นายอรรณพ อัครนิธิยานนท์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ เปิดเผยว่า ขณะนี้สมาคมฯอยู่ระหว่างการหารือกับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่เพื่อร่วมปรับขึ้นราคาไข่ไก่หน้าฟาร์มอีก 20 สต.ต่อฟอง หรือจาก 2.60 บาทต่อฟอง (ไข่คละ) เป็น 2.80 บาทต่อฟอง คาดว่าจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 28 ต.ค. 57 เนื่องจากความต้องการไข่ไก่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะความต้องการของร้านอาหารและโรงแรมรองรับช่วงการท่องเที่ยวไฮซีซั่น ประกอบกับช่วงที่ผ่านมาราคาไข่ไก่ตกต่ำมาตลอดหรือต่ำกว่าต้นทุนที่เฉลี่ยฟองละ 3 บาท จนส่งผลให้เกษตรกรประสบปัญหาการขาดทุนอย่างหนักในช่วง 2-3 เดือนก่อนหน้านี้ ทั้งนี้การปรับขึ้นราคาหน้าฟาร์มเป็นมติของสมาคมฯที่มีการประชุมกันอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมาในการแนวทางช่วยเหลือเกษตรกร อย่างไรก็ตามราคาหน้าฟาร์มใหม่นั้นถือว่าเป็นราคาที่ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีราคา 3.50 บาทต่อฟอง หรือต่ำกว่า 70 สต.ต่อฟอง ซึ่งราคาหน้าฟาร์ม 3.50 บาทถือว่าเป็นราคาที่สูงประวัติศาสตร์ที่เกษตรกรได้รับ ขณะเดียวกันการปรับราคาหน้าฟาร์มเป็น 2.80 บาทต่อฟองไม่จำเป็นต้องแจ้งให้กรมการค้าภายในทราบเพราะอยู่ในกรอบราคาของคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ กำหนดให้ราคาขายหน้าฟาร์มมีกำไรไม่เกิน 20% ของต้นทุนการผลิต อย่างไรก็ตามการปรับราคาหน้าฟาร์มครั้งนี้ก็จะส่งผลให้ราคาขายปลีกเพิ่มอีก 20-30 สต. ต่อฟอง หรือราคาอยู่ที่ 3.20-3.30 บาทต่อฟอง แล้วต่อระยะทางการขนส่ง เพราะผู้ค้าต้องมีต้นทุนเพิ่มขึ้นเช่นกัน “อยากให้ผู้บริโภคเข้าใจถึงต้นทุนของไข่ไก่ที่เกษตรกรต้องรับภาระขาดทุนมาตลอดในช่วง 2 เดือน เพราะที่ผ่านมาราคาหน้าฟาร์มเคยลงไปสู่ระดับ 2.4 บาทต่อฟอง ซึ่งต่ำสุดในรอบหลายปี ขณะเดียวกันก็อยากให้ผู้บริโภคทราบว่าไข่ไก่เป็นสินค้าที่มีโปรตีนสูงแต่ราคาถูกสุดแล้วเมื่อเทียบกับเนื้อสัตว์ นม หรือพืชตระกูลถั่ว เป็นต้น” นายอรรณพ กล่าวว่า ทางสมาคมยังมีแผนในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ 40,000 – 50,000 รายซึ่งมีการเลี้ยงไก่ไข่เฉลี่ยรายละ 500-1ล้านตัว ทั้งในระยะกลางและระยะยาวด้วย โดยระยะกลาง ทางสมาคมฯจะมีการศึกษาเพื่อวางแผนในการดูแลแม่ไก่ไม่ให้มีปริมาณมาเกินไป โดยหากปริมาณไก่ไข่มีมากเกินไปจนเกินความต้องการของตลาดอาจมีลดปริมาณแม่ไก่ไข่ลง 5-10% เพื่อให้เกิดความเหมาะสม เพราะหากมีปริมาณไข่ไก่ออกมาล้นตลาดก็จะทำให้ราคาตกต่ำลงได้ เนื่องจากการระบายไข่ไก่โดยการส่งออกไปต่างประเทศนั้นยอมรับว่าผู้ส่งออกจะได้กำไรน้อยกว่าการจำหน่ายในประเทศ เพราะต้องมีค่าขนส่ง ภาษี และค่าบริหารจัดการอื่นๆ จำนวนมาก ส่วนแผนระยะยาวก็ต้องเสนอให้ภาครัฐพิจารณาการส่งเสริมการจัดตั้งโรงงานแปรรูปไข่ไก่เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และดึงไข่ไก่ส่วนเกินในท้องตลาดได้ ซึ่งจะช่วยพยุงไม่ให้ราคาไข่ไก่ตกต่ำเหมือนในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาจนเกษตรกรประสบปัญหาการขาดทุนอย่างหนัก นายอรรณพกล่าวว่า ในช่วงเทศกาลกินเจรอบที่ 2 ระหว่างวันที่ 24 ต.ค. – 1 พ.ย. 57 จะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาไข่ไก่มากนัก ต่างจากช่วงกินเจรอบแรกระหว่างวันที่ 24 ก.ย. – 2 ต.ค. 57 เนื่องจากการกินเจในรอบ 2 จะมีผู้กินเจไม่มากนักหรือประมาณ 10% ของผู้ที่กินเจรอบแรก ซึ่งผู้ที่กินเจรอบ 2 จะเป็นกลุ่มที่มีความศรัทธาเป็นพิเศษ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไข่ไก่ขึ้น 20 สต เริ่ม 28 ต.ค.นี้
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลง 10 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรลทั้งน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปภายในสองสัปดาห์นับตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมเป็นต้นมา มีผลให้ราคาน้ำมันในบ้านเราลดลงไป 1.50 บาท/ลิตร สำหรับน้ำมันในกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ และ 1.50 บาท/ลิตรสำหรับน้ำมันดีเซล แต่หลายท่านยังบ่นว่าลดน้อยเกินไป ก็คงเป็นเพราะมีการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันไปบางส่วน แทนที่จะลดให้ประชาชนทั้งหมดนั่นเอง
การก้าวย่างสู่สังคมผู้สูงอายุของไทยเริ่มมีภาพที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยการสะท้อนจากข้อมูลล่าสุดของกระทรวงสาธารณสุขที่ระบุว่า ไทยมีประชากรทั้งหมด 64.5 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปจำนวน 9.4 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 14.5% ของประชากร เพิ่มขึ้นปีละประมาณ 500,000 คน คาดว่า ภายในปี 2568 ไทยจะก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ด้วยจำนวนผู้สูงอายุ 14.4 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นเกิน 20% ของประชากรทั้งหมดธุรกิจที่ได้รับความคาดหมายว่าจะได้รับประโยชน์อย่างเต็มไม้เต็มมือกับฐานผู้สูงอายุที่กำลังขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ นี้ ก็คือ ธุรกิจประกัน เนื่องจากประชากรสูงอายุจัดเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาด้านสุขภาพโรคเรื้อรังที่เกิดจากการเสื่อมของอวัยวะต่าง ๆ ขณะที่สวัสดิการที่ผู้สูงอายุได้รับจากภาครัฐ องค์กร และหน่วยงานต่าง ๆ ในปัจจุบัน ยังไม่ทั่วถึง ประกอบกับ ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลต้องมีค่าใช้จ่ายการจัดสรรสวัสดิการให้ประชาชนสูง ทั้งที่เป็นแรงงานในระบบและนอกระบบจึงเป็นความเสี่ยงทางการคลังที่เกิดจากรายจ่ายสวัสดิการสังคมที่เพิ่มขึ้นการมีแผนรองรับสำหรับการจัดการค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและรับมือกับโรคภัยไข้เจ็บที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ผ่านการถ่ายโอนความเสี่ยงไปสู่บริษัทประกันจึงเป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมมากขึ้น และ ทำให้บริษัทประกันมองเห็นถึงก้อนเค้กธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น จึงแข่งขันกันอัดแคมเปญเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ไม่ว่าจะเป็นการดึงนักแสดงหรือพิธีกรรุ่นเก่า ที่เป็นขวัญใจของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมาเรียก “เรตติ้ง” และสร้างภาพจำให้กับแบรนด์ของตัวเองหรือการใช้บุคคลแบบบ้าน ๆ ที่สะท้อนถึงคนส่วนใหญ่ที่มีอยู่จริงในสังคม มาอธิบายขยายความแบบรากหญ้าเพื่อทลายกำแพงความหวาดกลัวที่คนจำนวนมากยังมีต่อบริษัทประกันประเดิมด้วยค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง “เอไอเอ” ที่ชูผลิตภัณฑ์ “ประกันชีวิตเอไอเอ 50 อัพ” หรือสูงวัยตลอดชีพ เพิ่มทุน (ไม่มีเงินปันผล) เจาะกลุ่มผู้สูงอายุระหว่าง 50-70 ปี ซึ่งเพิ่มความคุ้มครองให้ปีละ 10% สูงสุดถึง 150% ในปีที่ 8 โดยความคุ้มครองจะคงที่ 150% จนตลอดอายุสัญญา หรือเมื่อผู้เอาประกันฯมีอายุครบ 90 ปี ค่าเบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียงวันละ 9 บาท ความคุ้มครองสูงสุดถึง 450,000 บาท กรณีเสียชีวิต โดยอุบัติเหตุสาธารณะภายใน 2 ปีแรก รับผลประโยชน์สูงถึง 500% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย โดยดึงนักแสดงอาวุโสมากความสามารถ อย่าง นิรุตติ์ ศิริจรรยา มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ตามติดด้วยค่ายเมืองไทยประกันชีวิตที่ส่งเมืองไทยวัยเก๋า ดึง “วิทวัส สุนทรวิเนตร์” พิธีกรรายการวาไรตี้ตีสิบมาเป็นจุดขายของโครงการ ด้วยเหตุผลสั้น ๆ แต่โดนใจว่าเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่คนข้างหลัง..โดยให้ความคุ้มครองการเสียชีวิตสูงสุดถึง 500,000 บาท อายุรับประกัน 50-75 ปี เบี้ยประกันเริ่มต้นวันละ 6 บาทนอกจากนี้ยังมี “เมืองไทยคุ้มครองอุ่นใจ” สำหรับอายุ 61-75 ปี ชำระเบี้ยเพียง 10 ปีคุ้มครองชีวิตจนถึงอายุ 90 ปีด้วยเบี้ยประกันเริ่มต้นเพียงปีละ 8,807 บาท ด้วยความคุ้มครองเริ่มต้น 100,000 บาทสูงสุด 200,000 บาท พร้อมทั้ง “เมืองไทย รีไทร์เมนท์ พลัส 60” จุดเด่นของกรมธรรม์อยู่ตรงที่รับเงินคืนในช่วงก่อนเกษียณ 1% ทุก 3 ปีกรมธรรม์ รับเงินเมื่อครบ 24 ปี ถึง 57 ปี สูงสุด 12% อายุครบ 60 ปี รับคืน 40% และรับเงินคืนหลังเกษียณเริ่มต้นที่ 15% หากอายุครบ 61-65 ปี และสูงสุด 40% เมื่ออายุครบ 68-69 ปี แถมอยู่ครบสัญญารับเงิน 100% โดยรับประกันตั้งแต่อายุ 20-50 ปี คุ้มครองชีวิตถึง 90 ปีส่วนบริษัท ไทยประกันชีวิตมี “ทรัพย์มิ่งขวัญ” ชูสโลแกนหลักประกันในยามเกษียณเข้ามาทำตลาด จ่ายเบี้ย 10 ปี คุ้มครอง 90 ปี รับประกันอายุ 60-75 ปี จำนวนเงินเอาประกัน 50,000-300,000 บาท ครบสัญญาอายุ 90 ปีรับเงินคืน 150% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยและถือเป็นเงินก้อนสำหรับใช้จ่ายช่วงบั้นปลายชีวิตสามารถเลือกชำระเบี้ยเป็นราย 3 เดือน 6 เดือนหรือรายปีก็ได้ รวมทั้งเกษียณบำนาญ 2 อายุรับประกัน 20-55 ปี ชำระเบี้ย 60 ปี คุ้มครองถึงอายุ 90 ปีจำนวนเงินเอาประกันขั้นต่ำ 50,000 บาท รับเงินบำนาญทุกปี ปีละ 12% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย กรณีเสียชีวิตโดยที่ยังรับเงินบำนาญไม่ครบ 15 ปี จะจ่ายเป็นมูลค่าปัจจุบันของเงินบำนาญที่เหลืออยู่ขณะที่อลิอันซ์อยุธยาประกันชีวิต เปิดตัว “สูงวัย โรคร้าย หายห่วง” เจาะกลุ่มเป้าหมายลูกค้าที่มีอายุ 50-70 ปีหรือลูกที่ต้องการซื้อประกันให้กับพ่อแม่ ซึ่งกรมธรรม์จะครอบคลุมทั้งโรคร้ายแรง ประกันอุบัติเหตุ และประกันชีวิต พร้อมทั้งดึงนักแสดงและพิธีกรชื่อดัง “จอนนี่ แอนโฟเน่” เป็นพรีเซ็นเตอร์หนังโฆษณาชุดใหม่ สำหรับลูกค้าที่ซื้อกรมธรรม์หากตรวจพบโรคร้ายจะได้รับวงเงินสูงสุด 150,000 บาท และถ้าเสียชีวิตจากเจ็บป่วยและอุบัติเหตุคุ้มครองสูงสุด 350,000 บาท ครบสัญญาลูกค้ามีสิทธิรับเงินคืนสูงสุด 240,000 บาทด้านไทยสมุทรประกันชีวิตมีบำนาญ 85/55 รับประกันภัยตั้งแต่ 30-50 ปีระยะเวลาคุ้มครอง 85 ปี ชำระเบี้ย 55 ปี จำนวนเงินประกันภัยชั้นต่ำ 100,000 บาท จำนวนเงินประกันสูงสุดไม่จำกัด