ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (20 ต.ค) ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนในแดนบวกตลอดวันโดยมีแรงซื้อเก็งกำไรผลักดันดัชนีดีดตัวกลับในช่วงเช้า สอดคล้องทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นทั่วโลกหลังตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐออกมาดีกว่าคาด จากนั้นทยอยปรับตัวลดลงช่วงท้ายตลาดเนื่องจากนักลงทุนยังกังวลผลประกอบการในไตรมาส 3 ในหลายบริษัท และไร้ปัจจัยในประเทศเข้าผลักดันส่งผลให้ระหว่างวันดัชนีลดลงต่ำสุด 1,525.77 จุด และทะยานขึ้นสูงสุด 1,542.60จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,526.67 จุด ลดลง 2.04 จุดหรือ 0.13 % ด้วยมูลค่าซื้อขาย 36,386.86 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.ทรู. ปิดที่ 10.70 บาท ลดลง 0.40 บาท 2.เอไอเอส ปิดที่ 226.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท 3.ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 231.00 บาท เพิ่มขึ้น 8.00 บาท 4.ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่ 174.50 บาทเพิ่มขึ้น 1.50 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 20 ตุลาคม 2557 ปิดลบ 2.04 จุด
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะพิจารณาแนวทางการปล่อยสินเชื่อให้รายย่อย หรือ สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ เพื่อเสนอให้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี พิจารณา ภายใน 2 สัปดาห์ จากนั้นจึงจะเสนอให้ที่ประชุม ครม. เห็นชอบ ซึ่งขณะนี้กำลังพิจารณารายละเอียด โดยหลักการต้องจัดตั้งบริษัทสินเชื่อรายย่อย (บย.) โดยเปิดให้เอกชนที่สนใจเข้ามาทำ และแบ่งเขตชัดเจนแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งมีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน และกรมสรรพากร มาช่วยเหลือและตรวจสอบ ทั้งนี้ ได้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แล้ว ซึ่งเห็นด้วยกับโครงการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ที่เป็นตัวเลือกสุดท้ายจะเข้าถึงรายย่อยได้ดีกว่าสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ ที่ธนาคารพาณิชย์กำลังดำเนินการอยู่ แต่ใช้แก้ปัญหาหนี้สินนอกระบบไม่ได้ โดยสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ จะปล่อยในวงเงินที่ต่ำ 100,000-120,000 บาทต่อราย กำหนดอัตราดอกเบี้ย 32-36% ซึ่งจะปล่อยให้เอกชนที่สนใจเข้ามาลงทะเบียนไม่จำกัดจำนวนรายภายใต้กำกับดูแลของกระทรวงการคลัง และต้องให้รางวัลเอกชน เช่น การคิดภาษีครึ่งหนึ่งของรายได้ที่เกิดขึ้น เพื่อจูงใจให้เอกชนเข้ามาร่วมโครงการ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าขณะนี้เศรษฐกิจไทยมีสัญญาณที่อยู่ในภาวะเงินฝืด เนื่องจากคนมีรายได้น้อย ไม่มีงานทำ และไม่มีเงินใช้จ่าย ส่วนคนที่มีรายได้มาก ก็ไม่อยากจะลงทุน หรือใช้จ่ายเพิ่มเติม ทำให้ทุกอย่างอยู่ในภาวะนิ่งไปหมด ซึ่งที่ผ่านมาจากการเดินทางโรดโชว์ หลายประเทศให้ความสนใจที่จะปล่อยกู้ให้ไทยไปลงทุน แต่ปัญหาคือไม่รู้จะนำเงินไปทำอะไร ขณะที่ทุนสำรองระหว่างประเทศก็ยังมีอยู่มาก ซึ่งธปท.กำลังพิจารณานำไปลงทุน
นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ได้เรียกผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (อี-คอมเมิร์ซ) มาหารือถึงแนวทางการเสียภาษีให้ถูกต้อง จากปัจจุบันที่ผู้ประกอบการยังขาดความรู้ ไม่เข้าใจว่าต้องเสียภาษี หรือบางรายมีเจตนาหลบเลี่ยงภาษี เช่น การปิดบัญชีเงินฝาก การเปลี่ยนชื่อธุรกิจ นิติบุคคลใหม่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย โดยปี 56 ที่ผ่านมา มีรายย่อยที่ยังขาดความเข้าใจในการเสียภาษีมากถึง 90,000 ราย หรือคิดเป็น 58% ของผู้ประกอบการรายย่อยทั้งหมด 155,000 ราย คิดเป็นมูลค่าการซื้อขาย 744,000 ล้านบาททั้งนี้ การเรียกผู้ประกอบการมาชี้แจง กรมไม่ได้มีเจตนาที่จะไปบังคับข่มขู่ให้มาเสียภาษี แต่ให้เข้าใจกระบวนการทำธุรกิจ และแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต กรณีไม่เสียภาษี แล้วถูกตรวจพบ อาจจะเกิดปัญหาสภาพคล่องกับธุรกิจได้ เนื่องจากกรมมีข้อมูลผู้ประกอบการทั้งหมด โดยเฉพาะการทำธุรกิจ ที่มีการโอนรายได้เข้าบัญชี จะสามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด รวมทั้ง กรมก็จะส่งจดหมายถึงผู้ประกอบการที่ไม่เสียภาษี มาดำเนินการให้ถูกต้อง“ในปี 55 มูลค่าการทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซอยู่ที่ 500,000 ล้านบาท แต่ปี 56 ขยายตัวเป็น 700,000 ล้านบาท หรือโตกว่า 20% สะท้อนให้เห็นการขยายตัวที่รวดเร็ว แต่ก็ยังพบว่ามีผู้ที่ยังขาดความรู้ในการเสียภาษีที่ถูกต้อง จึงเป็นหน้าที่ที่กรมต้องให้แนวทางปฏิบัติ ซึ่งคาดว่าในปี 58 จะมีผู้เข้าระบบเพิ่มอีก 20-30%”