นายชูศักดิ์ เกวี ปฏิบัติหน้าที่ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า สถิติทรัพย์สินของกรมทางหลวงที่ถูกโจรกรรมประจำเดือน ส.ค.57 มีมูลค่าเสียหายกว่า 1.13 ล้านบาท โดยทรัพย์สินที่ถูกโจรกรรมมีทั้งสายไฟฟ้า อุปกรณ์สัญญาณไฟ รั้วลูกกรง ป้ายจราจร แต่เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนส.ค.56 พบว่ายอดทรัพย์สินที่ถูกโจรกรรมลดลง 25% โดยเฉพาะหม้อแปลงไฟฟ้า ตู้เซฟตี้ ไม้ศาลาทางหลวง และอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งนี้เมื่อจำแนกชนิดของอุปกรณ์งานทางที่ถูกโจรกรรม มีมูลค่าความเสียหาย 5 อันดับแรก อันดับ 1 คือ สายไฟฟ้าเสียหาย 9 แห่ง ความยาว 2,109 เมตร มูลค่าเสียหาย 634,780 บาท รองลงมาเป็นอุปกรณ์สัญญาณไฟ 2 แห่ง จำนวน 3 ชิ้น มูลค่า 99,000 บาท รั้วลูกกรง 1 แห่ง 15 แผง มูลค่า 65,250 บาท ป้ายจราจร 1 อัน มูลค่า 24,900 บาท และอื่นๆ 5 แห่ง จำนวน 149 ชิ้น มูลค่า 311,692 บาท ส่วนพื้นที่มีปัญหาการโจรกรรมทรัพย์สินทางมากสุด โดยเรียงลำดับตามมูลค่าความเสียหาย ได้แก่ แขวงการทางอยุธยา 264,000 บาท รองลงมาคือ แขวงการทางกาญจนบุรี 225,400 บาท และแขวงการทางนครปฐม 214,800 บาท“สาเหตุการเกิดโจรกรรม คาดว่ามาจากสภาพเศรษฐกิจที่วิกฤติในปัจจุบัน ทำให้การเกิดโจรกรรมทรัพย์สินทางหลวงมีอย่างต่อเนื่อง และยังมีแนวโน้มที่เกิดปัญหาขึ้นได้อีกในอนาคต ส่งผลให้ทีผ่านมาภาครัฐต้องสูญเสียงบประมาณในจัดซื้อ จัดหา มาติดตั้งมหาศาล อีกทั้งยังมีผลกระทบต่อความสะดวกปลอดภัยและอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุเป็นอันตรายต่อชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนผู้ใช้ทางได้”อย่างไรก็ดี สถิติการเกิดโจรกรรมในปีนี้ มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากกรมฯ ได้ให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราทรัพย์สินเพิ่ม อีกทั้งยังประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสาธารณะมากขึ้น ทำให้การโจรกรรมทรัพย์สินลดลง ขณะเดียวกัน ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการรับซื้อของเก่า ของมือสองไม่ให้รับซื้อสิ่งของที่เชื่อได้ว่าเป็นทรัพย์สินของทางราชการที่อาจจะถูกโจรกรรมมา
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : โจรแห่ขโมยสายไฟฟ้าเพียบ
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้จัดงานเทศกาลลอยกระทง ภายใต้ชื่อ เทศกาล สีสันแห่งสายน้ำมหกรรมลอยกระทงปี 57 สุขแห่งแผ่นดิน คือความสุขขององค์ราชา ในพื้นที่หลักทั่วประเทศ ได้แก่กรุงเทพฯ สุโขทัย เชียงใหม่ ตาก พระนครศรีอยุธยา สมุทรสงคราม โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานกว่า 660,000 คน และมีเงินสะพัดงานการจัดงานกว่า 650ล้านบาท เติบโต 10% จากปีที่ผ่านมาเนื่องจากปีนี้ภาคเอกชนสนใจในการจัดกิจกรรมและประชาสัมพันธ์เทศกาลลอยกระทงมากขึ้น“ปีนี้ต้องยอมรับว่า กระแสการท่องเที่ยวจะมีความคึกคักโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่กรุงเพทฯ ที่ปีนี้จะมีความพิเศษกว่าปีที่ผ่านมา โดยมีบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด ที่จะจัดงาน ริเวอร์ เฟสติวัล สายน้ำแห่งวัฒนธรรมตั้งแต่วันที่ 1-6 พ.ย. 6 พื้นที่หลัก6 พื้นที่คือ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดอรุณราชวรารามวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ตลาดยอดพิมานและเอเชียทีคโดยจะมีโรงแรมต่างๆที่อยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมจัดงานโปรโมทอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อที่จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวในช่วงเทศกาลลอยกระทง”นายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศ (สทน.) กล่าวว่า ททท.จะต้องเร่งประชาสัมพันธ์เทศกาลลอยกระทงให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ โดยเฉพาะจากอาเซียน ที่มีงานเทศกาลลอยกระทงเช่นกันซึ่งอาจจะทำให้นักท่องเที่ยวหันเหไปประเทศอื่นๆ แทนนอกจากนี้ยังเตรียมเข้าหารือกับททท.เพื่อให้สนับสนุนงบประชาสัมพันธ์การกระตุ้นตลาดในประเทศที่มองไว้ที่ 5 ล้านบาท เพื่อใช้โฆษณาแคมเปญ ท่องเที่ยวซื้อ 1 ได้ 2 คือการซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวผ่านบริษัททัวร์ จะได้สิทธิพิเศษ 2 อย่าง ได้แก่การลดหย่อนภาษี สูงสุด 15,000 บาท และหากนักท่องเที่ยวชำระค่าแพ็กเกจท่องเที่ยวผ่านบัตรเครดิตจะได้แต้มซึ่งสามารถไปแลกเป็นเงินสดได้
แหล่งข่าวจากวงการน้ำมัน เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ค้าน้ำมันกำลังพิจารณาปรับลดราคาน้ำมันใน 1-2 วันนี้เนื่องจากราคาน้ำมันตลาดโลกยังคงปรับลดลงต่อเนื่อง โดยวันที่ 15 ต.ค.ราคาดิบดูไบ ลดลง 4.14 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ปิดที่ 83.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเบรนท์ ลดลง 1.26 ดอลลาร์ ปิดที่83.78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลน้ำมันสำเร็จรูปสิงคโปร์ เบนซิน ลดลง 3.23 ดอลลาร์ ปิด 97.51ดอลลาร์ต่อบาร์เรลดีเซล ลดลง 4.33 ดอลลาร์ ปิด 96.38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลส่งผลให้ค่าการตลาดของผู้ค้าน้ำมันอยู่ในเกณฑ์สูง โดยกลุ่มเบนซินเฉลี่ยอยู่ที่ 2 บาทต่อลิตรราคาดีเซล 1.70 บาทต่อลิตรนายมนูญ ศิริวรรณ นักวิชาการด้านพลังงาน กล่าวในงานอบรมความรู้ด้านพลังงานภาคประชาชน เรื่อง"รู้ทันสถานการณ์พลังงานประเทศไทย"ว่าขณะนี้เป็นจังหวะเหมาะสมที่สุดที่รัฐบาลจะตัดสินใจปรับโครงสร้างราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) เพราะราคาตลาดโลกปรับลดลงต่อเนื่องต่ำกว่า 90 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรลดังนั้นหากไม่เร่งปรับราคาภายในเดือนต.ค. – พ.ย.57ราคาอาจกลับมาสูงอีกครั้งในช่วงเดือนธ.ค. 57 เพราะเข้าสู่ฤดูหนาวทำให้มีความต้องการใช้เชื้อเพลิงปริมาณมากล่าสุดราคาน้ำมันดิบตลาดสิงคโปร์มีแนวโน้มลดลงอีก 1 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ทำให้วันที่ 17 ต.ค. อาจเห็นการประกาศปรับลดราคาน้ำมันขายปลีกอีกครั้ง อย่างไรก็ตามในส่วนของราคาน้ำมันดีเซลล่าสุดราคาขายปลีกอยู่ที่ 29.39 บาทต่อลิตรไม่ควรปรับลดลงอีก แม้ตลาดโลกจะมีแนวโน้มลดลงได้อีก 50 สตางค์ต่อลิตรเพราะควรนำส่วนต่างดังกล่าวไปบวกเพิ่มในอัตราการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพราะปัจจุบันยังมีฐานะติดลบ 3,300 ล้านบาทซึ่งปัจจุบันมีรายรับ 175 ล้านบาทต่อวันคาดว่ากองทุนน้ำมันฯจะมีฐานะเป็นบวกภายใน3 สัปดาห์จากนี้ "อยากเสนอให้รัฐบาลปรับโครงสร้างราคาน้ำมันดีเซลในช่วงนี้เลยโดยสามารถคงราคาขายปลีกดีเซลไว้ที่ 29.39 บาทต่อลิตรไม่มีผลกระทบต่อประชาชน ขณะเดียวกันควรปรับลดอัตราการเก็บเงินเข้ากองทุนฯจากปัจจุบัน3 บาทต่อลิตร เหลือ 75 สตางค์ต่อลิตรและนำส่วนที่ลดลงไปเพิ่มในอัตราภาษีสรรพสามิตรเป็น 3 บาทต่อลิตรแทน จากปัจจุบันเก็บอยู่ที่ 75 สตางค์ต่อลิตรเพื่อให้ใกล้เคียงกับการเก็บภาษีสรรสามิตรราคาน้ำมันเบนซินเพราะช่วง 3 ปีครึ่งที่ไม่เก็บภาษีสรรพสามิตไทยขาดรายได้ 350,000 ล้านบาท"