วันนี้(11 ก.ย.) ที่อาคารทรู ทาวเวอร์ มีการจัดพิธีลงนามพันธมิตรเชิงธุรกิจระหว่าง กลุ่มทรู และ บริษัท ไชน่าโมบายล์ จากสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผุ้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า การร่วมมือกับไชน่า โมบายจะทำให้ทรู มีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ และความแข็งแกร่งทางการเงินเพิ่มมากขึ้น โดยไชน่าโมบายจะเข้ามาลงทุนจำนวน 28,600 ล้านบาท คิดเป็น 18% ของหุ้นทั้งหมด และจะมีการเสนอขายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 36,400 ล้านบาท ทำให้กลุ่มทรูสามารถปรับฐานการเงินครั้งสำคัญมีมูลค่ารวมกว่า 65,000 ล้านบาท “กลุ่มทรูจะนำเงินลงทุนที่ได้จำนวน 5.5 หมื่นล้านบาทไปชำระหนี้ธนาคารทั้งหมด จะส่งผลให้กลุ่มทรูเป็นบริษัทที่ปลอดหนี้ธนาคาร คงเหลือแต่หนี้หุ้นกู้เท่านั้น และจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยได้ปีละ 4,000 ล้านบาท และจะส่งผลให้บริษัทมีมีกำไรได้ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ และจะเริ่มให้ผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นได้ในลำดับต่อไป ซึ่งต่อจากนี้ไป บริษัทจะมีอัตราการเติบโตและผลกำไรที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น” นายศุภชัย กล่าวต่อว่า สำหรับความร่วมมือของทั้งสอง 2 บริษัท จะมีการตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานร่วมกัน เพื่อดำเนินการใน 6ด้าน คือ 1. ผลิตภัณฑ์ บริการเสริม คอนเทนต์ 2. ธุรกิจระหว่างประเทศ 3.โครงข่าย 4.การจัดซื้อดีไวซ์ 5.การจัดซื้อทั่วไป และ 6. การพัฒนาบุคคลากร ซึ่งทั้งหมดจะช่วยในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีทีของไทย และช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตมากยิ่งขึ้น โดยทางไชน่าโมบาย ถือเป็นบริษัทสื่อสารระดับโลก ที่มีฐานลูกค้ามากกว่า 800 ล้านคนและเป็นผู้บุกเบิกระบบ 4 จี และ 5 จี อย่างแท้จริง ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้จะช่วยให้กลุ่มทรูสามารถนำมาปรับใช้ในการขยายโครงข่ายและบริการเพื่อนำเสนอกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ทางไชน่าโมบาย จะส่งคนเข้ามาเป็นบอร์ดในคณะทำงานร่วมจำนวน 2 คน และหากทางไชน่า โมบาย มีบุคคลกรที่มีความสามารถ ทางกลุ่มทรู ก็พร้อมให้เข้ามาร่วมทำงานด้วยกัน ด้านนายหลี่ เยว่ กรรมการบริหารและหัวหน้าคณะผู้บริหาร บริษัท ไชน่า โมบาย จำกัด กล่าวว่า บริษัท มั่นใจในศักยภาพอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของไทย ซึ่งมีการขยายโครงข่ายได้อย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในระบบ 3 จี และ 4จี เป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันของภาครัฐแและเอกชนของไทย อย่างไรก็ตามทางไชน่าโมบายจะปฎิบัติตามกฎหมายด้านโทรคมนาคมของไทย และกฎระเบียบของทางกลุ่มทรู โดยจะยังไม่มีการส่งคนเข้ามาร่วมบริหาร แต่ให้ทางกลุ่มทรูเป็นผู้บริการงานไป ส่วนในอนาคตจะมีการพิจารณาอีกครั้ง “ความร่วมมือครั้งนี้จะเน้นในเรื่องธุรกิจระหว่างประเทศ เนื่องจากปัจจุบันมีชาวจีนเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยปีละ 4 ล้านคน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านคนในอนาคต ขณะที่มีนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจของไทยเดินทางไปประเทศจีนจำนวนมากเช่นกัน นอกกจานี้ยังจะร่วมมือกันในการพัฒนา 4 จี และระบบชำระเงินผ่าโทรศัพท์มือถือด้วย”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กลุ่มทรูดึงไชน่าโมบายรุกธุรกิจสื่อสารในไทย
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















วันนี้ (11ก.ย.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากนายประวิทย์ มาลีนนท์ ผู้บริหารช่อง 3 จะขอเข้าพบในวันที่ 12 ก.ย. เวลา 13.00 น. ณ ลานโถง ชั้น 1 อาคารอำนวยการ สำนักงาน กสทช.เพื่อขอให้กสทช.ทบทวนมติบอร์ด กสท. ที่ให้ดึงสัญญาณช่อง 3 อนาล็อกออกจากโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลทีวี จนส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ ตนจะนำกรณีดังกล่าวเข้าที่ประชุมกสทช.ต่อไป
มร.จูเลี่ยน ไฟรเอ็ด ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ริโก้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ริโก้ ตอกย้ำความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยจากศักยภาพของไทย และแนวโน้มทิศทางการขยายตัวของตลาด รวมถึงผลประกอบการที่เติบโตต่อเนื่อง ทั้งจากกลุ่มธุรกิจหลักและกลุ่มธุรกิจใหม่ พร้อมขยายฐานโรงงานการผลิตในไทยเพื่อการส่งออกตลาดโลก ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ รวมถึงนวัตกรรมล่าสุดเพื่อประสบการณ์ที่เหนือกว่าในการทำงานในสำนักงาน ไม่ว่าจะเป็นระบบการจัดการงานเอกสารแบบครบวงจร ระบบไอที เซอร์วิสเซส ระบบกล้องวงจรปิดพร้อมซอฟแวร์เพื่อการวิเคราะห์ และการประชุมผ่านทางไกลแบบดิจิตอลนำเสนอในรูปแบบทำงานจริงตามประเภทธุรกิจ เช่น ธุรกิจการบริการ คือ โรงพยาบาล สถาบันการศึกษา โรงแรมกลุ่มธุรกิจการค้า กลุ่มธุรกิจสถาบันการเงิน และธุรกิจประกัน อย่างไรก็ตาม ริโก้ ประเทศไทย ตั้งเป้าผลประกอบการในปี 2557 กว่า 6,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 9% จากปี 2556 ริโก้ ประเทศไทย ตอกย้ำบทบาทผู้นำ ด้วยการให้บริการผลิตภัณฑ์แบบครบวงจรในด้าน Imaging Equipment and Services, Production Print Solutions, Document Management Systems และ IT Services เพื่อตอบสนองเป้าหมายทางธุรกิจ รวมถึงการสร้างประสิทธิภาพในแต่ละขั้นตอนทางธุรกิจ (Business Workflow) เพื่อการแข่งขันได้ของลูกค้า ซึ่งจะเห็นได้จากส่วนแบ่งการตลาดในเครื่องถ่ายเอกสารเป็นอันดับ1 ที่ 33% ในช่วงครึ่งปีแรกนี้ เพิ่มขึ้น 2% จากปีที่แล้ว เช่นเดียวกับเครื่องพิมพ์เลเซอร์พริ้นเตอร์สี ที่มียอดขายเป็นอันดับหนึ่งในตลาดระดับไฮเอ็น ซึ่งเป็นเครื่องที่ใช้ทั่วไปและมีการพิมพ์งานอย่างต่อเนื่องในสำนักงาน แต่ตลาดโดยรวมยังคงเป็นอันดับ 3 เนื่องจากฐานใหญ่กว่า 60% ของตลาดรวมเป็นเครื่องพิมพ์ขนาดเล็กซึ่งทางริโก้ไม่ได้เน้นในการทำตลาดมากนัก “สำหรับประเทศไทย คาดว่าตลาดเครื่องใช้สำนักงานโดยรวมโดยเฉพาะหมวดเครื่องถ่ายเอกสาร และเครื่องพิมพ์ จะมีอัตราการเติบโตประมาณ10%-12% จากมูลค่าตลาดโดยรวม เช่นเดียวกับที่มีการใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นในกลุ่มการให้บริการสินค้าไอที และการเข้ามาของคลาวน์เทคโนโลยี ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญจากรูปแบบการทำงานในสำนักงานปัจจุบัน รวมถึงรูปแบบการบริหารจัดการข้อมูลต่างๆ ซึ่งริโก้เองก็ให้ความสำคัญในส่วนนี้ และการจัดงานในวันนี้ก็เป็นการตอกย้ำและสร้างความเชื่อมั่นถึงศักยภาพ ความพร้อมและทิศทางธุรกิจของริโก้ ประเทศไทยแก่ลูกค้าของเราได้เป็นอย่างดีตั้งแต่องค์กรขนาดใหญ่ จนถึงธุรกิจ SME” ทั้งนี้ ริโก้มีความพร้อมในการตอบรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีจากผลิตภัณฑ์ คู่ค้า และการให้บริการ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งและร่วมก้าวเดินไปข้างหน้ากับลูกค้าของเรา เรามีผลิตภัณฑ์และการบริการที่หลากหลาย เช่น กลุ่ม Imaging Solutions ได้แก่เครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องพิมพ์ เครื่องโทรสาร และเครื่องพิมพ์สำเนาระบบดิจิตอล เครื่องพิมพ์ระดับโปรดักชั่น เครื่องโปรเจคเตอร์รวมถึงระบบ ECM และบริการ Business Process Outsourcing กลุ่ม IT Servicesได้แก่ผลิตภัณฑ์ และการให้บริการด้านไอทีทุกประเภท ระบบกล้องวงจรปิด และซอฟท์แวร์ และกลุ่ม Communication Systems ได้แก่ผลิตภัณฑ์ Unified Communication System หรือระบบวีดีโอ คอนเฟอร์เรนช์ Smart Interactive Whiteboard