วันนี้(31ก.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช.และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.)ด้านคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกันระหว่างผู้แทนสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ และกรมอุตุนิยมวิทยา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์กรณีเกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน โดยเบื้องต้นเสนอให้เพิ่มช่วงข่าวเตือนภัยพิบัติหลังข่าวพยากรณ์อากาศประจำวันเพื่อให้ความรู้ประชาชน อัพเดตข่าวสารให้ทันกับสถานการณ์นอกจากนี้ยังขอให้ทีวีดิจิตอลจำนวน 3 ช่อง ที่ยังไม่ส่งแผนเตือนภัยรีบนำส่งสำนักงานกสทช.เพื่อที่จะได้ส่งต่อไปยังศูนย์เตือนภัยพิบัติ เพื่อจะได้ส่งข่าวสาร ให้แก่สถานีโทรทัศน์ ทั้งรูปแบบเตือนภัยปกติเตือนภัยฉุกเฉินเพื่อให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกันสำหรับมาตรฐานข่าวการเตือนภัยจะเริ่มตั้งแต่การมีตัววิ่งแจ้งสถานการณ์ผ่านจอการเพิ่มช่องแจ้งข่าวเป็นกรอบสี่เหลี่ยมเล็กในจอและการตัดเข้าสู่การแจ้งสถานการณ์เต็มรูปแบบเมื่อเกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินร้ายแรงอย่างไรก็ตามที่ผ่านมาศูนย์เตือนภัยพิบัติส่งข้อมูลให้แก่สถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ เพื่อกระจายไปยังฟรีทีวีระบบอะนาล็อกเดิมส่วนทีวีดิจิตอล ต้องหารือว่าจะร่วมกลุ่มกันเหมือนทีวีอะนาล็อกหรือไม่ โดยคาดว่าจะมีการหารือกันอีกครั้งโดยจะเชิญผู้ให้บริการโครงข่ายทั้ง4 รายในการพัฒนาระบบการตัดเข้าสู่เตือนภัยได้หรือไม่
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.หารือทีวีทำหน้าที่เตือนภัยพิบัติ
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















วันนี้ (31 ก.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(สำนักงาน กสทช.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช.เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการให้บริการแอพพลิเคชั่น 2 แซะ เพื่อทำการลงทะเบียนซิมการ์ดระบบเติมเงินทั้งซิมการ์ดเก่า และซิมการ์ดใหม่ ภายใน 1 เดือน มีประชาชนลงทะเบียนแล้วจำนวน 43,000 เลขหมาย แบ่งเป็น บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส จำนวน 19,043 เลขหมาย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 12,875 เลขหมาย บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค จำนวน 8,419 เลขหมาย บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) จำนวน 1,920 เลขหมาย และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) จำนวน 444 เลขหมายทั้งนี้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ เปิดศูนย์ให้บริการรวมกว่า 50,000 จุดทั่วประเทศ และจากนี้ กสทช.จะขยายการลงทะเบียนดังกล่าว โดยการลงบันทึกข้อตกลงร่วมกันกับธนาคาร ห้างฯโมเดิร์นเทรด อาทิ บิ๊กซี เทสโก้ โลตัส ร้านสะดวกซื้อ อาทิ 7-11 ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนมากยิ่งข้ึนนายฐากร กล่าวว่า สำหรับการลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่นดังกล่าว เป็นโปรแกรมการลงทะเบียนผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งประชาชนต้องการใช้บริการลงทะเบียนสามารถมองหาสัญญาลักษณ์ แอพ 2 แซะ โดยมั่นใจว่าจะมีความปลอดภัย ข้อมูลส่วนตัว ไม่รั่วไหล ไม่มีการบันทึกภาพและข้อมูลไว้ในเครื่องแน่นอน เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวจะส่งตรงมาเก็บไว้ในฐานข้อมูลของผู้ให้บริการมือถือ.
รายงานข่าวจากแคสเปอร์สกี้ แลป แจ้งว่า เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาได้มีการจับกุมกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ที่ติดตั้งโปรแกรมดักรหัสผ่านโดยใช้วิธีการตรวจจับการพิมพ์คีย์บอร์ดหรือคีย์ล็อกกิ้ง (Keylogging) ในคอมพิวเตอร์ของโรงแรมหลายแห่งในรัฐเท็กซัสสหรัฐอเมริกา หน่วยสืบราชการลับและกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ จึงได้ประกาศเตือนผู้เข้าพักในโรงแรมทั่วประเทศและแนะนำมาตรการความปลอดภัยซึ่งโปรแกรมคีย์ล็อกกิ้งนี้จะบันทึกการพิมพ์คีย์บอร์ดและส่งข้อมูลบัญชีอีเมลและข้อมูลทางการเงินต่างๆผ่านทางอีเมลของกลุ่มอาชญากรไซเบอร์นายแอรอน สเติร์น ผู้เชี่ยวชาญของแคสเปอร์สกี้ แลป ให้ข้อมูลว่า การใช้งานคอมพิวเตอร์สาธารณะของโรงแรมนั้นอันตรายมากกว่าการใช้งาน ไว-ไฟ สาธารณะ กลโกงคีย์ล็อกกิ้งประเภทนี้ดำเนินการง่ายมาก ผู้เข้าพักโรงแรมจึงควรระมัดระวังการใช้งานคอมพิวเตอร์ของโรงแรมมากเป็นพิเศษการใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วไปสามารถทำได้ เช่น การเช็คผลการแข่งขันกีฬาแต่การเช็คอีเมลและเข้าออนไลน์แบ้งค์กิ้งควรทำผ่านโมบายดีไวซ์ของตนเองเท่านั้นแต่หากจำเป็นจริงๆผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์สาธารณะ ควรระมัดระวังการใช้ล็อกอินส่วนบุคคลสำหรับอีเมลออนไลน์แบ้งกิ้ง ออนไลน์ช็อปปิ้ง การดาวน์โหลดไฟล์ ฯลฯ ตัวอย่างเช่นการตั้งค่าฟอร์เวิร์ดอีเมลไปยังบัญชีอีเมลอื่นประเภท “ใช้แล้วทิ้ง”หรือมีอายุการใช้งานสั้น เช่น Mailinotor และTrashmail หากต้องการเช็คเมลก็เข้าใช้งานจากบัญชีใหม่นี้แทน สำหรับการดาวน์โหลดไฟล์ให้ส่งลิ้งก์ดาวน์โหลดไปยังอีเมลใช้แล้วทิ้ง และดาวน์โหลดจากบัญชีนั้นแทน เป็นต้นนายแอรอน กล่าวอีกว่าวิธีการดังกล่าวอาจไม่ค่อยสะดวกสักเท่าไหร่ แต่เป็นวิธีการป้องกันที่ดีก่อนที่จะต้องวิ่งวุ่นดำเนินการแจ้งความ ติดต่อธนาคาร ตั้งค่าพาสเวิร์ดใหม่สูญเสียข้อมูลการเงินและข้อมูลส่วนบุคคลต่างๆ