ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (8ต.ค.) ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนสลับบวกลบตลอดช่วงเช้า โดยยังคงมีแรงขายทำกำไรในช่วงปรับฐานต่อเนื่อง ประกอบกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ)ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกลง กดดันบรรยากาศการลงทุนปรับตัวได้ในระดับต่ำแต่อย่างไรก็ตามยังมีแรงซื้อเก็งกำไรผลักดันดัชนีได้ในระยะสั้น ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่1,539.40จุด เพิ่มขึ้น 0.01จุด หรือ0.00%ด้วยมูลค่าการซื้อขาย21,358.98 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทย 8 ต.ค. 57 ภาคเช้าปิดบวก 0.01 จุด
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















รายงานข่าวจากกรมการบินพลเรือน เปิดเผยถึงกรณีกระทรวงคมนาคมเตรียมปรับปรุง และก่อสร้างสนามบินภูมิภาค 6 แห่ง เพื่อรองรับการเชื่อมต่อกับเขตเศรษฐกิจพิเศษว่า กรมฯ เตรียมของบประมาณกลางปี 58 ประมาณ 1,800 ล้านบาท เพื่อใช้ในการก่อสร้างท่าอากาศยานเบตง จังหวัดยะลา หลังจากโครงการนี้ได้ผ่านรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) แล้ว โดยค่าก่อสร้างจะแบ่งงานโยธา 1,400 ล้านบาท งานก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร 400 ล้านบาท มีขนาดรันเวย์ยาว 1,800 เมตร คาดจะก่อสร้างเสร็จและเปิดให้บริการได้ปี 61 รองรับผู้โดยสารได้ 3 แสนคนต่อปี“กรมฯ ได้จัดทำเงื่อนไขการประกวดราคา (ทีโออาร์) เสร็จนานแล้ว หากได้รับการอนุมัติ ก็เดินหน้าประกวดราคาได้ทันที แต่อาจจะต้องทบทวนตัวเลขราคากลางอีกเล็กน้อย โดยการก่อสร้างสนามบินแห่งนี้ เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงทางอากาศ เพื่อรองรับรับการเปิดเสรีอาเซียนด้วย หลังจากที่ผ่านมา การดำเนินงานล่าช้ากว่ากำหนด1-2 ปี”สำหรับการเวนคืนที่ดินนั้นได้ดำเนินการไปแล้ว 98% คาดไม่มีปัญหาอะไร เพราะที่ดินแปลงสุดท้ายที่ได้ขอให้ท้องถิ่นไปเจรจากับเจ้าของที่ดินได้ข้อ สรุปที่จะขายให้กับกรมการบินพลเรือนแล้ว จะเหลือเพียงแค่การหาพื้นที่ใหม่เพื่อให้นกที่อยู่ในพื้นที่ไปอยู่อาศัยแทน เท่านั้นส่วนการก่อสร้างท่าอากาศยานแม่สอด จ.ตาก จะของบประมาณกลางปี 58 ประมาณ 400 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงให้รองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 1 แสนคนต่อปี จากปัจจุบันรองรับได้ 4 หมื่นคนต่อปี โดยจัดซื้อที่ดินเพิ่มอีก 300 ไร่ และขยายรันเวย์จาก 1,500 เมตร เป็น 2,100 เมตร คาดก่อสร้างได้ประมาณกลางปี 59 และเปิดให้บริการปี 60“กรมฯได้รับงบประมาณเพื่อจัดซื้อที่ดิน มา 98 ล้านบาท แต่พอเจ้าของที่ดินรู้ว่าจะซื้อที่ดินเพื่อขยายสนามบิน ก็เพิ่มราคาขึ้น อีก 5 เท่าของราคาประเมิน ดังนั้นกรมฯ คงจะใช้วิธีออกเป็น พรฎ.เวนคืน เพื่อนำที่ดินดังกล่าวมาก่อสร้างสนามบินแทนการเจรจา”
นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า สปป.ลาวและเมียนม่าร์ ได้ยื่นหนังสือมายังกรมธุรกิจพลังงาน เพื่อขอเพิ่มปริมาณการนำเข้าก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี)ครัวเรือนจากไทยเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากภายหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ มีมาตรการเข้มงวดในการลักลอบขนถังแอลพีจีข้ามประเทศมากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณถังแอลพีจีที่จำหน่ายในแต่ละประเทศมีไม่เพียงพอโดยสปป.ลาว ขอนำเข้าแอลพีจี ครัวเรือนเพิ่มขึ้นจากเดิมเดือนละ 15 ตัน เป็นเดือนละ 150 ตัน ขณะที่เมียนม่าร์ ขอนำเข้าเดือนละ 240 ตัน เนื่องจากทั้ง2ประเทศ ไม่สามารผลิตแอลพีจีได้ ต้องนำเข้าจากต่างประเทศทั้งหมด“ที่ผ่านมาชายแดนไทยเข้มงวดกับการลักลอบขนส่งถังก๊าซฯเป็นอย่างมาก ส่วนใหญ่เป็นการขนเข้ามาใช้ในครัวเรือน แม้จะไมใช่การลักลอบ เพื่อนำมาจำหน่ายทางการค้าโดยตรง แต่ก็เป็นเรื่องที่ผิดกฏหมาย เพราะราคาแอลพีจีฝั่งไทยถูกกว่าในประเทศเพื่อนบ้าน เพราะรัฐบาลไทยตรึงราคาไว้ โดยปัจจุบันราคาแอลพีจีภาคครัวเรือนของไทยราคาก.ก.ละ 22.63 บาท ส่วนลาว47.20 บาท เมียนม่าร์ 42 บาท กัมพูชา 40.79 บาท และเวียดนาม 48.96 บาท”อย่างไรก็ตาม การอนุญาตให้ส่งออกแอลพีจีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ต้องอยู่บนพื้นฐานของปริมาณแอลพีจีในประเทศมีใช้อย่างเพียงพอด้วย ซึ่งขณะนี้ไทยต้องการใช้แอลพีจีเดือนละ 6.13 แสนตัน ผลิตแอลพีจีได้เดือนละ 4.8 แสนตัน ที่เหลือต้องนำเข้าเดือนละ 1.33 แสนตัน ซึ่งการส่งออกแอลพีจี ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ถือเป็นการให้ความร่วมมือระหว่างรัฐต่อรัฐ แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อปริมาณการใช้แอลพีจีประเทศ ซึ่งปริมาณที่ขอนำเข้าแอลพีจีเพิ่มจากไทยก็ไม่มาก และเป็นการซื้อขายในราคาตลาดโลก“ขณะนี้ การให้โควตาส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งลาวและเมียนม่าร์ ถือเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐต่อรัฐที่มีมานานแล้ว แต่ไม่ใช่จำนวนที่มาก เพียงแต่ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีการขอเพิ่มปริมาณนำเข้า ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่าอาจมาจากความเข้มงวดของฝั่งไทยในเรื่องการหิ้วถังแอลพีจีข้ามแดนมากขึ้น เพราะแอลพีจีของไทยถูกกว่าประเทศอื่น ๆ จากการที่รัฐชดเชยราคาไว้”