ต้นสัปดาห์ ช่วงวันที่ 8–9 กันยายน ฝนทั่วประเทศลดลง ทั้งร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กำลังอ่อนลง และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และอ่าวไทย ก็พลอยอ่อนกำลังกับเขาด้วย ช่วยคลายกังวลให้คนในพื้นที่ฝนหนัก น้ำท่วม ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้บ้าง แต่ช่วงครึ่งหลังของสัปดาห์ คงจะเจอหนักอีกรอบ สำหรับชุมชนที่โดนน้ำท่วมทางภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายว่า วันที่ 10-13 กันยายน ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีกำลังแรงขึ้น แปลว่า จะทำให้ทั้งบริเวณมีโอกาสเกิดฝนชุก ในขณะเดียวกัน มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ตัวการฝนของประเทศตอนบนอีกราย ก็ยังปกคลุมทะเลอันดามัน และอ่าวไทย ปัจจัยอากาศแบบนี้ กรมอุตุฯ บอกว่า จะทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น อยู่ในเกณฑ์กระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ จะมีฝนตกหนักบางแห่ง ทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันยังคงมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร คาดหมายลักษณะอากาศแบบนี้ จุดที่น่าห่วงอย่างมาก ได้แก่ ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน โดยเฉพาะบริเวณที่เพิ่งเผชิญฝนหนัก และน้ำท่วม เพราะพื้นดินชุ่มน้ำมาก่อนแล้ว เล็งพื้นที่ดอน หาเขตปลอดภัย ไว้อพยพกันบ้างก็ดี แต่ทั้ง ๆ ที่มีฝนหนัก น้ำท่วม ทางภาคเหนือและภาคเหนือตอนล่าง ในเขตลุ่มน้ำยม ทว่า เมื่อไปดูปริมาณน้ำตามอ่างเก็บน้ำหลักของประเทศ พบว่า ที่เขื่อนภูมิพล เพิ่งมีประมาณกักเก็บ 4,721 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) แต่ใช้ได้จริงเพียง 921 ล้าน ลบ.ม. หรือ 7 เปอร์เซ็นต์ ของความจุ เขื่อนสิริกิติ์ ใช้การได้ 19 เปอร์เซ็นต์ มีเพียงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีอยู่ 38 เปอร์เซ็นต์ กระแสข่าว น้ำท่วมที่โน่นที่นี่ โดยเฉพาะที่ ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง อ.เสนา และ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา เลยมีคนหวั่นว่า กรุงเทพฯ จะไม่รอดไปด้วย แต่ดูปริมาณน้ำ จะพบว่า น้ำเหนือที่จะหลากลงมา ไม่น่าเกินความสามารถของลำน้ำเจ้าพระยา ปัญหาของเมืองหลวง จะเกิดก็เพราะฝนตกหนัก แล้วระบายไม่ทันส่วนที่ โผงเผง เสนา บางบาล วงการชลประทานและชาวบ้านในพื้นที่ทราบดีว่า ลำน้ำเจ้าพระยาบริเวณนั้นคับแคบ หากเขื่อนเจ้าพระยาปล่อยออกมาเกิน 1,000 ลบ.ม.ต่อวินาที ก็จะมีน้ำท่วมให้ลุยกันพอท้วม ๆ ภาพรวมของสัปดาห์นี้ พื้นที่ภาคเหนือกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กับภาคตะวันออก ต้องเฝ้าระวังฝนที่จะมามากขึ้น โดยเฉพาะจุดที่เคยมีฝนหนัก น้ำท่วม อาจโดนกระหน่ำซ้ำเติมได้ กรุงเทพฯ ยังไม่มีประเด็นให้หนักใจ แต่ก็ประมาทไม่ได้ กับฝนหนักที่อาจเกิดขึ้นในช่วงต่อจากนี้ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่า คือปัญหาน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำหลักยังมีน้อย ฤดูแล้งที่จะมาถึงคงเดือดร้อนกันถ้วนหน้า วางแผนรับมือเสียแต่เดี๋ยวนี้. หยาดน้ำฟ้า
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เหนือ อีสาน ตะวันออก – รู้หลบ
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















วันนี้ผมจะชวนคุณผู้อ่านของผมไปรู้จักกับ Virtual Subway Store หรือผมขอเรียกเป็นภาษาไทยว่า ร้านค้าเสมือนในสถานีรถไฟ ที่มีอยู่ตามสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินในกรุงโซลกันครับ ร้านค้าเสมือนในสถานีรถไฟ ก็คือ ร้านขายของที่ตั้งอยู่ในสถานีรถไฟนั่นล่ะครับ แต่ที่พิเศษ ก็คือ ร้านค้าเสมือนนี้แม้จะมีพื้นที่ตั้งอยู่จริงในสถานีรถไฟ แต่ไม่มีพนักงานขายและไม่มีสินค้าของจริง ๆ วางอยู่เลย เป็นคล้าย ๆ กับป้ายโฆษณาที่ติดอยู่ตามกำแพงของชานชาลารอรถไฟบ้าง ตามเสาในสถานีบ้าง บนป้ายก็แสดงรูปภาพของสินค้าต่าง ๆ พร้อมรายละเอียดและราคา โดยสินค้าที่ขายนั้นมีตั้งแต่อาหาร เครื่องดื่ม ขนม เครื่องอุปโภคบริโภคต่าง ๆ รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันอย่างผงซักฟอก สบู่ ยาสีฟัน หรือ แม้แต่อาหารสัตว์เลี้ยงก็มีครับ วิธีการซื้อสินค้าจากร้านค้าเสมือนนี้ก็ไม่ยากเลยครับ แค่ใช้กล้องที่มีอยู่ในสมาร์ทโฟนถ่ายรูปพร้อมทั้งสแกน QR code ที่ติดอยู่ในภาพสินค้า เท่านี้ก็เสร็จสิ้นกระบวนการสั่งซื้อแล้ว ที่เหลือก็แค่รอรับสินค้าที่จะถูกจัดส่งมาให้ถึงบ้าน หรือออฟฟิศที่ทำงานของเราเพียงอย่างเดียว โดยถ้าสั่งก่อนบ่ายโมงสินค้าสามารถมาส่งให้ได้ภายในเย็นของวันเดียวกัน หรือถ้าอยากให้สินค้ามาส่งวันไหนเวลาอะไรก็สามารถเลือกได้ครับ ร้านค้าเสมือนในสถานีรถไฟที่เกาหลีใต้นี้ เป็นของบริษัทเทสโก้ (Tesco) ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นโฮมพลัส (Homeplus) เจ้าตลาดอันดับสองทางด้านห้างสรรพสินค้าในเกาหลีใต้ที่เป็นรองก็แต่กลุ่มชินเซแก (Shinsegae) เท่านั้น ไอเดียร้านค้าเสมือนในสถานีรถไฟนี้ เกิดจากการที่ทางโฮมพลัสพยายามตีโจทย์ทางการค้าของเขาว่า ทำอย่างไรจึงจะสามารถเพิ่มยอดขายสินค้าให้สูงขึ้นได้โดยที่ไม่ต้องทุ่มทุนไปกับการเพิ่มสาขาหน้าร้านของห้างสรรพสินค้า คำตอบแรกสุดที่คุณผู้อ่านหลาย ๆ คนคิดขึ้นมาสำหรับปัญหานี้อาจจะเป็น อีคอมเมิร์ซ (e-commerce) ใช่ไหมครับ แต่เดี๋ยวนี้ร้านค้าออนไลน์มีอยู่เกลื่อนกลาด ทางโฮมพลัสที่ต้องการจะสร้างจุดยืนที่แตกต่างเพื่อดึงดูดลูกค้า เลยคิดไอเดียร้านค้าเสมือนในสถานีรถไฟที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใครนี้ขึ้นมา ถึงตรงนี้คุณผู้อ่านหลายคนอาจจะกำลังคิดอยู่ในใจว่า ไอเดียนี้มันก็ดูง่าย ๆ นะ ไม่เห็นจะต่างจากการซื้อของตามร้านค้าออนไลน์ปกติสักเท่าไหร่เลย แต่ผมคิดว่า “ความง่าย” นี้ล่ะครับคือสิ่งที่ทางโฮมพลัสต้องการ ทำให้การจับจ่ายใช้สอยเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ลูกค้าสามารถทำได้ภายในไม่กี่คลิก และในขณะเดียวกันก็เป็นวิธีง่าย ๆ สำหรับผู้ขายที่ไม่ต้องจ้างพนักงานมาเฝ้าหน้าร้าน เพียงแค่บูรณาการเอาวิธีการเดินชอปปิงแบบดั้งเดิมมาผนวกเข้ากับวิถีชีวิตติดสมาร์ทโฟนอันเร่งรีบของคนเมืองหลวงยุคปัจจุบัน ซึ่งไอเดียที่ดูเหมือนไม่ยากนี่ล่ะครับที่สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งถึงกับขนานนามให้ว่าเป็น ซูเปอร์มาร์เกตเสมือนแห่งแรกของโลก ผมได้คุยกับลูกศิษย์ของผมชาวเกาหลีใต้และเพิ่งไปใช้บริการร้านค้าเสมือนในสถานีรถไฟนี้ที่กรุงโซลนี้มาหมาด ๆ เขาบอกว่าผลตอบรับของชาวเกาหลีใต้ต่อร้านค้าเสมือนนี้ค่อนข้างดีเลยทีเดียวล่ะครับ เห็นไหมครับว่าในโลกเทคโนโลยีสมัยใหม่ศตวรรษที่ 21 นี้ การจะเป็นที่สุดของโลกไม่ได้ยากเหมือนสมัยก่อนแล้ว นวัตกรรมไม่ได้แปลว่าจะต้องคิดสมการคณิตศาสตร์ใหม่เอี่ยมที่ยาวเหยียดยุ่งยาก หรือผลิตเครื่องจักรกลไกที่ซับซ้อนจนคนทั่วไปเข้าไม่ถึงใช้ไม่เป็นเสมอไป เพียงแค่การคิดนอกกรอบที่ผสมผสานสิ่งที่มีอยู่อย่างกระจัดกระจาย ให้ได้เป็นส่วนผสมที่ลงตัวที่สุดในสถานการณ์อันเหมาะเจาะได้ เพียงแค่นี้ส่วนผสมใหม่ของเราก็สามารถจะได้รับการยกย่องให้เป็นนวัตกรรมหนึ่งในโลกได้แล้วครับ. ผศ.ดร.ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช มหาวิทยาลัยรังสิต chutisant.k@rsu.ac.th
จากเว็บไซต์เปรียบเทียบราคาสินค้ารายแรกของไทยที่เกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อน ไม่น่าเชื่อว่า… วันนี้ “ไพรซ์ซ่า ดอทคอม” ( www.priceza.com ) จะมีมูลค่าทางธุรกิจสูงถึง 200 ล้านบาท ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติอย่าง “ไซเบอร์เอเจ้นต์” บริษัททุนจากประเทศญี่ปุ่น สนใจเข้าร่วมลงทุนถึง 20 ล้านบาท เพื่อต่อยอดธุรกิจและขยายไปสู่ตลาดอาเซียน นายธนาวัฒน์ มาลาบุปผา หรือคุณไว ซีอีโอ และผู้ร่วมก่อตั้ง ไพรซ์ซ่าดอทคอม บริษัท ไพรซ์ซ่า จำกัด บอกถึงที่มาของเว็บเปรียบเทียบราคานี้ว่า ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2552 โดยได้ชวนเพื่อนที่เรียนจบมาด้วยกัน จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คือ คุณวิโรจน์ สุภาดุลย์ และคุณวัชระ นิวาตพันธุ์ มาร่วมสร้างธุรกิจด้วยกัน ก่อนที่จะมาเป็นไพรซ์ซ่า คุณไวบอกว่า สมัยเรียนเคยช่วยกันทำเว็บแบบนี้มาก่อน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงไปศึกษาต่อด้านการตลาด และจากประสบการณ์การทำเว็บที่ผ่านมาทำให้รู้ว่าเว็บไซต์ที่ดีนั้น ไม่จำเป็นจะต้องมีฟีเจอร์มากมาย แต่ที่สำคัญคือต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีที่สุด เคยมีผลการวิจัยจากวีซ่า ว่า 3 ปัจจัยหลักที่ผลักดันให้คนไทยช้อปออนไลน์ อันดับหนึ่งคือค้นหาและเปรียบเทียบสินค้าได้ง่าย สองคือช่วยให้เปรียบเทียบราคาง่ายและประหยัดเงิน และสุดท้ายคือช้อปตอนไหนที่ไหนก็ได้ สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่แนวโน้มการใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือของคนไทยเติบโตสูงมากขึ้นทุกปี ทำให้คนไทยเริ่มคุ้นเคยกับการช้อปผ่านมือถือมากขึ้น จากสถิติของไพรซ์ซ่าเอง เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ก็เป็นครั้งแรกที่ผู้เข้าเว็บผ่านมือถือมากกว่าพีซีหรือโน้ตบุ๊ก ปัจจุบันไพรซ์ซ่า ดอทคอม มียอดผู้ใช้บริการกว่า 4 ล้านรายต่อเดือน และมีสินค้าให้เช็กราคาเกือบ 2 ล้านรายการจาก 5,000 ร้านค้าสามารถส่งตรงลูกค้าไปสู่ร้านค้าออนไลน์และสร้างรายได้ให้กับร้านค้าพันธมิตรเหล่านี้กว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี จุดแข็งที่สำคัญอย่างหนึ่งของเว็บนี้ก็คือเทคโนโลยี ซึ่งมี 2 ส่วนหลัก ส่วนแรกคือระบบเว็บไซต์ ที่พัฒนาบนพื้นฐานของเทคโนโลยีจาวา ออกแบบให้แสดงผลได้ดีบนอุปกรณ์ที่หลากหลายทั้ง พีซี โน้ตบุ๊ก แท็บเล็ตและมือถือ ส่วนที่สองคือระบบไพรซ์ซ่าบอท ซึ่งเป็นระบบที่ทีมงานพัฒนาขึ้นมาเอง ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลสินค้า และรายละเอียดของสินค้าจากเว็บไซต์ต่าง ๆ อัพเดทอัตโนมัติทุกวัน ส่งรายงานการทำงานแบบอัตโนมัติ และรองรับการขยายปริมาณร้านค้าได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงสามารถรองรับการขยายตลาดให้ครอบคลุมประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคได้ สำหรับโมเดลธุรกิจของไพรซ์ซ่า หลายคนคงสงสัยว่าให้บริการฟรีกับผู้เข้ามาใช้งานเปรียบเทียบราคาสินค้า แล้วรายได้บริษัทจะมาจากไหน คุณไว บอกว่า มีอยู่ 2 ส่วนคือพื้นที่โฆษณาซึ่งเป็นส่วนน้อย และส่วนแบ่งรายได้จากยอดขายออนไลน์จากร้านค้าที่มีลูกค้ามาจากไพรซ์ซ่า ซึ่งเป็นรายได้หลัก จากการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่หลายแห่งเข้าร่วมทำตลาดในเว็บไซต์แห่งนี้ ทำให้ในปีที่ผ่านมา ไซเบอร์เอเจ้นต์ เวนเจอร์ส (CAV) บริษัททุนญี่ปุ่นขนาดใหญ่ที่ลงทุนธุรกิจอินเทอร์เน็ตและอีคอมเมิร์ซในหลาย ๆ ประเทศให้ความสนใจร่วมลงทุน โดยเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 10% หรือประมาณ 20 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจเติบโตรวดเร็วมากขึ้น และในปีเดียวกันนี้ ไพรซ์ซ่าดอทคอม ได้มีการขยายตลาดในภูมิภาคอาเซียน โดยเปิดตัว www.priceza.co.id ในประเทศอินโดนีเซียเป็นประเทศแรก เนื่องจากตลาดอินโดฯ เป็นตลาดใหญ่กว่าไทยถึง 3 เท่า และมีแผนที่จะเปิดตลาดต่อในมาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ภายใน 3 ปีข้างหน้า คุณไวบอกอีกว่า ปัจจุบันสินค้าที่ยังมีการหาซื้อกันทางออนไลน์มากที่สุด ยังคงเป็น สินค้าประเภทไอที และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ซึ่งมีสัดส่วนถึง 60% ส่วนอีก 40% คือ สินค้าประเภทแฟชั่น เสื้อผ้าและเครื่องสำอาง สำหรับการชำระเงินซื้อสินค้าออนไลน์ที่เคยเป็นสิ่งที่กังวลว่าชำระไปแล้วจะได้สินค้าหรือไม่นั้น พบว่าร้านค้าออนไลน์เริ่มปรับตัว โดยเริ่มมีการให้ชำระเงินสดปลายทางตอนรับสินค้ามากขึ้น เทรนด์ตอนนี้นอกจากจะแข่งกันในเรื่องของราคาสินค้าแล้ว ร้านค้าออนไลน์ยังพยายามแข่งกันที่ความน่าเชื่อถือและบริการต่าง ๆ เช่น จัดส่งฟรี รับประกันคืนเงินภายใน 30 วัน หรือรับประกันสินค้าสามารถส่งคืนสินค้าได้ภายใน 1 ปี ได้อีกด้วย. นาตยา คชินทร nattayap.k@gmail.com