ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บมจ.ปตท. และบมจ.บางจาก ได้ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง 30 สตางค์ต่อลิตร มีผล 05.00 น. วันที่ 18 ต.ค. ส่งผลให้ราคาน้ำมันเบนซิน 95 อยู่ที่ 43.36 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 36.30 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 34.28 บาทต่อลิตร อี 20 อยู่ที่ 32.48 บาทต่อลิตร อี 85 อยู่ที่ 22.88 บาทต่อลิตร ยกเว้นดีเซลคงเดิมอยู่ที่ 29.39 บาทต่อลิตรถือเป็นการลดเป็นครั้งที่ 3 ในรอบสัปดาห์ เนื่องจากราคาน้ำโลกปรับลดลง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : น้ำมันเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ลดลิตรละ30สต.
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (17 ต.ค) ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนสลับบวกลบตลอดวัน โดยมีแรงขายทำกำไรเป็นระยะหลังจากไร้ปัจจัยใหม่เข้าหนุน แต่ยังมีแรงซื้อเก็งกำไรช่วงท้ายตลาดผลักดันดัชนีดีดตัวกลับ เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)มีแนวโน้มเลื่อนยุติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงปริมาณ(คิวอี) หลังจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวได้ต่ำกว่าที่คาด ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีทะยานขึ้นสูงสุด 1,532.26 จุด และลดลงต่ำสุด 1,519.76 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,528.71 จุด เพิ่มขึ้น 2.56 จุด หรือ 0.17 % ด้วยมูลค่าซื้อขาย 43,559.17 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.ทรู. ปิดที่ 11.10 บาท ลดลง 0.10 บาท 2.ซีพีเอฟ ปิดที่ 31.50 บาท ลดลง 1.25 บาท 3.ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 192.00 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง 4.พีทีทีจีซี ปิดที่ 56.75 บาท ลดลง 1.50 บาท 5.ปตท.สผ. ปิดที่ 145.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในระหว่างการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) ว่า ขอให้ สคบ.เป็นหน่วยงานที่ให้ความสุขกับประชาชนได้และให้ประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมการปกครอง เข้ามาร่วมมือในการคุ้มครองผู้บริโภค และขออย่าแยกแยะว่าเป็นคนอื่นเพราะในฐานะคนในพื้นที่ย่อมรู้ดีกว่า ขณะที่ในการทำงานของสคบ.ถ้าสามารถทำให้ประชาชนพึ่งได้จะถือเป็นวาระแห่งชาติและเป็นหน้าตาของรัฐบาลไม่มีรัฐบาลชุดไหน เพราะจะทำให้มาตรฐานประเทศไทยเพิ่มขึ้นโดยปริยาย ทั้งนี้ ยังให้ สคบ.ประสานงานกับสำนักนายกรัฐมนตรี ที่มีผู้ตรวจราชการรับผิดชอบเขตพื้นที่ในภูมิภาคเพื่อประสานงานด้านการส่งต่อข้อร้องเรียนและรับแจ้งเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภค เพื่อสร้างความเข้มแข็งในพื้นที่ โดยเฉพาะการดูแลชาวบ้านที่มีฐานะยากจน ไม่มีความรู้ ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะถูกผู้ประกอบการหลอกลวงเอาเปรียบได้ทุกเมื่อ “โฆษณาหลายโฆษณาตอนนี้ ดูแล้สบางสิ่งก็เกิดจริงและสุ่มเสี่ยงที่ผู้บริโภคจะถูกหลอก โดยเฉพาะผู้มีฐานะยากจนในพื้นที่ห่างไกล ดังนั้น สคบ.จึงต้องเป็นหน่วยงานหลัก ค่อยบูรณาการกับเจ้าของพื้นที่ สร้างความรู้แก่ประชาชน เพราะตอนนี้เห็นว่าสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก มีการเอารัดเอาเปรียบกันเกิดขึ้นอยู่เสมอ ซึ่งส่วนตัวไม่อยากให้เกิดขึ้น โดยเชื่อว่า สคบ.ร่วมมืออย่างจริงจังในการแก้ไข จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และเป็นหน้าตาของรัฐบาลด้วย” ด้านนายจำเริญ ยุติธรรมสกุล รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอฝากสคบ.ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกรณีมีประชาชนร้องเรียนผ่านโทร 1111 เพราะท่ีผ่านมามีการร้องไปที่นายกรัฐมนตรีว่าการแก้ปัญหามีความล่าช้า ขณะเดียวกันได้พบว่าเจ้าหน้าที่สคบ.ประจำจังหวัดไม่มีเนื้องานชัดเจนจนถูกนำไปนั่งเป็นหน้าห้องผู้ว่าราชการจังหวัดในหลายจังหวัด นอกจากนั้น สคบ.ต้องแสวงหาความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลการคุ้มึรองผู้บริโภค เพื่อแบ่งเบาภาระจากส่วนกลาง