ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (9 ต.ค) ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดวัน สอดคล้องทิศทางเดียวกับตลาดภูมิภาค โดยมีแรงซื้อเก็งกำไรในกลุ่มพลังงานและสื่อสารผลักดันดัชนีดีดตัวกลับอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากปรับฐานลงแรงก่อนหน้านี้ ประกอบบรรยากาศการลงทุนอยู่ในทิศทางเชิงบวกเ นื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยังไม่สะท้อนการปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงระยะสั้น ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีทะยานขึ้นสูงสุด 1,561.79 จุด และลดลงต่ำสุด 1,550.51 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,560.61จุด เพิ่มขึ้น 17.22 จุด หรือ 1.12% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 44,702.71 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.ปตท. ปิดที่ 375.00 บาท เพิ่มขึ้น 7.00 บาท 2.ทรู ปิดที่ 11.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.60 บาท 3.เอไอเอส ปิดที่ 226.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.00 บาท 4.แสนสิริ ปิดที่ 2.06 บาท เพิ่มขึ้น 0.02 บาท 5.บีทีเอส ปิดที่ 10.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตลาดหุ้นไทยปิดบวก17.22จุด
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ในวัน10 ต.ค. 57 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ จะเป็นประธานประชุมคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ซึ่งจะมีการพิจารณาทบทวนมาตรการควบคุมการขนย้ายสินค้าเกษตร เช่น ข้าวเปลือก ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในจังหวัดที่ติดชายแดน ที่ต้องขออนุญาตหากมีการขนย้าย จากเดิมกำหนดมาตรการดังกล่าวขึ้นมาเพื่อป้องกันการลักลอบนำข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านมาปลอมปนหรือสวมสิทธิ์ในโครงการรับจำนำข้าว แต่หลังจากที่โครงการรับจำนำข้าวสิ้นสุดลง และไม่มีการใช้มาตรการดังกล่าวในการแทรกแซง จึงมีการทบทวนมาตรการควบคุมการขนย้ายสินค้าเกษตร เพื่อให้เป็นไปตามกลไกตลาดปกติ “การประชุม กกร. คงมีการพิจารณาสินค้าเกษตรเพียงเรื่องเดียว โดยเรื่องการทบทวนบัญชีสินค้าที่ติดตามดูแลยังไม่มีการเสนอในครั้งนี้ เพราะสถานการณ์สินค้าอยู่ในภาวะปกติ” รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า ก่อนหน้านี้ทางสมาคมโรงสีข้าวไทยได้ทำหนังสือถึงกรมการค้าภายใน เพื่อขอให้ทบทวนการขอใบอนุญาตขนย้ายข้าวตามจังหวัดชายแดน โดยต้องการให้ยกเลิกหลักเกณฑ์ดังกล่าว เพื่อให้การค้าข้าวเป็นไปตามกลไกการค้าปกติ เนื่องจากรัฐบาลไม่ได้มีโครงการรับจำนำข้าวแล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าว หากไม่ยกเลิกจะทำให้การขนย้ายข้าวเป็นไปอย่างไม่สะดวก โดยผู้ค้าต้องมาขอใบขนย้ายจากค้าภายในจังหวัดที่ติดกับแนวชายแดน ถือว่าไม่เป็นไปตามกลไกตลาด สำหรับรายการสินค้าที่อยู่ในบัญชีสินค้าและบริการควบคุมมีทั้งหมด 43 รายการ โดยสินค้าเกษตรที่อยู่ในบัญชีควบคุม เช่น กระเทียม ข้าวเปลือก ข้าวสาร ข้าวโพด มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์ ไข่ไก่ เนื้อสุกร เป็นต้น โดยกกร.สามารถกำหนดมาตรการทางการกฏหมายในการดูแลสินค้าเกษตร เพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาและดูแลราคาสินค้าเกษตรให้กับเกษตรกร นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า ได้สั่งการให้คณะกรรมการกำหนดมาตรฐานข้าวส่งออก ทำการทบทวนการกำหนดมาตรฐานส่งออกข้าวหอมมะลิ โดยเบื้องต้นจะมีการยกเลิกเกณฑ์มาตรฐาน 98% หรือข้าวหอมมะลิเพื่อส่งออกจะมีสิ่งอื่นปนไม่เกิน 2% โดยเกณฑ์ใหม่กำหนดมาตรฐาน 92% 80% และ 70% เพื่อจูงใจการบริโภคเพิ่มและส่งเสริมการส่งออกข้าวหอมมะลิไทย รวมถึงช่วยระบายข้าวหอมมะลิฤดูกาลใหม่ หลังจากไทยเสียส่วนแบ่งการตลาดข้าวหอมมะลิในหลายประเทศมาก่อนหน้านี้ โดยจะเร่งรัดจัดทำข้อสรุป ก่อนเสนอพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ เห็นชอบ ก่อนออกเป็นประกาศกรมฯต่อไป เพื่อให้ทันบังคับใช้ก่อนผลผลิตข้าวหอมมะลินาปี 2557/58 ออกสู่ตลาดไม่เกินเดือน พ.ย. นี้
นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย เปิดเผยว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปีนี้เติบโตดีขึ้น ในช่วงครึ่งปีหลังหลังจากการเมืองนิ่ง คาดว่าจะมียอดขายใกล้เคียงกับปีก่อน คือ 310,000-320,000 ล้านบาท และปีหน้า ถือว่ายังเป็นปีทองของอสังหาริมทรัพย์ ที่จะเติบโตดีที่สุดในรอบ 16-20 ปี โดยมีปัจจัยบวกมาจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่คาดว่าจะแล้วเสร็จปีหน้าหลายสาย ทำให้กำลังซื้อของประชาชนสูงขึ้น และการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะทำให้อสังหาริมทรัพย์ไทยมีความต้องการมากขึ้น โดยคาดว่าปริมาณคอนโดมิเนียมเกิดใหม่ปีหน้า จะเพิ่มสัดส่วนเป็น 50% ของจำนวนอสังหาริมทรัพย์เกิดใหม่ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องกังวล คือการขาดแคลนแรงงานภาคการก่อสร้าง ซึ่งอาจทำให้หลายโครงการต้องชะลอการส่งมอบที่อยู่อาศัยให้ลูกค้า และอาจถึงขั้นแย่งชิงแรงงานภาคการก่อสร้าง นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ภาพรวมภาคอสังหาริทรัพย์ทั้งปีนี้ยังคงติดลบ 10% เนื่องจากครึ่งปีแรกติดลบสูงถึง 21% เพราะเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมืองเป็นปัจจัยฉุดที่สำคัญ แต่มั่นใจว่า ปี 58 ภาคอสังหาริมทรัพย์จะกลับมาสดใสมากขึ้น เนื่องจากปัจจัยภายในประเทศต่าง ๆ เริ่มส่งผลในเชิงบวกต่อความมั่นใจของผู้ประกอบการ และผู้บริโภค รวมทั้งการลงทุนระบบรถไฟฟ้า จะส่งเสริมให้มีความต้องการที่อยู่อาศัยตามแนวรถไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า “แต่ทั้งนี้ ยอมรับว่าสิ่งที่น่ากังวล คือ ทิศทางดอกเบี้ยที่คาดว่าจะปรับขึ้นในปีหน้า เพราะอาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและผู้บริโภค โดยเฉพาะในด้านกำลังซื้อ หลังจากขณะนี้ดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำจึงส่งผลบวกต่อภาคอสังหาริมทรัพย์” ด้านนายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมบ้านจัดสรร กล่าวว่า ช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา ทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์เริ่มเข้าสู่สภาวะที่ดีขึ้น ทำให้คาดว่าไตรมาส 4 นี้ จะการเติบโตต่อเนื่อง จนทำให้ตลาดกลับมาเป็นบวกได้ และคาดว่าทั้งปีนี้ ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์จะติดลบเพียง 5% โดยคาดว่า การจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโดมิเนียม จะช่วยกระตุ้นยอดขายช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ และคาดว่าจะทำให้ภาพรวมดีขึ้น ก่อนจะเข้าสู่ภาวะปกติในปี 58 “ปีหน้า คาดว่าภาพรวมเศรษฐกิจเติบโตมากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดอสังหา ริมทรัพย์ จะกลับมาฟื้นได้ดีเหมือนเดิม ตามสภาพเศรษฐกิจที่เติบโตมากขึ้น ส่วนการเข้าสู่เออีซีนั้น จะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการค้าและการลงทุน ยิ่งทำให้ความต้องการในที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นมากตามไปด้วย”