ตั้งแต่ปลายไตรมาสแรก งานมอเตอร์โชว์ผ่านไป สถิติยอดขายรถยนต์สะสม 3 เดือน 224,171 คัน ลดลง 45.8% เข้ามาช่วง 6 เดือน มียอดขายรวม 440,911 คัน ลดลง 40.5% และล่าสุด ตัวเลข 8 เดือน ยอดขายยังร่วงระนาว ขณะที่ตลาดรถยนต์สะสม 8 เดือน มียอดขาย 579,273 คัน ลดลง 38.3% โดยเฉพาะยอดขาย ส.ค. ขายได้ไม่ถึง 70,000 คันด้วยซ้ำ ทำดีสุดได้เพียง 68,835 คัน ลดลง 31.4% แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาค่ายรถยนต์ต่าง “วิ่งสู้ฟัด” อัดแคมเปญการตลาดอย่างรุนแรง เพราะตลาดซบหนัก อาการไม่มีทุเลาเลยนั้น เห็นได้จากค่ายรถยนต์บางแห่ง ได้จัดงบการตลาดแบบพิเศษ สำหรับรถยนต์บางรุ่นที่ขายไม่ออก โดยเฉพาะรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ที่ยังไม่สร่างพิษไข้รถคันแรก ยอดไม่ขยับ กลุ่มนี้ให้ส่วนลดสูงสุดถึง 100,000 บาท นอกจากนั้นยังมีแจก แถม ไม่ต้องดาวน์ ดอกเบี้ย 0% จัดครบทุกกระบวนยุทธ์ แต่ตลาดก็ยังไม่ตอบสนองยาแรงเหล่านี้ ไม่มีสัญญาณใดแสดงให้เห็นว่าจะผงกหัวขึ้นได้ในเวลาอันใกล้ดังนั้นโค้งสุดท้ายปลายปีนี้ คงต้องลุ้นระทึกกันว่าจะปั๊มยอดขายถึงเป้าหมายกันหรือไม่ ประเมินคร่าว ๆ ยอดตลาดรวมปีนี้ 900,000 คัน ซึ่ง จากนี้ไปต้องขายรถให้ได้เดือนละ 80,000 คัน ได้ยินเท่านี้ก็ขนลุกแล้ว “วัลลภ ตรีฤกษ์งาม” ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ บอกว่า ยอดขายช่วง 8 เดือนของซูซูกิ อยู่ที่ 15,000 คัน ลดลงกว่า 40% ถือเป็นตัวเลขที่ผิดจากที่คาดไว้ เดิมคาดว่าไตรมาส 2-3 ตลาดจะฟื้นตัว แต่กลับเหมือนเดิม ประกอบกับการแข่งขันในตลาด ผ่านสงครามราคา และแคมเปญรุนแรง ทำให้ลูกค้าชะลอการซื้อ เพื่อรอแคมเปญช่วงปลายปี“ยอดขายค่อนข้างผิดจากที่คาด แต่ยังบริหารจัดการได้ ขณะเดียวกันก็พยายามที่จะไม่ให้ยอดตกมากกว่าตลาดรวม ที่ประเมินว่ายอดขายรถทั้งปี น่าจะอยู่ที่ 880,000-900,000 คันเท่านั้น หรือลดลงประมาณ 30-40% พร้อมกันนี้ คาดว่าสงครามราคา-แคมเปญต่าง ๆ สิ้นปีนี้จะเริ่มเบาลง แต่คงจะทวีความรุนแรงขึ้นในงานมอเตอร์เอกซโปนี้แน่นอน” “สมภพ ปฏิภานธาดา” ผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า ตลาดรถยนต์คาดว่าจะดีขึ้นเป็นลำดับ เพราะประชาชนเริ่มมั่นใจกับรัฐบาลใหม่ ประกอบกับการเงินบางส่วนได้ไหลเข้าระบบ ทำให้มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น ทั้งปีนี้ คาดว่ายอดขายตลาดรวมจะถึง 925,000 คันอย่างไรก็ตาม ในโค้งสุดท้ายนี้ เริ่มเห็นการเปิดศึกแคมเปญต่าง ๆ บ้างแล้ว และคงถึงจุดเดือดสุด ๆ กันในงานมอเตอร์เอกซโป ด้านผู้จัดงานมอเตอร์เอกซโป “ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์” ประธาน จัดงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 31 ระหว่างวันที่ 29 พ.ย.-10 ธ.ค.นี้ ที่เมืองทองธานี มีค่ายรถยนต์ 40 ยี่ห้อรถใหม่เปิดตัว 13-15 คัน คาดว่าจะมีผู้เข้าชมกว่า 1.5 ล้านคน มีีเงินสะพัด 60,000 ล้านบาท มียอดจองซื้อรถในงาน 50,000 คัน “เชื่อว่าตลาดรถยนต์จะกระเตื้องขึ้นต่อเนื่อง ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองที่คลี่คลาย มีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ดังนั้นภายในงานปีนี้น่าจะคึกคักเพิ่มขึ้น จากที่ผู้บริโภคต่างรอจังหวะซื้อ และภายในงาน จะมีแคมเปญที่ดีที่สุดของบรรดาค่ายรถยนต์ ที่จะนำออกมาดึงดูดให้ผู้ซื้อตัดสินใจได้ง่าย แต่จะมากหรือน้อยเพียงใด ต้องแล้วแต่สต๊อก และรถรุ่นใหม่ที่ออกมาด้วย ส่วนตลาดรวมรถยนต์ปีนี้คงจะทำได้ที่ 900,000 คัน หรือเติบโตลดลง 35%” แม้ผู้ประกอบการรถยนต์เริ่มถอดใจไปบ้าง แต่เชื่อได้ว่าไตรมาสสุดท้ายนี้ ต้องมีแรงฮึด กัดฟันสู้ อัดแคมเปญการตลาดออกมาถล่มกันแหลก ก่อนจะปิดบัญชีสิ้นปีแน่นอน ขณะนี้เหลือเวลาไม่ถึง 100 วันอีกหนึ่งความหวัง คือ งานใหญ่ปลายปี มอเตอร์เอกซโป ที่จะเปิดตลาดให้เลือกช้อป เลือกชม รถยนต์ทุกรุ่น ทุกแบบ ถือว่าเป็นงานปล่อยของส่งท้ายปี ภายในงานนี้รายการลดเงินสด แจก แถม ทุกตำราวิชาการตลาดคงงัดออกมาใช้ทุกเม็ด ดังนั้นจึงเป็นโอกาสทอง และคงสมใจของผู้ซื้อที่ตั้งหน้าตั้งตารอ!สุดท้าย ณ เวลานี้… ทุกอย่างจึงขึ้นอยู่กับผู้ซื้อเป็นหลัก อุปสรรคที่ฉุดรั้งการตัดสินใจในการเป็นเจ้าของรถยนต์สักคัน คือ ความกังวลว่าเงินในกระเป๋าจะเพียงพอต่อการใช้จ่ายหรือไม่ เงินเดือนจะขึ้น เงินโบนัสจะได้เห็นหรือไม่ หากซื้อแล้วผ่อนต่อไม่ไหว แล้วจะทำอย่างไรโดยไม่ถูกยึดรถไปเสียกลางคัน เป็นต้น หากเศรษฐกิจฟื้นเงินหมุนเข้าระบบ ตลาดรถยนต์…จะได้รับอานิสงส์ไปด้วยกันทั้งหมดนี้ไม่ได้รอว่า ดวงจะดี หรือโชคช่วย แต่รอแค่ “เงิน”รัฐบาล ที่ผันเข้าระบบได้เร็วแค่ไหน เพื่อช่วยสตาร์ตพลังชีพตลาดรถยนต์ให้คึกคักได้อีก หลังเครื่องกระตุกมาเกือบปี.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ค่ายรถวิ่งสู้ฟัดโค้งสุดท้าย กัดฟันอัดแคมเปญดันยอด
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นายพงษ์เทพ รัตนธาดากุล รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.เตรียมจ่ายเงินชาวนาปลูกข้าวฤดูกาลผลิต 57/58 งวดแรกวันที่ 20 ต.ค.นี้ คาดวงเงินก้อนแรกอยู่ที่ 5,000 ล้านบาท ให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ จากมาตรการลดต้นทุนการผลิตวงเงินรวม 40,000 ล้านบาท อัตราไร่ละ 1,000 บาท ตามการปลูกข้าวจริงไม่เกินครัวเรือนละ 15 ไร่ หรือไม่เกิน 15,000 บาท ทั้งนี้การจ่ายเงินใหักับเกษตรกรจะต้องผ่านการตรวจสอบจาก ธ.ก.ส. โดยจะต้องขึ้นทะเบียนและได้รับใบรับรองจากกรมส่งเสริมการเกษตร ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และปลูกข้าวจริงเท่านั้น ซึ่งธ.ก.ส.สามารถจ่ายเงินตามกำลังได้วันละจำนวน 4,000-5,000 ล้านบาท ตามลำดับการขึ้นทะเบียน นอกจากนี้ ธ.ก.ส.ยังมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรตามมติคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แบ่งเป็น โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี โดยสามารถนำผลผลิตคือข้าวเปลือกหอมมะลิและข้าวเปลือกเหนียวมาขอกู้กับ ธ.ก.ส. ในอัตรา 80% ของราคาตลาด วงเงินไม่เกินรายละ 300,000 บาท จำนวนข้าวเปลือก 1.5 ล้านตัน วงเงินสินเชื่อ 17,280 ล้านบาท และโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร และการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต วงเงิน 20,000 ล้านบาท เป็นจำนวนข้าวเปลือก 400,000 ตัน ซึ่งมาตรการเหล่านี้เป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาว และเพื่อลดต้นทุนการผลิตใหักับเกษตรกร
นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ กระทรวงการคลัง กำลังตรวจสอบเรื่องการเซ็นอนุมัติให้เช่าที่ราชพัสดุ กรณีบริษัท เอเชียน มารีน เซอร์วิสส์ เช่าที่ราชพัสดุ เพื่อทำเป็นอู่ต่อเรือขนาดใหญ่ แปลงที่ สป.668 ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัด สมุทรปราการ เนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ ว่า ดำเนินการถูกต้องหรือไม่ แต่ยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้ โดยยืนยันว่าจะดำเนินการเรื่องให้มีความชัดเจนโดยเร็วที่สุด ด้านนายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว ซึ่งทางคณะกรรมการยังไม่ได้เรียกกรมธนารักษ์ไปชี้แจง นอกจากนี้ข้อมูลการสอบก็เป็นความลับ แต่ถูกเปิดเผยออกมาทั้งยังไม่สรุปข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร “ไม่เป็นปัญหาที่กระทรวงการคลังสอบเรื่องที่ราชพัสดุมีปัญหา หากกรณีนี้ผิด ก็เชื่อว่าที่ผ่านมามีการทำผิดทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องราคาประเมินที่ราชพัสดุที่มีปัญหา ได้ดำเนินการตามระเบียบตามเงื่อนไขกรณีที่ราชพัสดุเกิน 10 ล้านบาท และเกิน 2 ไร่ ไม่ต้องนำอาคารสิ่งปลูกสร้างมาคำนวณ ซึ่งไม่ได้ทำให้กรมธนารักษ์เสียหาย เพราะถึงที่สุดอาคารสิ่งปลูกสร้างก็ต้องโอนมาเป็นของกรมธนารักษ์ เมื่อหมดสัญญาเช่า จึงไม่ได้ทำให้กรมธนารักษ์เสียประโยชน์”