ซัมซุงเปิดตัวผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ล่าสุดเพื่อบ้านอัจฉริยะหรือSmart Home เพิ่มความปลอดภัยแก่บ้านระบบบริหารพลังงาน ระบบตรวจจับสถานที่อัตโนมัติ และการสั่งงานด้วยเสียง ประตูล็อคแบบดิจิตอลและกล้องวงจรปิด (IPcamera) จึงสามารถตรวจสอบการเข้าออกของคนในบ้านหากประตูดิจิตอลเปิดออกจะมีสัญญาณเตือนส่งไปยังสมาร์ทโฟนที่ตั้งค่าไว้ทันทีและยังสามารถมองเห็นความปลอดภัยของคนในบ้านด้วยกล้องวงจรปิดผ่านแอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟน ระบบบริหารพลังงานของบ้านอัจฉริยะซัมซุงจะคอยตรวจสอบปริมาณการใช้ไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่คำนวณออกมาเป็นค่าไฟที่ต้องจ่าย ผู้อาศัยในบ้านสามารถตรวจสอบการใช้ไฟฟ้าของบ้านทั้งรายวันรายเดือนและตั้งเป้าหมายในการลดค่าไฟในบ้านได้ นอกจากนี้ยังสามารถตั้งการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชิ้นได้หากมีการใช้ไฟเกินจะมีสัญญาณเตือนส่งไปให้ทันที ระบบตรวจจับสถานที่อัตโนมัติระบบซึ่งสามารถเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเองอัตโนมัติโดยใช้เทคโนโลยีการตรวจจับสถานที่เช่น เครื่องปรับอากาศสามารถเปิดอัตโนมัติเมื่อเจ้าของบ้านกลับถึงบ้านเพื่อความเย็นในทันทีที่ก้าวเข้าสู่ตัวบ้านนอกจากนี้ระบบบ้านอัจฉริยะซัมซุงยังสามารถสั่งเปิดเครื่องปรับอากาศ เครื่องดูดฝุ่นระบบไฟแอลอีดีจากที่ใดเวลาใดก็ได้ผ่านฟังก์ชัน S Voice ในสมาร์ทโฟนตระกูลกาแลคซี่และอุปกรณ์อัจฉริยะสวมใส่ได้ตระกูลเกียร์และในอนาคตซัมซุงจะนำเสนอเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมไปยังอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ทั้งของซัมซุงเองและของผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ารายอื่นๆ ทีวีจอโค้ง 17รุ่นและซาวด์บาร์ทรงโค้งครั้งแรก ประกอบด้วย ยูเอชดีทีวีจอโค้งที่ใหญ่ที่สุดในโลกขนาด 105 นิ้ว ความละเอียดสูงถึง11 ล้านพิกเซล พร้อมลำโพงที่ให้พลังงานเสียงถึง 160 วัตต์ ทีวีหน้าจอบิดงอได้(Bendable Television) ขนาดใหญ่ที่สุดเครื่องแรกสำหรับตลาดยุโรป หน้าจอความละเอียดสูงถึงระดับยูเอชดีด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่ถึง 105 นิ้วและสัดส่วนหน้าจอที่ 21:9จึงสามารถใช้งานได้ทั้งแบบหน้าจอแบนแบบปกติและหน้าจอโค้ง สามารถบิดโค้งได้สูงสุด4200R อีกทั้งยังมาพร้อมกับคุณสมบัติ UHDDimming และ UHD Upscaling เพื่อการแสดงผลที่สมจริงยิ่งขึ้นลดการบิดเบือนของแสงและความเข้มสี ซัมซุงซาวน์บาร์ทรงโค้ง 2 รุ่นแรกของโลกคือรุ่น HW-H7500และรุ่น HW-H7501โดดเด่นด้วยรูปทรงที่คล้ายคลึงกับห้องจัดแสดงคอนเสิร์ต และให้เสียงรอบทิศทางแบบ8.1 ช่องได้อย่างทรงพลัง ระบบลำโพงมัลติรูมแบบไร้สาย(Wireless Audio Multiroom) รุ่นเอ็ม 3 (M3) เป็นลำโพงระบบสองทางที่ผู้ใช้สามารถควบคุมแหล่งที่มาของเสียงหรือนำเสียงสู่ระบบลำโพงได้อย่างหลากหลายได้จากสมาร์ทดีไวซ์ของผู้ใช้โดยตรง แท็บเล็ตรุ่นใหม่สำหรับธุรกิจองค์ (B2B)รุ่นแรก ด้วยฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในองค์กรที่แตกต่างจากการใช้ส่วนบุคคลกาแลคซี่ แท็บ แอคทีฟ เน้นฟังก์ชันการใช้งานและคงทน รองรับใช้งานหนัก แบตเตอรี่ 10 ชั่วโมงแบบถอดเปลี่ยนได้ กันกระแทกระดับ 1.2 เมตรและกันน้ำมาตรฐาน IP67พร้อมปากกา C-Pen รวมถึง พรินเตอร์รุ่น “Vase” เป็นพรินเตอร์ขาว-ดำที่มีรูปทรงแบบตั้งคล้ายเหยือกช่วยลดพื้นที่ในการติดตั้งและเอื้อให้ผู้ใช้งานใส่กระดาษในแนวตั้งได้ ตลับหมึกรุ่น “Egg Tray” กล่องผลิตจากกระดาษรีไซเคิลตัวกล่องคล้ายถาดใส่ไข่และฝาปิดที่ทำจากกระดาษจึงลดต้นทุนในการผลิตและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้มากกว่ากล่องใส่ตลับหมึกแบบเดิม และ “One & One” พรินเตอร์ขาว-ดำรูปทรงไฮบริดที่สามารถพิมพ์ขาว-ดำร่วมกับสีใดสีหนึ่ง (ฟ้า เหลืองหรือแดง) ได้พร้อมกัน โดยมีช่องใส่ตลับหมึก 2ช่องสำหรับการพิมพ์เอกสารสีใดสีหนึ่งคู่กับสีดำเครื่องพิมพ์ต้นแบบตัวสุดท้ายที่ชื่อ “Mate” เลเซอร์พรินเตอร์ขาว–ดำที่สามารถระบายสีตัวเครื่องให้เข้ากับห้องได้ตามต้องการโดยใช้ดินสอสีและยังสามารถเปลี่ยนสีฝาต่างๆ ของเครื่องพิมพ์ได้ตามต้องการด้วย มัลติฟังก์ชันพรินเตอร์10 รุ่น ในซีรีส์ “สมาร์ท เอ็กซ์เพรส (Smart MultiXpress)”สำหรับตลาดยุโรป ครั้งแรกของโลกกับพรินเตอร์ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ จอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว สามารถสั่งพิมพ์ได้โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ทั้งยังสามารถสั่งพิมพ์ด้วยสมาร์ทโฟนผ่านเทคโนโลยี NFC สุดท้าย เป็นเครื่องดูดฝุ่นหุ่นยนต์อัจฉริยะ“พาวเวอร์บอท วีอาร์9000 (Powerbot VR9000)”ให้การดูดฝุ่นสะดวกสบายกว่าที่เคย ไม่ต้องใช้มือจับพร้อมการดูดที่ทรงพลัง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ซัมซุงโชว์นวัตกรรมอัจฉริยะในงาน IFA 2014
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















วันนี้ (7 ก.ย.) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ไทยคม ประสบความสำเร็จในการจัดส่งดาวเทียมไทยคม 7 ขึ้นสู่วงโคจร ในวันนี้ เวลา 01.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ด้วยจรวดขนส่งฟอลคอน 9 ของบริษัท สเปซ เอ็กซพลอเรชั่น เทคโนโลยีส์ คอร์ปอเรชั่น (Space Exploration Technologies Corporation- SPACE X) ณ แหลมคานาเวอรัล รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อรักษาสิทธิในวงโคจรของไทย พร้อมช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมบรอดคาสต์ไทย ด้วยการเพิ่มปริมาณช่องสัญญาณเพื่อรองรับความต้องการใช้งานและการเติบโตของโทรคมนาคมในประเทศ พร้อมขยายศักยภาพในฐานะบริษัทดาวเทียมไทยเพื่อให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมให้ครอบคลุมทั้งในภูมิภาคเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทวีปออสเตรเลียสำหรับ ความสำเร็จในการจัดส่งดาวเทียมไทยคม 7 ขึ้นสู่วงโคจรนี้ เป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการดาวเทียมไทย โดยไทยคมสามารถบรรลุภารกิจการส่งดาวเทียมไทยขึ้นไปเพื่อรักษาสิทธิ์วงโคจรให้กับประเทศได้ ขณะเดียวกันยังถือเป็นความสำเร็จของการดำเนินตามแผนกลยุทธ์ New Frontiers ในส่วนของการจัดสร้างดาวเทียมดวงใหม่ (New Birds) เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณช่องสัญญาณให้เพียงพอต่อความต้องการใช้งานในประเทศ และช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของการให้บริการและการขยายตลาดในต่างประเทศ ซึ่งดาวเทียมไทยคม 7 มีศักยภาพการให้บริการครอบคลุมพื้นที่ทั้งในเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทวีปออสเตรเลียทั้งนี้ ดาวเทียมไทยคม 7 จัดสร้างขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง ไทยคมกับบริษัท เอเชีย แซทเทลไลท์ เทเลคอมมิวนิเคชั่นส จำกัด ก่อสร้างโดยบริษัทสเปซ ซิสเต็มส/ลอเรล (Space Systems/Loral) แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อให้บริการ ณ ตำแหน่งวงโคจรที่ 120 องศาตะวันออก โดยบมจ.ไทยคมมีช่องสัญญาณในการให้บริการทั้งหมด 14 ทรานสพอนเดอร์ บนย่านความถี่ซี-แบนด์ สำหรับเงินทุนในโครงการจัดสร้างดาวเทียมไทยคม 7 นั้น ทางไทยคมมีโครงการเสนอขายหุ้นกู้ในวงเงินไม่เกิน 5,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนของโครงการฯ ลงได้กว่าครึ่ง จากยอดต้นทุนเดิมที่ประมาณ 171 ล้านเหรียญสหรัฐอย่างไรก็ตาม การส่งดาวเทียมไทยคม 7 ขึ้นสู่วงโคจร เป็นการเพิ่ม Capacity ให้ไทยคมมีช่องสัญญาณเพียงพอต่อการรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมบรอดคาสต์ของไทย โดยเสริมช่องสัญญาณบนดาวเทียมไทยคม 5 และ 6 ที่ให้บริการเต็มในปัจจุบัน การมีดาวเทียมเพิ่มเติมอีกดวงหนึ่งนี้ จะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ อีกทั้งยังเพิ่มศักยภาพการให้บริการและช่วยขยายตลาดของไทยคมในต่างประเทศด้วย โดยขณะนี้ บริษัทฯ มียอดการจองใช้สัญญาณบนดาวเทียมไทยคม 7 แล้วเต็มจำนวน 100% และสามารถบรรลุข้อตกลงการขายช่องสัญญาณล่วงหน้าไปแล้ว 50% ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างทยอยจัดทำสัญญา “ไทยคมยังคงมุ่งเน้นพัฒนาการให้บริการทั้งในด้านปริมาณช่องสัญญาณ การรองรับความต้องการใช้งานของตลาด และการสร้างนวัตกรรมเทคโนโลยีและบริการในลักษณะครบวงจร (End-to-End Solutions) เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้งานและส่งเสริมให้ไทยคมเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป” นางศุภจีกล่าว
วันนี้ (7 ก.ย.) นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า วันที่ 8 ก.ย. นี้ ในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) สำนักงานยังไม่ได้เสนอวาระพิจารณาที่เกี่ยวข้องกับแนวทางมาตรการทางปกครองที่ชัดเจน กรณี ช่อง 3 ซึ่งตนเอง และกรรมการกสท.ท่านอื่นๆ เห็นว่าควรพิจารณาดำเนินการใช้มาตรการบังคับทางปกครองกับผู้รับใบอนุญาตโครงข่ายเคเบิลดาวเทียม โดยกำหนดระยะเวลาให้ชัดเจนพร้อมแจ้งให้ลูกค้าทราบ เพื่อให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตและประกาศ กสทช.ที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัดต่อไป คาดจะหารือแนวทางที่ชัดเจนขึ้น ส่วนวาระอื่นน่าสนใจ ได้แก่ วาระพิจารณาผังรายการหลักหลังการแก้ไขของทีวีดิจิตอลช่อง True4U(ทรูโฟร์ยู) และวาระการขออนุญาตเผยแพร่การถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ (Asian Games) ครั้งที่ 17 จากเมืองอินชอน สาธารณรัฐเกาหลี วันที่ 19 ก.ย.–4 ต.ค. 57 โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) ตามประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป พ.ศ. 2555 หรือกฎมัสต์แฮฟ(Must Have) ทั้งนี้ ทรท.ได้ทำหนังสือชี้แจงข้อกำหนดลิขสิทธิ์ พร้อมขออนุญาตถ่ายทอดการแข่งขันผ่านบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป(ฟรีทีวี ที่มีหน้าที่เผยแพร่ตามประกาศมัสต์แคร์รี่) และได้ขอถ่ายทอดการแข่งขันที่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ได้แก่ ช่อง 3 ในระบบแอนาล็อก โดยขอออกอากาศคู่ขนานกับการถ่ายทอดสดผ่านบริการที่เป็นการทั่วไป และทางโครงข่ายทรูวิชั่นส์ สำหรับถ่ายทอดการแข่งขันในส่วนเฉพาะโครงข่ายการให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก “การถ่ายทอดกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ กับกฎมัสต์แฮฟ จะยิ่งทำให้ปมช่อง 3แอนาล็อก มีความซับซ้อนขึ้นไปอีก กสท.ต้องตัดสินใจเรื่องนี้ให้เด็ดขาด และหากช่อง 3 เดิมยอมมาออกคู่ขนานช่อง HD จะแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ทั้งช่อง 3 เอง ทีวีดิจิตอล คนดูผู้บริโภค และเป็นไปตามกติกา กสทช.ด้วย” นางสาวสุภิญญา กล่าว