกับภาคการท่องเที่ยวที่มีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเหมาะแก่การลงทุนในระยะยาว สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนบริษัทจะนำไปขยายฝูงบินเพิ่มเติม ,ก่อสร้างโรงซ่อมเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ,ปรับปรุงท่าอากาศยานสมุย และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนรวมถึงจะเสนอผู้ถือหุ้นนำไปล้างขาดทุนสะสมจำนวน 3,000 ล้านบาทในระยะต่อไป นอกจากนี้บริษัทคาดว่ารายได้ปี 58 จะเติบโต 13-14% จากปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่จะอยู่ที่ประมาณ 20,000 ล้านบาทโดยคาดว่าจำนวนผู้โดยสารในปีหน้าจะเติบโตอย่างน้อย 10% จากปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่ระดับ 5 ล้านคน ส่วนอัตราการบรรทุกผู้โดยสารในปีนี้ เฉลี่ยคาดว่าจะอยู่ที่ 65-66% ต่ำกว่าระดับปกติที่ 68-69% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาทางการเมืองแต่เชื่อว่าไตรมาสที่ 4 จะสามารถฟื้นตัวได้สูงสุด ที่ระดับ 69-70% ด้านนายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวงจำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนกล่าวว่า หุ้นของบางกอกแอร์เวย์ถือเป็นหุ้นขนาดใหญ่ซึ่งไม่สามารถจะเก็งกำไรตามภาวะตลาดไอพีโอที่ร้อนแรงได้เนื่องจากเป็นหุ้นที่เหมาะกับการลงทุนระยะยาวมากกว่า และบริษัทเป็นหุ้นที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงรวมถึงอัตราการทำกำไรจากการดำเนินงานสูงสุดในกลุ่มอุตสาหกรรมการบิน ทั้งนี้นางเกศรา มัญชุศรีกรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) กล่าวว่า สำหรับหุ้น ที่เปิดการซื้อขายด้วยราคาที่ต่ำกกว่าจองซื้อหุ้นไอพีโอนั้นส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการตั้งราคาที่ไม่เหมาะสมจากที่ปรึกษาทางการเงินกับพื้นฐานของบริษัทและเป็นหุ้นที่มีขนาดมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาเก็ตแคป)ค่อนข้างสูงทำให้ความคาดหวังที่ราคาจะปรับขึ้นไปมากกว่า 100% เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่อย่างไรก็ตามนักลงทุนควรศึกษาปัจจัยพื้นฐานเฉพาะตัวของบริษัทเป็นหลัก
นางอัมพวัน พิชาลัย รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ดัชนีเงินเฟ้อเดือนต.ค. 57 เท่ากับ 107.32 ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1.48%ซึ่งเป็นอัตราขยายตัวต่ำสุดในรอบ 12 เดือนนับตั้งแต่เดือนต.ค. 56 ที่ขยายตัว 1.46%และลดลง 0.10%เทียบกับก.ย. 57 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อ 10 เดือน(ม.ค.-ต.ค.) 2557 สูงขึ้น 2.08% เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากราคาขายปลีกน้ำมันที่ปรับตัวลดลง การขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการตรึงราคาสินค้าและราคาผักมีราคาถูกจากสภาพอากาศที่ดีจนมีปริมาณผักออกสู่ตลาดจำนวนมาก สำหรับทิศทางอัตราเงินเฟ้อในช่วง 2 เดือนที่เหลือมีปัจจัยที่เป็นแรงกดดันที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อขยายตัวสูงขึ้นน้อยมากเนื่องจากการปรับโครงสร้างราคาพลังงานประกอบกับทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวลดลง รวมถึงการตรึงค่ากระแสไฟฟ้า(ค่าเอฟที) เดือนก.ย.-ธ.ค. ทำให้คาดว่าอัตราเงินเฟ้อในช่วงไตรมาส 4 จะขยายตัว 2.1%ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั้งปีเพิ่มขึ้น 2.14%ซึ่งอยู่ในกรอบที่ประเมินไว้ว่าเงินเฟ้อปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 2.0-2.8%“แนวโน้มเงินเฟ้อปีหน้าคาดว่าจะขยายตัวสูงขึ้นมากกว่าปีนี้ แต่ก็ยังอยู่ในกรอบ 2-2.8%ซึ่งกำลังประเมินตัวเลขปีหน้าอยู่ส่วนเงินเฟ้อปีนี้ที่ลดต่ำลง ไม่ได้เกิดจากการบริโภคชะลอตัว แต่เพราะการราคาน้ำมันที่ลดลงซึ่งเป็นพื้นฐานของต้นทุนสินค้า จึงทำให้ราคาโดยรวมลดต่ำลง ประกอบกับช่วงนี้สภาพอากาศดีทำให้ผักออกมาสู่ตลาดจำนวนมากจนราคาถูกเช่นกัน”