นายซิคเว่เบรคเก้ ได้รับแต่งตั้งเข้าดำรงตำแหน่งรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ในวันที่ 2กันยายน 2557 แทนนายจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ซึ่งได้ลาออกจากตำแหน่ง ปัจจุบันนายซิคเว่ เบรคเก้ดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการดีแทค นายบุญชัย เบญจรงคกุล ประธานกรรมการบริษัทดีแทคอยู่ในระหว่างกระบวนการสรรหาผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่แล้ว นายบุญชัยกล่าวว่า “ผมได้ขอให้คุณซิคเว่เบรคเก้ มาดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารให้กับดีแทคเป็นการชั่วคราวในช่วงที่เราทำการสรรหาและแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่คุณซิคเว่ เบรคเก้ รู้จักดีแทคเป็นอย่างดีจากการเป็นรองประธานกรรมการและเคยเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของดีแทคในช่วงปีพ.ศ.2548-2551” ปัจจุบันนายซิคเว่ เบรคเก้ ดำรงตำแหน่งรองประธานบริหาร เทเลนอร์ กรุ๊ป และเจ้าหน้าบริหารสูงสุด เทเลนอร์ เอเชียและยังคงดำรงตำแหน่งนี้ต่อไป นายซิคเว่กล่าวว่า “ผมมีความเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของดีแทคที่จะแข่งขันเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาดและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆให้กับลูกค้า เพื่อตอบสนองความต้องการใช้ดาต้าที่เพิ่มขึ้นบริษัทมุ่งมั่นในการดำเนินกลยุทธ์ Internet for All ที่สอดคล้องไปกับความต้องการของประเทศไทยผมมีความยินดีเข้ามารับหน้าที่นี้และจะทำให้ดีที่สุด” นายบุญชัยกล่าวต่อว่า “คุณจอนได้นำดีแทคผ่านช่วงเวลาที่สำคัญอย่างมากทั้งสำหรับองค์กรและอุตสาหกรรมการสื่อสารและโทรคมนาคมจากจุดเริ่มของการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตจนมาถึงวันนี้ที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการใช้อินเทอร์เน็ตและการพัฒนานวัตกรรมเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตเป็นอันดับต้นๆ ในภูมิภาคเอเชีย ในสภาวะตลาดที่เติบโตและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วแบบนี้ดีแทคจะต้องพัฒนาและสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้บริการที่ดีที่สุดกับลูกค้าผมขอขอบคุณคุณจอนสำหรับความทุ่มเทที่คุณจอนให้แก่ดีแทค ลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจและพนักงานดีแทคทุกๆ คน” นายจอนกล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มีโอกาสได้บริหารและทำงานร่วมกับทีมงานของดีแทคในช่วงของการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้นของอุตสากรรมโทรคมนาคมเราได้ร่วมกันสร้างรากฐานที่มั่นคงเพื่อให้บริการและสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดเพื่อลูกค้าของเรา ผมขอขอบคุณพนักงานทุกๆ คนสำหรับเวลาที่เราได้ร่วมแรงร่วมใจทำงานที่ดีแทค และขออวยพรให้ทุกๆคนประสบแต่ความสำเร็จในทุกสิ่งตลอดไป”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดีแทคเปลี่ยนซีอีโอ’ซิคเว่’กลับมาคุม
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















เอไอเอส เดินหน้าขยายสถานีฐานให้บริการ 3จี 20,000 สถานี ภายในสิ้นปีนี้ รุกติดตั้ง สมอลเซลล์ รองรับพื้นที่การใช้งานดาต้าสูง นายกิตติ งามเจตนรมย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนงานปฏิบัติการภูมิภาค-ภาคกลาง บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานีฐานมีจำนวน 19,000 สถานี โดยแบ่งเป็นสถานีฐาน 2จี และ 3จี จำนวน 14,000 สถานี และสถานีฐาน 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ จำนวน 5,000 สถานี และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะขยายสถานีฐานได้กว่า 20,000 สถานี ซึ่งถือว่าครอบคลุมพื้นที่ให้บริการกว่า 95% โดยเอไอเอสได้ขยายสถานีฐานได้เร็วกว่าที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) กำหนดไว้ โดยทั้งนี้สถานีฐานจะรองรับการใช้งานลูกค้าเอไอเอสที่ปัจจุบันมี 34 ล้านราย โดยพื้นที่ภาคกลางยกเว้นกรุงเทพฯ มีลูกค้าให้ความสนใจใช้บริการ 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ประมาณ 3.5 ล้านราย จากจำนวนลูกค้าที่มีทั้งหมด 4.5 ล้านราย ซึ่งจากจำนวนลูกค้าดังกล่าว ได้เปิดให้บริการสถานีที่มีสัญญาณครอบคลุมพื้นที่ภาคกลางเรียบร้อยแล้ว 2,397 สถานี โดยเปิดให้บริการในจังหวัดเพชรบุรี 152 สถานีฐาน, จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 200 สถานีฐาน เป็นต้น และยังมีแผนการพัฒนาขยายจำนวนสถานีฐานอย่างต่อเนื่องให้ครอบคลุมพื้นที่และตอบสนองความต้องการใช้งานของลูกค้าทั้งสัญญาณเสียงและการรับส่งข้อมูล ในขณะเดียวกันเอไอเอสยังให้ดำเนินการติดตั้งสมอลเซลล์ (Small Cel ) จำนวนกว่า 3,000 จุดทั่วประเทศ เพื่อเข้ามาเสริมการใช้งานดาต้าที่มีแนวโน้มปรับตัวการใช้งานเพิ่มสูงขึ้น โดยจะเน้นติดตั้งในพื้นที่ที่มีการใช้งานหนาแน่น อาทิ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่าง ๆ และรองรับความเร็วสูงสุดที่ 42 Mbps นายกิตติ กล่าวว่า สถานีฐานของเอไอเอสยังสร้างความมั่นใจให้ชุมชนว่าการตั้งสถานีฐานจะไม่กระทบต่อสุขภาพ โดยผู้เชี่ยวชาญทางคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ออกมาเปิดเผยถึงคลื่นสัญญาณโทรศัพท์มีค่าต่ำกว่ามาตรฐานที่ทาง กสทช.กำหนดถึง 1,000 เท่า ซึ่งมั่นใจได้ว่าสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไม่เป็นอันตรายและปลอดภัยกับประชาชนในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงสถานีฐาน ซึ่งจะไม่กระทบต่อสุขภาพแน่นอน.
ซิป้า – เนคเทค – สาธารณสุข ตั้งระบบ PHR นำร่อง จ.นครนายก หวังขยายทั่วประเทศ สร้างฐานข้อมูลกลางเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาผู้ป่วย ประชาชนติดตามข้อมูลสุขภาพของตัวเองได้ นายอรรณพ เพ็ชรวิเศษ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค และกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันพัฒนาระบบสาธารณสุขข้อมูลส่วนบุคคลยุคใหม่ หรือ PHR โดยนำไอทีเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านสาธารณสุขตามนโยบาย สมาร์ท เฮลล์ ในขณะเดียวกันยังประยุกต์นำเอาไอซีที สร้างการแข่งขันเข้าสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสาธารณสุขเพื่อรองรับการเปิดประชมอาเซียน (เออีซี) ใน ปี 2558 ที่ผ่านมาซิป้า มีเป้าหมายผลิตซอฟต์แวร์ในกลุ่มของสุขภาพ แต่พบว่า ซอฟต์แวร์มีมาตรฐานที่แตกต่างกัน มีระบบการทำงานที่หลากหลาย ทำให้ไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลเข้าหากันได้ จึงร่วมมือกับเนคเทคในการเชื่อมโยงข้อมูลเข้าหากัน ด้าน ดร.พันศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการเนคเทค กล่าวว่า สำหรับระบบ PHR เริ่มนำร่องที่ จ.นครนายก โดยจะเป็นศูนย์ข้อมูลที่รับข้อมูลมาจากศูนย์ข้อมูลของสำนักงานสาธารณสุขในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และประชาชนเป็นผู้ที่ใส่ข้อมูลส่วนตัวทางสุขภาพ อาทิ การตรวจสุขภาพประจำปี ข้อมูลอาหารที่รับประทาน ข้อมูลการออกกำลังกาย รวมถึงพฤติกรรมในชีวิตประจำวันต่าง ๆ อาทิ การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา เป็นต้น ผ่านทางเว็บไซต์ www.phr.noph.go.th หลังจากนั้นจะเปิดโอกาสให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ได้คิดค้นแอพพลิเคชั่นสำหรับการใช้งานในระบบปฏิบัติการไอโอเอส และแอนดรอยด์ และยังเตรียมขยายผลในการใช้งานให้ครอบคลุมทั้งจังหวัดนครนายกภายในปี 58 ก่อนที่จะขยายไปทั่วประเทศ ระบบดังกล่าว จะช่วยทำให้ประสิทธิภาพการรักษาพยาบาลในกรณีที่เกิดการเจ็บป่วยฉุกเฉิน แพทย์สามารถเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นต่อการรักษาชีวิต รวมถึงประชาชนสามารถทราบรายละเอียดอาการของโรค ยารักษาโรค ระบบการนัดหมายจากแพทย์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถนำข้อมูล สถิติการรักษาพยาบาลของประชากรคนไทยไปรวบรวมและวิเคราะห์ นำไปสู่การวางนโยบายของประเทศเพื่อรองรับกับการเป็นสังคมผู้สูงอายุในอนาคตได้.