แจ๊ค หม่า ตั้งใจคิดทำอะไรก็จะไม่หยุดความพยายาม แม้ว่ารัฐบาลจีนไม่สนับสนุนในช่วงแรก ความตั้งใจล้มเลิกสักสองปี แล้วก็ได้โอกาสจึงตั้งบริษัทอาลีบาบาขึ้นโดยที่เป็นธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างธุรกิจระหว่างผู้ส่งออกของจีนและผู้ซื้อสินค้าในต่างประเทศ ต่อมาในปี ค.ศ. 1999 ทางอาลีบาบาได้พบกับโจเซฟ ไซ (Joseph Tsai) เป็นนักกฎหมายชาวไต้หวันจบการศึกษาจากเยลและทำงานด้านธุรกิจ หุ้นทุนเอกชนในฮ่องกง ทั้งคู่คือแจ๊ค หม่าหรือโจเซฟ ไซ เลยเข้าไปร่วมลงทุนในบริษัทโกลด์แมนแซคส์และซอฟต์แบงค์ ต่อมาในปี ค.ศ. 2003 หม่าได้ริเริ่มบริษัทเตาเบา (Taobao) ซึ่งเป็นบริษัทที่ค้าขายเชิงพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในระหว่างผู้บริโภคกับผู้บริโภคด้วยกัน ช่วงนั้นอีเบย์ซึ่งเป็นธุรกิจลักษณะยังครองตลาดจีนอยู่ เพื่อที่จะสู้กับอีเบย์ในประเทศจีน หม่าตัดสินใจเลือกใช้วิธีให้เตาเบาเปิดให้บริการฟรีทั้ง ๆ ที่จะต้องสูญเสียเงินสดไปเรื่อย ๆ อริสแมนผู้ทำภาพยนตร์ได้กล่าวว่า “ในฐานะผู้ลงทุนจากวอลสตรีท (โกลด์แมนแซคส์และซอฟต์แบงค์ที่เขาลงทุนอยู่) เขาเต็มใจที่จะให้อาลีบาบาสู้จนล้มลงพื้น เพื่อที่จะเอาชนะอีเบย์ให้ได้” “สิ่งที่แย่กว่าคู่แข่งที่สุดฉลาดก็คือ คนบ้าที่กล้าสู้กล้าที่จะใช้เงินลงทุนทั้งหมดโดยที่ไม่รู้ว่ากำไรอยู่ตรงไหน เพื่อจะเอาชนะคู่แข่ง” ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2005 แจ๊ค หม่าได้แถลงต่อสื่อมวลชนว่าเตาเบาสามารถขยายส่วนแบ่งการตลาดได้ถึง 70% ของการค้าออนไลน์ในประเทศจีน “ไม่นานนักเตาเบาจะเป็นเจ้าเดียวในตลาด ยุคของอีเบย์หมดไปแล้ว” ในปี ค.ศ. 2006 อีเบย์ประกาศว่าถอยออกจากตลาดประเทศจีนและก็ได้ถูกลีกา ชิง เศรษฐีกระเป๋าหนักชาวฮ่องกงไปควบคุมดูแลกิจการและเปลี่ยนเป็นบริษัททางอินเทอร์เน็ตแทน “ผมเคยฝันว่าผมเกิดในช่วงสงคราม และผมได้เป็นนายพลบัญชาการรบ” แจ๊ค หม่าได้เคยพูดไว้ในสมัยเด็กว่า “ผมคิดไว้เสมอถ้าเป็นช่วงสงคราม ผมจะต้องทำอะไรให้สำเร็จบ้าง” หม่า เองก็จะต้องต่อสู้กับการตัดสินใจในห้องประชุมคณะกรรมการผู้ถือหุ้นในเรื่องหนัก ในปี ค.ศ. 2011 ตอนที่อาลีบาบาได้เริ่มร่วมหุ้นส่วนกับยาฮูซึ่งก่อตั้งในปี ค.ศ. 2005 นั้นปรากฏว่าไม่ประสบความสำเร็จ หม่าจึงตัดสินใจนำกิจการอาลีเบย์ซึ่งเป็นหน่วยธุรกิจออนไลน์ที่กำไรดีที่สุดของอาลีบาบาแยกออกมา โดยไม่ได้รับการเห็นชอบจากกรรมการผู้ถือหุ้นของอาลีบาบาอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นกรรมการชุดนี้มีกรรมการซึ่งมาจากซอฟต์แบงค์และยาฮูด้วย การที่เขาจำเป็นต้องแยกอาลีเบย์ออกมานั้นเพราะอาลีเบย์จำเป็นจะต้องได้รับอนุญาตจากรัฐบาลจีน และทางรัฐบาลปักกิ่งไม่ยอมให้ นักลงทุนต่างชาติเข้ามาควบคุมกิจการธุรกิจออนไลน์ชาวประเทศจีนเพื่อความมั่นคงของประเทศชาติ “ถ้าอาลีเบย์ทำผิดกฎหมายจีนหรือไม่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐบาลจีน บริษัทเตาเบาจะพิการทันที” หม่าพูดไว้ในช่วงนั้น “ถ้าหากเตาเบาพิกลพิการ เราจะสามารถปฏิรูปและพัฒนาอาลีบาบาได้อย่างไร” ในที่สุด อาลีบาบา ยาฮู และซอฟต์แบงค์ก็สามารถที่จะตกลงความแตกต่างเรื่องนี้ได้ แจ๊ค หม่าได้เคยเปรียบเทียบการตัดสินใจเรื่องนี้ว่า เหมือนกับการที่เติ้งเสี่ยวผิงผู้นำจีนจำเป็นต้องตัดสินใจสลายกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงในวันที่ 4 เดือนมิถุนายน ค.ศ. 1989 หรือเหตุการณ์ 6/4 ที่มักจะเป็นข่าวไปทั่วโลก ติดตามต่อไปในบทความหน้าครับ. รศ.ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด boonmark@stammford.edu
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เจ้าพ่อไอทีแห่งเอเชีย (3) – โลกาภิวัตน์
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















วันนี้(6ส.ค.)ที่ห้องบอลรูม โรงแรม S31 สุขุมวิท นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)เปิดเผยถึงกรณีที่สมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พร้อมผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล ยื่นหนังสือเรียกร้องค้านราคาคูปองมูลค่า 690 บาท ต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)นั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เนื่องจากกสทช.ได้ส่งมติข้อสรุปให้คสช.พิจารณาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้จากกรณีดังกล่าว หากคสช.ต้องการข้อมูลเพิ่มเรื่องการปรับมูลค่าเพิ่มนั้น ส่วนตัวมองว่า สามารถปรับเพิ่มจาก 690 บาทได้เนื่องจากความเห็นของฝ่ายกฎหมาย ที่มีผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆ เห็นว่าราคาคูปองเพิ่มขึ้นได้นอกจากนี้เตรียมยกร่างหลักเกณฑ์เกี่ยวกับคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการแลกกล่องเซ็ตท็อปบ็อกซ์ดิจิตอล ได้แก่ ทุนจดทะเบียนบริษัทตั้งแต่ 1-250ล้านบาท เงินหลักประกัน 5% จุดบริการแลกคูปอง 5 แห่ง /จังหวัด จุดบริการหลังการขาย 2 แห่ง/ จังหวัด มีคอลเซ็นเตอร์เพื่อรับเรื่องร้องเรียน แจ้งปัญหาต่างๆ โดยจะนำเสนอกสทช.ในวันที่ 15 ส.ค.นี้ในขณะเดียวกันเตรียมตั้งคณะทำงานวัน สต๊อป เซอร์วิส ร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์(องค์การมหาชน)หรือ สพธอ. และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามทางออนไลน์ เพื่องรองรับกรณีเกิดปัญหาขึ้นกับหน่วยงานใดก็สามารถใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานแก้ไขได้ทันที เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตแนวโน้มสูงต่อเนื่อง 7.2ชั่วโมง ต่อวัน จึงต้องให้ความสำคัญต่อผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต
วันนี้(6ส.ค.)ที่โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) จัดประชุมระดมความคิดเห็นเพื่อป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค กรณี การแลกกล่องแปลงสัญญาณโทรทัศน์ หรือ เซ็ตท็อปบ็อกซ์ ดิจิตอล โดยมีทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และผู้ประกอบการที่ผลิตกล่องเซ็ตท็อปบ็อกซ์ องค์กรผู้บริโภค กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ บก.ปคบ. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทคเข้าร่วมระดมความคิดเห็นน.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช. และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) เปิดเผยว่า เวทีดังกล่าวนี้ เชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกรายมารับฟัง และรับรู้ และหาแนวทางแก้ไข กรณีการแจกใบปลิวเพื่อนำบัตรประชาชนมาแลกกล่องเซ็ตท็อปบ็อกซ์ ดิจิตอล โดยหลังจากนี้จะนำข้อสรุปที่ได้เสนอเข้าคณะอนุคุ้มครองผู้บริโภค และจะนำเข้าที่ประชุมกสท. ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนส.ค.นี้ด้านน.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า จากการทดลองสอบถามไปที่ตัวแทนขายกล่องเซ็ตท็อปบ็อกซ์ พบว่า มีการให้ค่าหัวคิว 15 บาท ต่อราย ที่สมุทสาคร แต่ ในกทม. ให้ 50 บาทต่อราย ซี่งพบว่า ยังมีการดำเนินการแจกกล่องอย่างต่อเนื่อง และยังไม่ได้หยุดการเดินสายขายกล่อง ผ่านผู้นำชุมชน ตามที่ กสทช. ได้ขอความร่วมมือส่วนศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค ระบุว่า สำหรับคูปองราคา 690 บาท นั้นคาดว่าจะมีผู้ประกอบการกล่องเซ็ตท็อปบ็อกซ์ ทำการตลาดแบบไดเร็กเซลล์ มุ่งกระจายไปตามท้องถิ่นเข้าถึงผู้บริโภคทางตรงมากกว่า การไปวางจำหน่ายตามช่องทางร้านค้า แต่ทั้งนี้ต้องมีการออกหลักเกณฑ์อย่างถูกต้องก่อน เสริมสร้างความรู้ให้ประชาชนเข้าใจ และที่สำคัญคือผู้ประกอบการต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องตรงไปตรงมา ส่วนกรณีที่ผู้ประกอบการกล่องเซ็ตท็อปบ็อกซ์ ที่ดำเนินการเก็บบัตรประชาชนแล้วอ้างนำมาแลกกล่องที่ผ่านมาถือว่าเป็นการกระทำที่ผิด เนื่องจากกสทช.ยังไม่กำหนดหลักเกณฑ์อย่างเป็นทางการ