วันนี้ (11 ก.ย.) นายปัญญา เวชบรรยงรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานปฏิบัติการโครงข่าย บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า จากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนบนและร่องมรสุมกำลังแรง ที่ปกคลุมประเทศไทยทำให้ มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ตั้งแต่เมื่อปลายเดือนส.ค.ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้เกิดอุทกภัย 5 จังหวัด 14 อำเภอ 58 ตำบลในภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดสุโขทัย เชียงราย ตาก นครสวรรค์ และพิจิตร ทำให้มีผลกระทบทั้งภาคอยู่อาศัยและภาคธุรกิจในบริเวณดังกล่าว ซึ่งมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการคมนาคม สัญจร ความปลอดภัย และการใช้ชีวิตในสถานการณ์อุทกภัย ทำให้การติดต่อสื่อสารโดยเฉพาะการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ทั้งสำหรับใช้งานเพื่อแจ้งเหตุฉุกเฉิน ขอความช่วยเหลือ แสดงความห่วงใย และเชื่อมความสัมพันธ์ในครอบครัวทั้งนี้ ดีแทคจึงได้จัดทีมงานพิเศษดูแลโครงข่ายเกาะติดสถานการณ์ภัยน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด 24 ชั่วโมง ตามแผนฉุกเฉินเพื่อรับมือภัยธรรมชาติ โดยจัดเตรียมรถโมบายล์เคลื่อนที่พร้อมเครื่องปั่นไฟฟ้าแบบเคลื่อนที่ (Mobile Generator) ในกรณีฉุกเฉินถ้ากระแสไฟฟ้าขัดข้อง พร้อมทั้งได้มีการเตรียมน้ำมันสำรองไว้ในกรณีสถานีฐานถูกตัดกระแสไฟฟ้าเพราะน้ำท่วมสูง โดยสถานีฐานจะสามารถดำเนินการต่อเนื่องรองรับการสื่อสารกรณีถูกตัดกระแสไฟฟ้า พร้อมจัดเตรียมยานพาหนะ เช่น รถขับเคลื่อน 4 ล้อ และเรือสำหรับการเดินทางเข้า-ออกในพื้นที่สถานีชุมสายหลักในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมภาคเหนือทุกพื้นที่ด้านนายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด ดีแทค กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยดังกล่าว คาดว่าลูกค้าดีแทคซึ่งมีทั้งแบบรายเดือนและเติมเงินที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่จำนวนมากกว่า 1.6 แสนราย ดีแทคจึงได้ออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนทั้งให้โทรฟรีและยืดระยะเวลาชำระเงิน โดยมีการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทาง SMS ให้กับลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์โดยตรง เพื่อให้สามารถใช้งานโทรศัพท์ติดต่อสื่อสารได้อย่างต่อเนื่องในสถานการณ์ที่จำเป็น“สำหรับลูกค้าดีแทคหรือแบบรายเดือนในพื้นที่ดังกล่าว จะได้รับ SMS แจ้งสิทธิประโยชน์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและส่งกำลังใจโดยมีการปรับเพิ่มวงเงินพิเศษชั่วคราวจำนวน 500 บาท (สำหรับลูกค้าที่มีวงเงินคงเหลือน้อยกว่า 500 บาท) และเลื่อนวันชำระเงินแบบอัตโนมัติ 15 วัน สำหรับลูกค้าแฮปปี้หรือแบบเติมเงิน จะได้รับ SMS แจ้งสิทธิประโยชน์โทรเบอร์ดีแทคฟรี 80 นาที ใช้ได้ 7 วัน โดย กด *222*123# โทรออก ลูกค้าที่ได้รับ SMS สามารถกดรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน 2557 เพื่อใช้งานติดต่อสื่อสารได้อย่างต่อเนื่องในช่วงได้รับภัยน้ำท่วม” นายปกรณ์ กล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : น้ำท่วมภาคเหนือไม่กระทบสถานีฐานดีแทค
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















UIH & BB Connect ผู้ให้บริการโครงข่ายสื่อสารเอกชนรายใหญ่ในประเทศไทยรองรับการขยายตัวด้านโครงข่ายสื่อสารระหว่างประเทศให้กับกลุ่มลูกค้าระดับ Internationalและผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (Internet Service Provider หรือISP) ที่ต้องการเส้นทางในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศขยายเส้นทางบริการ International Gateway เพิ่มจุดเชื่อมต่อ PoP (Pointof Presence) อีกหนึ่งเส้นทางที่ฮ่องกงซึ่งถือเป็นเมืองยุทธศาสตร์สำคัญในการติดต่อกับนานาชาติเป็นศูนย์กลางทางการค้า การลงทุน การเงินที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย และมีความโดดเด่นในด้านการคมนาคมขนส่งที่สำคัญระดับโลกเพื่อใช้เป็นจุดเชื่อมต่อไปยังทุกประเทศทั่วโลกโดยมีรูปแบบการเชื่อมต่อและระดับความเร็วหลายระดับให้เลือกตามความเหมาะสมของธุรกิจช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับองค์กรลูกค้าในการสื่อสารข้ามประเทศได้อย่างรวดเร็วเต็มเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด
วันนี้ (11 ก.ย.) นายปิยะวัตร์ มหาเปารยะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานระบบปฏิบัติการ รักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า จากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดการค้าออนไลน์ ตลอดจนรูปแบบการใช้ชีวิตของประชาชนส่งผลให้บริการการส่งไปรษณีย์มีจำนวนกว่า 4 แสนชิ้นต่อวัน และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องทุกปี โดยปัจจุบันพัสดุประเภทกล่องและซองขนาดใหญ่ ก็มีสัดส่วนเพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียว ดังนั้น ไปรษณีย์ไทย จึงต้องเพิ่มศักยภาพบริการขององค์กร ให้สอดรับกับความต้องการของประชาชน ทั้งนี้ ไปรษณีย์ไทยได้จัดซื้อรถตู้นำจ่าย นำร่องจำนวน 500 คัน อย่างไรก็ตาม ไปรษณีย์ไทย ยังคงเดินหน้าปรับปรุงและพัฒนามาตรฐานคุณภาพบริการที่เป็นเลิศต่อไป รวมทั้งพัฒนาต่อในทุกๆ ด้านอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้องค์กรมีศักยภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการตอบสนองความต้องการของธุรกิจและผู้ใช้บริการ ให้มีความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้ ไปรษณีย์ไทย เป็นเครือข่ายชีวิตและเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง โดยที่ผ่านมา ไปรษณีย์ไทย มีการเพิ่มศักยภาพบริการในรูปแบบต่างๆ อาทิ บริการตรวจสถานะสิ่งของ Track&Trace บริการส่งพร้อมเสียง บริการ EMS Super speed ฯลฯ ทั้งนี้ “รถตู้นำจ่าย EMS” จะเริ่มให้บริการนำจ่ายแล้วตั้งแต่วันนี้ ในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และที่ทำการไปรษณีย์จังหวัดทั่วประเทศ สำหรับประชาชนที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ ฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด 111 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 โทร. 02 8313515-6 หรือ เข้าไปที่ www.thailandpost.co.th