ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าเมื่อวันที่15ต.ค.ที่ผ่านมา ได้หารือกับนางฉั่ว ซิ่ว ซาน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสิงคโปร์ประจำประเทศไทยเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ โดยเห็นว่า ปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจโลกที่ตกต่ำ ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทุกประเทศ ซึ่งเศรษฐกิจไทยเอง ก็ได้รับผลกระทบ แต่เชื่อว่า จะกระทบเพียงระยะเวลาสั้นๆ เพราะไทยมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งส่วนด้านความร่วมมือสิงคโปร์ก็พร้อมร่วมมือกับไทยทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการค้าการลงทุนพร้อมทั้งยังเข้าใจสถานการณ์การเมืองไทย และเห็นว่าไทยเป็นมิตรประเทศที่ดีกับสิงคโปร์มายาวนาน และหากไทยมีข้อขัดข้อง สิงคโปร์พร้อมให้การสนับสนุน“ทูตสิงคโปร์มาถามตรงๆว่า ในด้านเศรษฐกิจรัฐบาลนี้จะทำอะไรบ้าง จึงได้เล่าให้ฟังว่า เรื่องใหญ่ที่จะทำมีเรื่องปรับโครงสร้างภาษี ปรับโครงสร้างราคาน้ำมันให้เหมาะสม เพราะประเทศไทยมีการใช้น้ำมันสูงมากถึง19%ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ขณะที่ประเทศอื่นใช้ไม่ถึง10%และถ้าเป็นไปแบบนี้ต้นทุนจะแพ้เขา จึงต้องปรับโครงสร้างการประหยัดน้ำมันให้มากกว่านี้ และยังคุยถึงเรื่องของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟรางคู่ ซึ่งทางสิงคโปร์ทราบอยู่แล้ว”ทั้งนี้ยังได้ชี้แจงว่า รัฐบาลได้ให้ความสนใจต่อการดูแลผลิตผลทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย แต่ปัจจุบันกำลังประสบปัญหาราคาตกต่ำ เช่น ข้าวและยางพารา โดยปัญหาเรื่องข้าวที่มีราคาตกต่ำนั้น เป็นผลจากปริมาณและความต้องการไม่สอดคล้องกัน จึงจำเป็นต้องหามาตรการที่จะดึงปริมาณข้าวฤดูกาลใหม่ออกจากตลาด ไม่ให้เกษตรกรนำข้าวเปลือกมาขายพร้อมกัน รวมถึงต้องหาตลาดต่างประเทศมารองรับผลผลิตข้าวเปลือกด้วยส่วนเรื่องยางพารา ปัจจุบันต้องเผชิญปัญหาราคายางลดต่ำลง ล่าสุดได้เสนอมาตรการแก้ปัญหายางพาราทั้งระบบ เช่น การสนับสนุนเงินทุนเพื่อปรับเปลี่ยนการปลูกยาง การจัดสรรการปลูกพืชชนิดอื่นให้เหมาะสม หรือโซนนิ่ง ซึ่งอยู่ในขั้นตอนศึกษาวิเคราะห์ว่า ควรใช้นโยบายใดเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับเกษตรกรรายย่อย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หม่อมอุ๋ยยันเศรษฐกิจไทยดี
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นายอานุภาพ ธีรรัฐ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า เตรียมเลื่อนการจัดงานเทศกาลไทยเที่ยวไทยหรือ ไทยแลนด์ ทัวร์ริสซึ่ม เฟสติวัล (ทีทีเอฟ) ซึ่งเป็นงานใหญ่ประจำปีของ ททท. ให้เร็วขึ้นจากเดิมจะจัดในเดือนมิ.ย.มาเป็นช่วงเดือนม.ค.บริเวณสวนลุมพินี เพื่อให้สอดคล้องกับการเปิดปีการท่องเที่ยววิถีไทย ที่จะมีพิธีเปิดในวันที่ 14 ม.ค.ปีหน้า ขณะเดียวกันยังเป็นการจัดช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ซึ่งจะช่วยสร้างการจูงใจและเกิดการรับรู้ให้กับนักท่องเที่ยวมากขึ้นด้วย“รูปแบบการจัดงานทีทีเอฟที่จะจัดในปีหน้า จะมีความยิ่งใหญ่มากขึ้น และเป็นปีแรก ที่จะมีการจัดขบวนแห่แสดงศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับนักท่องเที่ยวและสื่อมวลชนทั่วโลกซึ่งจะสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยมาเป็นงานใหญ่เพื่อให้ทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติได้เข้าถึงง่าย” ขณะเดียวกัน ททท.ยังเตรียมนำงานด้านการซื้อขายแพ็กเกจท่องเที่ยวจากเดิมที่อยู่ในงานทีทีเอฟ ให้ย้ายมาจัดที่งานงานวันธรรมดาที่ไม่ธรรมดาซึ่งจะจัดในเดือนต่อๆ ไปแทน เพราะเป็นงานที่มีการซื้อขายแพ็กเกจท่องเที่ยวที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน คือมีวัตถุประสงค์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ ในการกระตุ้นการเศรษฐกิจท่องเที่ยวภายในประเทศโดยภายในงานได้มีผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วประเทศ อาทิ ผู้ประกอบการโรงแรม รถยนต์เช่า เป็นต้น
นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทยเข้าพบ เพื่อยกเลิกการเก็บเงินจากผู้ประกอบการกลุ่มเครื่องดื่มเข้ากองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย 5 บาทต่อกิโลกรัมว่า ขณะนี้คงไม่สามารถระบุได้ว่า ภายในปีนี้ จะสามารถลดการเก็บเงินได้หรือไม่ เพราะช่วงปลายปี 58กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายปล่อยลอยตัวราคาน้ำตาลทรายตามกลไกตลาดโลก เพื่อให้สอดรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 58 “เบื้องต้นกับสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย ยินดีและพร้อมรับนโยบายปล่อยลอยตัวราคาน้ำตาลทรายให้อิงราคาตามตลาดโลก ขณะที่ผู้บริโภคเอง เป็นเรื่องที่ต้องเตรียมใจรับ เพราะเป็นเรื่องที่รู้กันมานานแล้วว่า จะมีการเปิดเสรีเออีซีในปี 58 แต่ช่วงต้นอาจมีวิธีหรือมาตรการในการค่อยๆ ปรับขึ้นเหมือนราคาพลังงานก็ได้เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคตกใจหรือได้รับผลกระทบมากจนเกินไป” นอกจากนี้ยังเห็นด้วยกับสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทยที่ไม่สนับสนุนแนวคิดการเก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มตามค่าความหวานจากผู้ประกอบการโรงงาน เนื่องจากส่วนตัวมองว่า น้ำตาลทราย เป็นสารอาหารที่จำเป็นตัวหนึ่ง เพราะถ้าขาดหรือไม่กินเลยก็ไม่ได้ แต่น่าจะเป็นการรณรงค์ลดการบริโภคน้ำตาลลงแทนเหมาะสมกว่านายประจวบ ตยาคีพิศุทธิ์ รองประธานคณะกรรมการบริหารและโฆษกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย กล่าวว่า หลังจากได้รับทราบนโยบายของนายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรมว่า จะปล่อยลอยตัวราคาน้ำตาลในช่วงปลายปี 58 โดยให้ผู้ประกอบการเตรียมปรับตัวรับการเปิดเออีซี เมื่อรับทราบข้อมูลแล้ว สมาคมฯ ก็รับได้เพราะถือว่ายุติธรรมดีและจะไปหาทางบริหารจัดการต้นทุนอื่นให้สมดุลกัน