วันนี้(1 ส.ค.)รายงานข่าวจากแอพพลิเคชั่นวีแชท (WeChat) เปิดเผยว่า วีแชทได้ออกเวอร์ชั่นใหม่ 5.3.1 สำหรับระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์และไอโอเอสโดยมีฟีเจอร์ใหม่ที่สามารถเลิกส่งข้อความที่เพิ่งส่งไปไม่เกิน2นาทีกลับมาได้ง่ายๆ เพียงแค่กดค้างบนข้อความที่ส่งออกไปและเลือก“เลิกส่ง” ข้อความที่ส่งไปก็จะหายวับไปเหมือนไม่เคยส่งออกมาเลยนอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์“ติดแท็กชื่อผู้ติดต่อ”โดยการติดแท็กด้วยคำสำคัญที่จะช่วยการค้นหารายชื่อผู้ติดต่อของเราให้ง่ายขึ้น อาทิเช่น “เพื่อนร่วมงาน”“ญาติสนิท”หรือ “เพื่อนสนิท”แล้วการค้นหาชื่อคนก็จะเป็นเรื่องง่ายๆไปในทันที โดยเฉพาะเวลาค้นหาในการแชทแบบกลุ่มสำหรับวิธีติดแท็ก คือเข้าเมนู“ผู้ติดต่อ”และเลือกชื่อผู้ติดต่อกดไปที่การตั้งค่าด้านบนและกด“แก้ไขข้อมูลผู้ติดต่อและตั้งค่าแท็ก”และใส่คำที่จะติด“แท็ก”เข้าไปสำหรับฟีเจอร์“บันทึกข้อความสุดโปรดรวมกันในที่เดียว” เป็นการบันทึกข้อความโปรดของคุณเข้าไปจัดเก็บอยู่ในที่เดียวกันซึ่งจะช่วยให้หาข้อความได้ง่ายๆโดยไม่ต้องเข้าไปหาแยกกันตามข้อความของแต่ละบุคคลวิธีใช้งานฟีเจอร์นี้ คือกดค้างยาวบนข้อความที่ต้องการจะบันทึกและเลือก “อื่นๆ”เลือกข้อความอื่นๆกดเลือกไอคอน“ข้อความโปรด”เพื่อบันทึกอย่างไรก็ตามในวีแชทเวอร์ชั่นใหม่ยังมีหน้าตาสะอาดและเป็นระเบียบมากขึ้นโดยผู้ใช้งานสามารถสไลด์เลือกไปมาในการใช้งานฟีเจอร์สุดโปรดและใช้แท็บค้นหาข้อมูลได้ง่ายๆและเมื่อเชื่อมต่อกับไว-ไฟรูปก็จะได้รับการดาวน์โหลดอัตโนมัติทันทีไม่ต้องกดปุ่มดาวน์โหลดรูปภาพแบบเดิม.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “วีแชท”ออกเวอร์ชั่นใหม่เพิ่มฟีเจอร์เรียกข้อความกลับได้
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















วันนี้(1ส.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(lสำนักงาน กสทช.) น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์กสทช.และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) ด้านคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า ได้เชิญ บริษัท โซกู้ด โกบอล จำกัด และ บริษัท แฟมิลี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เข้ามาหารือเนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการเรียกเก็บสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อรับกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอล รวมทั้งมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมาลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแลกคูปองซื้อกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ดิจิตอลกับบริษัทในราคา 690 บาท ซึ่งเป็นการทำกระทำที่ผิด ส่งผลให้นโยบาย กสทช.เสียหาย เนื่องจาก กสทช.จะแจกคูปองไปยังประชาชนผ่านบริการไปรษณีย์ทุกครัวเรือนและให้ประชาชนนำไปแลกซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีดิจิตอลตามที่ต้องการกับบริษัทที่เข้าร่วมโครงการแลกคูปองกับ กสทช.เท่านั้น ซึ่งขณะนี้ยังไม่เปิดให้บริษัทใดเข้าร่วมโครงการทั้งนี้ได้ให้ บริษัท โซกู้ด โกบอล จำกัด ส่งแผนมาตรการเยียวยาลูกค้า ดำเนินการแก้ไขข่าวประชาสัมพันธ์ ชี้แจ้งข้อเท็จจริงเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดให้แก่ประชาชน ไม่ว่าจะในรูปแบบใบปลิว สื่อโฆษณาต่างๆ มาให้ กสทช.พิจารณาอีกครั้ง ซึ่งหากไม่ปฎิบัติตามต้องถูกแบล็กลิส เหมือนกับ บริษัท วินเนอร์ ดิจิตอล และ บริษัท การศึกษาก้าวไกล ที่ถูกแบล็กลิสห้ามเข้าร่วมโครงการคูปองดิจิตอลกับ กสทช.ในขณะที่ บริษัท แฟมิลี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ในฐานะผู้ที่ผลิตกล่องให้แก่ทั้งบริษัท 2 รายดังกล่าว ให้ดำเนินการส่งเอกสารยอดผลิตกล่องว่ามีจำนวนเท่าไรพร้อมทั้งแจ้งเตือนผู้ประกอบการ 2 ราย ห้ามกระทำความผิดด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. เปิดเผยว่า สำหรับกล่องเซต ทอปบ็อกซ์ ดิจิตอล (ดีวีบีที 2 )ที่จะเข้าร่วมในงานวันสื่อสารแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 2-4 ส.ค. นี้ ซึ่งจัดที่บริเวณสำนักงานกสทช. ซอยพหลโยธิน 8 (สายลม ) กสทช.จะอนุญาตเฉพาะบริษัทกล่องที่ได้รับอนุญาตจากกสทช.เท่านั้น คาดว่ามีประมาณ 70 บริษัทส่วนกล่องที่ไม่ได้รับอนุญาตไม่สามารถนำมาวางจำหน่ายในงานดังกล่าวได้แน่นอน
นางสาวศศิธร กู้พัฒนากุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาดองค์กร บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากดำเนินโครงการซัมซุง สมาร์ท เลิร์นนิ่ง เซ็นเตอร์ (Samsung Smart Learning Center) ซัมซุง สร้างพลังการเรียนรู้แห่งอนาคต ที่มีเป้าหมายในการพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ให้กับเด็กไทย มาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2556 โดยจัดสร้าง ซัมซุง สมาร์ท เลิร์นนิ่ง เซ็นเตอร์ ที่นำนวัตกรรมของซัมซุงและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้รูปแบบใหม่ในโรงเรียน ซึ่งได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยความสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ปัจจุบันมีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการแล้ว 25 แห่ง แบ่งเป็นโรงเรียนนำร่อง ปีที่ 1 จำนวน 10 แห่ง และโรงเรียนต้นแบบในปีที่ 2 จำนวน 15 แห่ง และตั้งเป้าที่จะขยายสู่โรงเรียน 40 แห่ง ภายในปี 2558 สำหรับ ซัมซุง สมาร์ท เลิร์นนิ่ง เซ็นเตอร์ ห้องเรียนแห่งอนาคตของซัมซุง จะเป็นห้องเรียนที่ก้าวข้ามข้อจำกัดในการเรียนแบบเดิมที่เด็กเป็นผู้รับ (Passive Learner) ครูเป็นผู้บรรยาย สู่กระบวนทัศน์ในการจัดการศึกษาใหม่ที่เด็กมีส่วนร่วม (Active Learner) และเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง (Self Learner) ที่เด็กจะสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ สร้างสรรค์ผลงานจากการศึกษาค้นคว้าของตัวเองในสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมศักยภาพผู้เรียน ผ่านการจัดการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม และการทำงานเป็นกลุ่ม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม ทักษะชีวิตและการทำงาน และทักษะด้านข้อมูลสื่อและเทคโนโลยี “เทคโนโลยีใหม่เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถสร้างการเรียนรู้แบบที่มีผู้เรียนเป็นศูนย์กลางได้ ถ้ายังเรียนด้วยวิธีเรียนและวิธีการสอนแบบเดิม ในการดำเนินโครงการจึงให้ความสำคัญการสร้างต้นแบบห้องเรียนแห่งอนาคต โดยมุ่งเน้นการพัฒนาระบบสนับสนุนและการจัดการศึกษารอบด้าน โดยให้เหมาะสมกับโรงเรียนในประเทศไทย และถือเป็นครั้งแรกที่มีการสร้างต้นแบบการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นฐาน” นางสาวศศิธรกล่าว ทั้งนี้จากการดำเนินการดังกล่าวทำให้เกิดโมเดลการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 ในแบบที่เหมาะสมและพึ่งพาตนเองได้ อาทิ ต้นแบบจากโรงเรียนบ้าน-หมี่วิทยาคม จ.ลพบุรี ที่นำไปบูรณาการในวิชาวิทยาศาสตร์, โรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย จ.ขอนแก่น ที่นำกระบวนการและสื่อดิจิตอล ไปพัฒนาต้นแบบการเรียนรู้ในเด็กคละชั้นเรียน ซึ่งเป็นเด็กที่มีการเรียนรู้ช้ากว่าปกติ และโรงเรียนอนุบาลบ้านบางละมุง จ.ชลบุรี นำไปใช้ในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ที่สามารถช่วยให้เด็กที่มีทักษะการอ่านออกเขียนได้ต่ำกลับมาสนใจการเรียนรู้ เป็นต้น อย่างไรก็ดี พบว่าการดำเนินโครงการสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เด็ก โดยเด็กได้รับทักษะสำคัญ 3 อันดับแรก คือ การคิดริเริ่มและสานงานต่อ ทักษะสังคม และการบริหารเวลาและความรับผิดชอบในงาน ส่วนผลที่เกิดขึ้นกับครู จากการติดตามผลพบว่ามีความเข้าใจกับการเรียนการสอนในกระบวนทัศน์ใหม่ในฐานะที่ปรึกษาและเชื่อมั่นในศักยภาพของเด็กมากกว่าที่เคยเป็น สำหรับการดำเนินโครงการในปีที่ 1 มีเด็กที่ได้รับประโยชน์จากการเข้าร่วมโครงการไปแล้วกว่า 13,761 คน และคาดว่าในปีที่ 2 จะมีเพิ่มขึ้นอีก 25,877 คน โดยโครงการนี้ตั้งเป้าจะสร้างประโยชน์ให้เด็กจากการใช้ห้องเรียนแห่งอนาคต ให้ได้ถึง 50,000 คน ภายใน 3 ปี