นายธนเทพ มงคลเจริญศรี กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท พรีเมี่ยม เพลส ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับเพิ่มอัตราเงินดาวน์ซื้อที่อยู่อาศัยของบริษัทขึ้นจากเดิม 5-10% เป็น 10-15% เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้ามีความสามารถในการผ่อนชำระค่างวด หลังจากที่เห็นว่าปัจจุบันนี้ ปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนสูงขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทได้เพิ่มความระมัดระวังในการพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ในปีหน้าด้วย โดยจะเน้นที่ทำเลก่อน เนื่องจากที่ดินราคาสูงขึ้นมาก“ปีหน้าบริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวโครงการใหม่ 4 โครงการ รวมมูลค่า 2,000 ล้านบาท และมีแผนระยะยาวภายใน 5 ปี จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ใหม่ คาดว่าจะมีทุนจดทะเบียนเพิ่มจาก 350 ล้านบาท เป็น 1,000 ล้านบาท และมีพอร์ตการลงทุน 4,000-5,000 ล้านบาท จากปัจจุบัน ช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา มียอดขายแล้ว 800 ล้านบาท คาดว่าสิ้นปีนี้จะได้ 1,400 ล้านบาท จากเป้าหมายที่วางไว้เพียง 1,200ล้านบาท และประเมินว่าปีหน้าจะมียอดขายถึง 2,000 ล้านบาท”อย่างไรก็ดี ล่าสุดนี้บริษัทได้เปิดตัวคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ พรีมิโอ หรือพรีมิโอ้ เฟรสโก เป็นอาคารสูง8 ชั้น รวม 226 ยูนิต ติดถนนรามอินทรา กม. 2 ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพูแคราย-มีนบุรี จับกลุ่มลูกค้าระดับบีบวกขึ้นไป ราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท หรือเฉลี่ยตารางวาละ 65,000 บาท หลังจากเห็นว่าไตรมาสสุดท้ายปีนี้ตลาดอสังหาริมทรัพย์กลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง และส่งผลให้ราคาที่ดิน โดยเฉพาะในย่านรามอินทรา เกษตร นวมินทร์ และลาดพร้าวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากตารางวาละ 70,000-80,000 บาทเป็น 150,000-160,000 บาทแล้ว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เพิ่มดาวน์สกัดหนี้บ้าน
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นายดิษฐนพ วัธนเวคิน นักวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคเคเทรด จำกัด เปิดเผยว่า กรณีหุ้นบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) มีข่าวลือว่าจะมีนักลงทุนรายใหญ่มาเข้าซื้อกิจการและจะดำเนินโครงการพัฒนาที่ดินของบริษัท ซึ่งทำให้ระดับราคาและปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงโดยทาง บล. ส่วนใหญ่ไม่มีบทวิเคราะห์หุ้นของบริษัทดังกล่าวเนื่องจากมีมูลค่าการซื้อขายในระดับต่ำ และส่วนตัวประเมินว่าขณะนี้มักมีการปล่อยข่าวลือในหุ้นที่มีสภาพคล่องอยู่ในระดับต่ำบ่อยครั้งรวมทั้งพฤติกรรมการลงทุนมักชอบหุ้นในลักษณะดังกล่าว โดยมีคนซื้อนำและซื้อตามทำให้มีการปรับราคาไปได้ในระดับสูงอย่างไรก็ตามหากบริษัทออกมาปฏิเสธข่าวลือคาดว่าราคาจะปรับลงสู่พื้นฐานเดิมอีกครั้ง ล่าสุด บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ชี้แจงข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)ปฏิเสธข่าวลือและไม่ทราบแหล่งที่มาของข้อมูลซึ่งข้อมูลบางส่วนที่ออกมาไม่ตรงกับความเป็นจริง อาทิบริษัทไม่เคยมีที่ดินติดถนนเตาปูนเนื้อที่ 4 ไร่แต่อย่างใด และจากการสอบถามผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัททุกรายไม่มีใครได้รับการติดต่อขอซื้อหุ้นจากผู้ลงทุนรายใหญ่รายใด ทั้งนี้รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส2 สิ้นสุด 30 มิ.ย. ของบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ขาดทุนสุทธิ 4.26ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนมีกำไร 32.50 ล้านบาทและบริษัทฯ มียอดรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 569.56 ล้านบาทลดลงจากงวดเดียวกันปีก่อน 99.46 ล้านบาท คิดเป็น 14.87%และมียอดต้นทุนการขายและการให้บริการรวม 430.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.24 ล้านบาท หรือ 0.52%
พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับผู้บริหารสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยว่า กระทรวงพาณิชย์และหอการค้าฯ เห็นชอบร่วมกันแต่งตั้งคณะทำงานร่วมภาครัฐและเอกชนรวม 4 คณะในการร่วมกันร่างยุทธศาสตร์ด้านการค้าของไทยได้แก่ คณะทำงานวางยุทธศาสตร์การค้าระหว่างประเทศ,คณะทำงานวางยุทธศาสตร์การค้าในประเทศ, คณะทำงานวางยุทธศาสตร์การค้าชายแดนและคณะทำงานด้านกระจายสินค้าภายในประเทศเพื่อกำหนดเป้าหมายการทำงานร่วมกันในการขับเคลื่อนการค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศในปี58 แบบยั่งยืนด้านนายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในส่วนของยุทธศาสตร์การค้าระหว่างประเทศจะเน้นความสำคัญด้านการส่งออกในยั่งยืนและให้ความสำคัญตลาดใหม่ที่กำลังโตเช่น อาเซียน อินเดีย รวมถึงจีนพร้อมทั้งมีการดึงภาคเอกชนจากต่างประเทศที่เป็นท้องถิ่นนั้นๆ มาช่วยทำตลาดให้กับสินค้าไทยส่วนคณะทำงานเพื่อกระจายสินค้าภายในประเทศ ทางหอการค้าฯและกระทรวงพาณิชย์จะเชิญผู้ประกอบการค้าปลีก-ค้าส่งเข้ามาร่วมเป็นคณะทำงาน เช่น เครือซีพี ออล์ ,เซ็นทรัลฯ,และเทสโกโลตัส เพื่อนำสินค้าที่มีคุณภาพทั้งที่เป็นสินค้าค้าสต๊อกที่ผู้ประกอบการจะขายในประเทศและตั้งใจจะส่งออกมาจัดจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วประเทศในราคาถูกกว่าท้องตลาดเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับผู้บริโภค