นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า การกินเจช่วงแรก(24 ก.ย. – 2 ต.ค. 57 มีมูลค่า41,989 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากเทศกาลกินเจในปีก่อน 2.4%ซึ่งสูงกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ที่ 41,012 ล้านบาท หรือเพิ่ม 2.1%เนื่องจากราคาอาหารเจสูงขึ้นและประชาชนตั้งใจที่จะทำบุญและลดการกินเนื้อสัตว์ ส่วนการสำรวจเทศกาลกินเจรอบ 2(24 ต.ค. – 1 พ.ย. 57) คาดว่าจะมีมูลค่า 9,978 ล้านบาท ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่ 10,257 ล้านบาทเนื่องจากประชาชนที่ยังคงกินเจเหลือประมาณ 10%และส่วนใหญ่มีการซื้ออาหารเพื่อปรุงทานเองไว้แล้วโดยมียอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน 7,258 บาท“ประชาชนอยากให้ดูแลในด้านราคาอาหารปรุงสำเร็จผัก ผลไม่ และโปรตีนเกษตร ที่มีราคาแพงเกินจริง ส่งเสริมการกินเจ และเพิ่มโรงเจ”สำหรับพรที่ขอในการกินเจ คือขอให้พระเจ้าอยู่หัวและพระราชินีมีพระพลานามัยที่แข็งแรง สุขภาพแข็งแรง การงานดีเงินทองไม่ขาดมือ และประสบความสำเร็จในชีวิต
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คาดกินเจรอบ2 เงินสะพัดเกือบหมื่นล้าน
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงผลสำรวจประชาชนถึงสถานการณ์ต่างๆภายในประเทศว่าปัญหาหลักของประชาชนส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของหนี้สินรองลงมาเป็นราคาสินค้าแพง และราคาพืชผลตกต่ำส่งผลให้ประชาชนต้องก่อหนี้เพิ่มขึ้นเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือส่วนหนึ่งนำไปชำระหนี้เดิม แต่ที่น่าเป็นห่วงคือสัดส่วนหนี้นอกระบบได้เพิ่มจากการสำรวจครั้งก่อนที่มีสัดส่วน49.1%เป็น 50.4% ซึ่งเป็นครั้งแรกที่หนี้นอกระบบของประชาชนสูงกว่าหนี้ในระบบส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มเกษตรกร และกลุ่มที่มีรายได้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือนกู้มากที่สุด ส่วนยอดหนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในภาพรวมก็เพิ่มจาก 210,000 บาทเป็น220,000 บาทต่อครัวเรือน“ผลสำรวจยังพบว่าประชาชน 38.1%เห็นว่าเศรษฐกิจไทยปัจจุบันเหมือนเดิมเมื่อเทียบปี56 อีก 34.2%เห็นว่าดีขึ้น และ 27.7%เห็นว่าแย่อยู่ แต่หากเทียบกับครึ่งปีแรก 57ประชาชน 42.3%เห็นว่าเศรษฐกิจไทยดีขึ้น อีก 37.6%เห็นว่าเท่าเดิม และ 20.1%เห็นว่าแย่ ขณะเดียวกันประชาชนส่วนใหญ่ระบุเชื่อมั่นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐระดับปานกลางและเชื่อมั่นมาก”อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่านโยบายและมาตรฐานกระตุ้นเศรษฐกิจในปัจจุบันของรัฐจะทำให้การบริโภคมากขึ้นหรือไม่ พบว่า 25.2%เห็นว่าไม่เลย อีก 44.3%เห็นว่าน้อยถึงน้อยมาก เพราะราคาค่าครองชีพสูงไม่มั่นใจต่อเศรษฐกิจ รายได้ยังไม่เพิ่ม ภาระหนี้สินสูง และราคาพืชผลเกษตรตกต่ำขณะที่ อีก 25.4%ระบุปานกลาง และ5.1%ระบุมากนางเสาวณีย์กล่าวว่าจากผลสำรวจเป็นครั้งแรกในรอบปีที่ประชาชน 55.7%ต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจจากเดิมเร่งแก้ปัญหาการเมืองและสังคม โดยประชาชนระบุไม่เห็นด้วยอย่างมากต่อนโยบายรัฐบาลคือการปรับขั้นราคาแอลพีจีภาคขนส่งอนุมัติเงินสร้างหรือปรับปรุงสนามบิน 6 แห่ง มาตรการงดทำนาปรัง 22 จังหวัดส่วนที่เห็นด้วยมากสุด คือแก้กฎระเบียบที่ล้าสมัย มาตรการดูแลควบคุมค่าครองชีพ มาตรการลดต้นทุนให้ชาวนาสร้างโครงสร้างพื้นฐาน โดยประชาชนเสนอให้รัฐบาลต้องแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นอันแรกโดยเฉพาะเรื่องหนี้สินและค่าครองชีพสูง กระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีกว่าปัจจุบันแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ดูแลรายได้คนไทย
นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) กล่าวว่า ขณะนี้ปปช.ได้จับมือกับองค์กรต่างๆในการเป็นเครือข่ายต่อต้านการคอร์รัปชั่นในประเทศมากขึ้นเนื่องจากในแต่ละปีจะมีเม็ดเงินรั่วไหลจากการประมูลงานและการจัดซื้อจัดงานของภาครัฐในระดับแสนล้านบาทซึ่งถือว่าเป็นเรื่องเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและประเทศไทยอย่างมาก ดังนั้นนอกจากจะร่วมมือกับพันธมิตรในการตรวจสอบและป้องปรามปัญหาแล้วปปช.ก็ได้มีการเสนอการแก้กฎหมายต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องของอายุความของคดีที่เกี่ยวข้องการฉ้อโกงเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ผิดกฎหมายหนีการดำเนินคดีแล้วเมื่ออายุความหมดก็กลับเข้ามาเหมือนเดิม“ก็จะมีการส่งเสริมให้ธุรกิจขนาดใหญ่และเอสเอ็มอีรวมถึงรัฐวิสาหกิจให้ความสำคัญในการป้องปรามปัญหาการคอร์รัปชั่นพร้อมทั้งมีการนำระบบของธนาคารโลกในการปราบปราม และที่สำคัญในการประมูลงานของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจอยากให้มีการกำหนดราคากลางด้วย”นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย)กล่าวว่า องค์กรจะมีการติดตามโครงการลงทุนต่างๆของภาครัฐอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันและป้องปรามไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐรับสินบนและไม่ให้ภาคเอกชนเสนอสินบนแก่เจ้าหน้าที่เบื้องต้นก็จะให้ความสำคัญโครงการใหญ่อย่างโครงการรถไฟฟ้าและโครงการขยายสนามบินสุวรรณภูมิเฟส2 เนื่องจากต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก“ปัญหาการคอร์รัปชั่นได้สร้างความเสียหายและมีผลกระทบต่อการเมืองและเศรษฐกิจของไทยมาต่อเนื่องและประเทศไทยก็จะมีความรุนแรงมากดังนั้นภาคเอกชนจำเป็นต้องให้ผู้นำทุกรัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องเพราะหากจะแก้ไขกฎหมายมากแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์หากไม่มีการใช้กฎหมายในการปราบปรามคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง”