นาย ซัทยาจิต ดวิเวดิ ผู้อำนวยการด้านพลังงานและการวางแผนกลยุทธ์ SAS Institute Inc. ได้เดินทางมาเยือนไทย และให้สัมภาษณ์พิเศษในหัวข้อ “การใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) ในอุตสาหกรรมพลังงานและระบบสาธารณูปโภค” (Analytics in Energy & Utilities เพื่อให้กลุ่มผู้ประกอบการในไทยได้เห็นถึงประโยชน์ที่จะได้รับอย่างมหาศาลจากซอฟต์แวร์ที่ผ่านการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องของแซส ที่นอกจากจะสามารถลดราคาค่าน้ำมัน ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้ ยังป้องกันน้ำมันรั่ว-โรงไฟฟ้าพัง ก่อนเกิดวิกฤติอีกด้วย นายซัทยาจิต กล่าวว่า การพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) ในระบบพลังงานและสาธารณูปโภคถือเป็นเรื่องใหม่มากสำหรับเมืองไทย ทั้งที่โอกาสทางธุรกิจยังมีอยู่มาก เนื่องจากประเทศไทยมีข้อมูลขนาดใหญ่ที่ยังไม่ได้จัดการให้เป็นระบบอยู่จำนวนมหาศาล แซสจะวิเคราะห์ทั้งสิ้น 3 มิติใหญ่ ๆ คือ การวิเคราะห์เครื่องมือ (Asset Analytics) โดยวิเคราะห์กันตั้งแต่หน่วยแรกของการผลิต อาทิ Energy Forecasting ที่จะบอกได้ว่าตรงไหนที่มีปริมาณน้ำมัน หรือแหล่งพลังงานไฟฟ้าพอที่จะติดตั้งฐานขุดเจาะน้ำมัน หรือโรงไฟฟ้าได้ และ Asset Performance Analytics จะวิเคราะห์และดูแลอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุดตามอายุการใช้งาน หรือหากมีปัญหาเกิดขึ้นกับส่วนใด โซลูชั่นส์เหล่านี้ก็จะสามารถบอกได้ทันที เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าไปแก้ไขได้ทันเวลาและตรงจุด ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่ก่อให้เกิดการรั่วไหลของน้ำมัน แม้จะอยู่ในส่วนที่เรามองไม่เห็น อุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่หยุดตัวเองลงอย่างกะทันหัน เนื่องจากเราสามารถคาดการณ์ความเสียหายไว้ได้ล่วงหน้า โรงไฟฟ้าต่าง ๆ จึงจะพร้อมทำงานได้ตลอดเวลาไม่มีปัญหาไฟดับต่อเนื่องอย่างที่เคยเป็นมา มิติที่ 2 คือ การวิเคราะห์ผู้บริโภค (Customer Analytics) เป็นการวิเคราะห์ความต้องการของผู้บริโภค ตามวัย อายุ ช่วงเวลาการใช้งาน และอื่น ๆ เพื่อนำข้อมูลที่ได้ มาผสมกับมิติแรก แล้วก่อให้เกิดมิติที่ 3 นั่นคือ การวิเคราะห์ระบบการจัดการ (Operations Analytics) จะดูแลตั้งแต่เริ่มต้น เช่น การขุด เจาะน้ำมัน ไปจนถึงการขายรีเทลว่าผู้ประกอบการจะจัดการอย่างไร เพื่อก่อให้เกิดรายได้มากที่สุด “โซลูชั่นส์ของแซส สามารถดึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ ในด้านของการผลิตเราจะสามารถรู้ได้ทันทีหากมีความผิดปกติเกิดขึ้น เช่น ท่อที่เคยส่งน้ำมันมีข้อมูลที่แปลกไป ผู้ประกอบการสามารถส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแลได้ทันที ตามจุดที่รายงานของแซสได้แจ้งไว้ ปัญหาหรือวิกฤติน้ำมันรั่วอย่างที่เป็นอยู่จะไม่เกิด ทำให้ไม่เกิดการอันแพลน ชัตดาวน์ของอุปกรณ์ หรือท่อส่ง ลดการเสียเวลาและค่าใช้จ่ายที่ต้องไปแก้ไขตรงนั้นหลังจากที่เกิดความเสียหายไปแล้ว นอกจากนี้การวิเคราะห์ดีมานด์กับซัพพลายก็สำคัญ ทำให้มีการสต๊อกสินค้าได้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งอุตสาหกรรมนี้มีมูลค่ามหาศาล ในขณะเดียวกันก็สามารถได้รับผลกระทบค่อนข้างง่าย จะเห็นได้ว่าแม้การลดความเสี่ยงลงแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ ก็สามารถเพิ่มรายได้หลายล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว” ต่อไปประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะเปิดขึ้น การปรับลดราคาจะเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันทางการตลาด ตรงนี้ไทยจะสู้เขาได้แต่ก็ต้องมีตัวช่วยเข้ามาดูแล เมื่อเป็นเช่นนั้นคนไทยก็จะได้ใช้ น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และสาธารณูปโภคในราคาที่เหมาะสม แต่ถ้าไม่เริ่มเสียแต่ตอนนี้ก็อาจจะไม่ทันคู่แข่งแล้ว นายทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท แซส ซอฟท์แวร์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวเสริมว่า จากข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานสถานการณ์ด้านพลังงานปี 2556 ที่ผ่านมา มูลค่าการนำเข้าพลังงาน จากต่างประเทศสูงถึง 1.42 ล้านล้านบาท ประเทศไทยสามารถผลิตพลังงานส่งออกได้ 357,896 ล้านบาท แต่สถิติการใช้พลังงานในไทยเองสูงถึง 2.13 ล้านล้านบาท แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยยังขาดดุลเรื่องของการส่งออกพลังงานถึง 1 ล้านล้านบาท สำหรับเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้ ช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายจากปัญหาในการผลิต ตัวอย่างเช่น กรณีน้ำมันรั่วหรือก๊าซรั่วจากโรงงาน ซึ่งหากมีการใช้การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) ก็สามารถช่วยป้องกันได้ตั้งแต่ต้น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แซสอวดเทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลพลังงาน
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















กสทช. แจกคูปองทีวีดิจิตอลช้า กลุ่มสามารถฯ ปรับลดเป้ายอดขายกล่องรับสัญญาณเหลือ 1-1.5 ล้านกล่อง จากเดิม 2 ล้านกล่อง ระบุปรับสเปกกล่องลงตามราคาคูปอง 690 บาท แล้ว พร้อมจำหน่ายในท้องตลาดทันทีที่ กสทช. ไฟเขียว นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัท สามารถวิศวกรรม จำกัด มีโอกาสสร้างรายได้จากการจำหน่ายกล่องและเสารับสัญญาณทีวีดิจิตอล เพราะจะมีปริมาณความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทันทีที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีการแจกคูปอง โดยตั้งเป้าสิ้นปีจะขายกล่องที่มาจากการแลกคูปองได้ ราว 1-1.5 ล้านกล่อง หรือคิดเป็นรายได้ 1,000 ล้านบาท โดยปรับลดลงจากเดิมตั้งไว้ท่ี 2 ล้านกล่อง มูลค่า 2,000 ล้านบาท เนื่องจากการแจกคูปองช้ากว่ากำหนด อย่างไรก็ตาม กล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอล ที่จะนำมาร่วมโครงการแลกคูปองกับทาง กสทช. จะเป็นคนละรุ่นกับที่วางขายในท้องตลาดปัจจุบัน เพราะราคาคูปองลดลงมาที่ 690 บาท จึงต้องมีการปรับในเรื่องของคุณสมบัติบางส่วนด้วย อาทิ การรองรับระบบเสียงแบบดอลบี้ สเตอริโอ ซึ่งขณะนี้ทางบริษัทได้ดำเนินการออกแบบเสร็จสิ้นแล้ว รวมถึงเสาอากาศรับสัญญาณทีวีดิจิตอล ที่เตรียมออกรุ่นใหม่ที่ราคาต่ำลงมาด้วยเช่นกัน แต่จะยังไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าในการรับแลกคูปองราคา 690 บาท ของสามารถฯ นั้น ประชาชนจะต้องออกเงินเพิ่มหรือไม่ เพราะต้องรอประเมินท่าทีของคู่แข่งในตลาดเช่นกัน สำหรับการผลิตมือถือ โดย บริษัท สามารถ ไอ โมบาย จำกัด (มหาชน) ในเครือสามารถฯ ครึ่งปีแรกมียอดไปแล้วกว่า 2.3 ล้านเครื่อง เป็นสมาร์ทโฟน 860,000 เครื่อง คิดเป็น 66% ของจำนวนเครื่องที่ขายทั้งหมด และตั้งเป้ายอดขายจากเดิม 4 ล้านเครื่อง เป็น 4.5 ล้านเครื่องในสิ้นปีนี้ โดยจะเน้นรุ่นที่รองรับการดูทีวีดิจิตอล และปรับในเรื่องของระบบกล้องหน้าและกล้องหลังให้มีความคมชัดไม่แพ้กลุ่มสมาร์ทโฟนแบรนด์ใหญ่.
ธุรกิจแอคเซสซอรี่เกี่ยวกับอุปกรณ์พกพา เริ่มกลับมาฟื้นตัวช่วงปลายปี ผู้บริหารเจนเนอเรชั่นเอสเผย ระดับราคาพันบาทขึ้นไปจนถึงหลักหมื่นขายดี นายสรศักดิ์ วงศ์ชินศรีสกุล กรรมการผู้จัดการบริษัทเจนเนอเรชั่นเอส จำกัด ตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์แอคเซสซอร่ีโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต ฯลฯ เปิดเผยว่า มูลค่าของตลาดหูฟังในประเทศโดยรวมประมาณ 500 ล้านบาท กลุ่มสินค้าประเภทพรีเมียมที่มีมูลค่าพันบาทขึ้นไปจนถึงหลักแสนบาท ก็มีจำนวนหนึ่งและมีแนวโน้ม ขยายตัวมากขึ้นตามสัดส่วนการใช้งาน สมาร์ทโฟน ภาพของธุรกิจปีนี้ หลังจากลดลงในไตรมาส 1 และ 2 ก็เริ่มกลับมาฟื้นตัวในไตรมาส 3 คาดว่าช่วงปลายปีจะกลับมาดีเหมือนเดิม โดยดูจากจำนวนการสั่งสินค้าของดีลเลอร์ภายในประเทศ ที่เริ่มกลับมาสั่งของเพิ่มมากขึ้น ล่าสุดเจนเนอเร ชั่นเอส ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายลำโพงขนาดเล็ก รุ่น เคเอ็มซี 1 และหูฟังแบรนด์คลิปช์ หรือ Klipsch จากสหรัฐอเมริกา ราคาเริ่มต้นประมาณ 4,000 บาทขึ้นไป โดยเฉพาะในกลุ่มเอ็กซ์ซีรีส์ ซึ่งเบาและเล็กที่สุดในโลก มีจุดเด่นเรื่องคุณภาพเสียงและการออกแบบ รวมถึงรุ่น อาร์ 6 และอาร์ 6 ไอ.