นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า เตรียมหารือกับกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านภาษีเพื่อหามาตรการการส่งเสริมตลาดด้านการช็อปปิ้งในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาทิการลดภาษีค่าเครื่องใช้ไฟฟ้า การจัดหาแหล่งสินค้าราคาถูกมีคุณภาพให้กับนักท่องเที่ยวเพื่อจูงใจให้นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะจากเอเชีย ที่ชื่นชอบการช็อปปิ้งเดินทางมาไทยเพื่อสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทยให้เพิ่มมากขึ้นทั้งนี้เบื้องต้นเตรียม เสนอแนวทางลดภาษีค่าเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะทีวีจอแบน เนื่องจากเป็นที่รู้กันว่านักท่องเที่ยวอินเดียจะเดินทางกลับประเทศ จะนิยมซื้อทีวีจอแบนครั้งละหลายเครื่องกลับไปด้วยเพราะมีราคาถูกกว่าประเทศอินเดียมาก แต่ปัจจุบันประเทศอินเดียได้เก็บภาษีนำเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ชาวอินเดียนำเข้าประเทศแล้วจึงจะต้องมีการคุยเรื่องการลดภาษีจากฝั่งของประเทศไทยว่าสามารถลดภาษีหรือไม่คิดภาษีได้หรือไม่ อีกทั้งอาจจะจัดหาแหล่งซื้อหาสินค้าในราคาพิเศษแต่มีคุณภาพดีให้นักท่องเที่ยวชาวอินเดียนอกจากนี้ยังเตรียมศึกษาตลาดในประเทศอื่นๆที่ชื่นชอบด้านการช็อปปิ้ง เช่น จีน และญี่ปุ่น ในลักษณะความชื่นชอบที่ต่างกันโดยในตลาดจีน จะมีแนวทางที่จะหารือกับ กลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด ที่ดำเนินธุรกิจค้าปลีกสินค้าปลอดภาษี ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และคิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำในการทำตลาดร่วมกัน เพื่อหาความต้องการและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจากตลาดจีนที่ปัจจุบันชื่นชอบการช็อปปิ้งในลักษณะปลอดสินค้าที่คิงเพาเวอร์เป็นอย่างมาก
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เล็งหามาตรการส่งเสริมตลาดช็อปปิ้งต่างชาติ
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้หารือกับนายจอน เฟเดอริค บัคซาด ประธานและประธานกรรมการบริหารบริษัท เทเลนอร์ กรุ๊ปซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านการสื่อสารรายใหญ่ของโลก โดยเทเลนอร์ยืนยันว่าไทยยังเป็นฐานของการลงทุนของบริษัทต่อไปและยังไม่มีความคิดย้ายออกไปลงทุนในประเทศอื่นขณะเดียวกันยังแสดงความสนใจถึงการนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาลซึ่งสอดคล้องและเป็นผลดีกับการดำเนินงานของบริษัทในอนาคตเพราะไทยมีแผนลงทุนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตของประเทศ (เนชั่นแนล บรอดแบรนด์)และเทเลนอร์ ยังเสนอให้ไทยเร่งผลักดันให้ประชาชนเข้าถึงระบบอินเตอร์เน็ตมากขึ้นเพราะปัจุบันที่ผู้ใช้มีเพียง 30% เท่านั้น“ผู้บริหารเทเลนอร์บอกว่าจะอยู่ที่นี่ต่อไปอีกนานแสนนาน เหมือนที่เขาอยู่ที่บังคลาเทศมาแล้ว 82ปีเพราะที่ผ่านมาเทเลนอร์ก็ได้ลงทุนโครงข่ายอยู่อย่างต่อเนื่องทุกปีและยังอยากรู้ความเคลื่อนไหวเศรษฐกิจดิจิทัลซึ่งตอนนี้รัฐบาลกำลังจะมีหน่วยงานขึ้นมาดูแลเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลจึงเป็นข้อดีที่ไทยจะมีรูปแบบของดิจิทัลทั้งประเทศเป็นระบบเดียวกันและในอนาคตไทยอาจต้องมีบรอดแบรนด์ขนาดใหญ่ เหมือนหลายๆ ประเทศซึ่งจะส่งผลดีต่อการให้บริการทั้งเทเลนอร์เอง และเอกชนรายเล็กซึ่งจะมีต้นทุนการดำเนินงานลดลง และไม่ต้องมาลงทุนใหม่”ทั้งนี้ในการผลักดันเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลล่าสุดอยู่ระหว่างการจัดทำข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งกฎหมายเพิ่มเดิมและการปรับปรุงกฎหมายเดิม รวม 13 ฉบับ โดยเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ยกร่างกฎหมายแรกเสร็จเรียบร้อย และเสนอให้นายวิษฯเครืองาม รองนายกรัฐมนตรี รับร่างไปหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อปรับปรุงเป็นร่างสุดท้ายก่อนเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)พิจารณา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (8 ต.ค) ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนสลับบวกลบตลอดวัน สอดคล้องทิศทางเดียวกันกับตลาดภูมิภาค หลังกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) ปรับลดประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจของโลก ปี 58 จาก 4% เหลือ 3.8% กดดันบรรยากาศการลงทุน แต่อย่างไรก็ตามยังมีแรงซื้อสะสมเพื่อรอเก็งกำไรแบบกระจายกลุ่มช่วยผลักดันดัชนีในช่วงท้ายตลาด ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีทะยานขึ้นสูงสุด 1,546.58 จุด และลดลงต่ำสุด 1,527.88 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,543.39จุด เพิ่มขึ้น 4.00 จุด หรือ 0.26% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 40,657.20 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.ทรู ปิดที่ 10.90บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท 2.ปตท. ปิดที่ 368.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท 3.ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 196.50บาท ลดลง 0.50 บาท 4.บีทีเอส ปิดที่ 10.00 บาท ลดลง 0.20 บาท 5.ซีพีเอฟ ปิดที่ 32.25 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท