นางสาวชาริณี กัลยาณมิตร ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ www.moxyst.com กล่าวว่า ขณะนี้มีความมั่นใจที่จะเป็นเว็บไซต์ให้บริการสินค้าออนไลน์อันดับ1ในอาเซียน เนื่องจากได้ร่วมทีมกับผู้เชี่ยวชาญในการก่อตั้งธุรกิจอีคอมเมิร์ซจากบริษัท Lehman Brotherมากกว่า15ปี และเคยก่อตั้งเว็บไซต์อเมซอนประเทศไทย เว็บไซต์ลาซาด้า (LAZADA) รวมถึงเคยก่อตั้ง PPTV Digital Terrestrial TV Station ในประเทศไทย นอกจากนี้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซยังเป็นที่น่าจับตามองในปัจจุบัน ซึ่งMOXY เป็นหนึ่งในสามตัวแทนธุรกิจออนไลน์จากประเทศไทยที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนในงานนัดพบของวงการไอทีนางสาวชาริณี กล่าวต่ออีกว่า เนื่องจากกลยุทธ์ทางการตลาดที่เป็นจุดเด่น เน้นการแก้ไขจุดบกพร่องในการบริการสินค้าเพื่อสร้างความไว้วางใจให้กับผู้บริโภค หากลูกค้าไม่พอใจในสินค้าก็สามารถส่งคืนได้ มีบริการคืนเงินหลังการซื้อสินค้า ภายใน30วันโดยไม่มีเงื่อนไขและเพิ่มช่องทางที่หลากหลายในการชำระเงิน เพื่อเป็นการสร้างฐานให้ลูกค้ากลับมาซื้อและบอกต่อได้ อาทิ ชำระเงินเมื่อรับสินค้าที่ปลายทาง ชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์แบงค์หรือการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต พร้อมทั้งจัดส่งภายใน48ชั่วโมงด้วยอำนวยความสะดวกและสร้างความโดดเด่นในการจัดส่งด้วยสกู๊ตเตอร์เวสป้าสำหรับMOXYเป็นเว็บไซต์ให้บริการสินค้าออนไลน์ในประเทศไทยจัดจำหน่ายรายการสินค้ากว่า6,000รายการ และมีแนวโน้มที่จะขยายสินค้าเพิ่มเป็น15,000รายการ ภายในไตรมาสที่4ของปี 2557 ซึ่งประเภทสินค้าหลักที่จัดจำหน่าย ได้แก่ เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ สินค้าความสวยความงาม สินค้าประเภทแฟชั่น และสินค้าประเภทตกแต่งบ้านโดยมีสินค้าที่จัดจำหน่ายครอบคลุมทั้งสินค้าแบรนด์ดัง เป็นที่รู้จักรวมทั้งแบรนด์สินค้าที่มีผู้ซื้อเฉพาะบางกลุ่ม
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : MOXY เว็บไซต์ช้อปออนไลน์ หวังเป็นที่ 1ในอาเซียน
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















ปัญหารระบบทุนนิยมอเมริกาที่ถูกสะสมมานานนั้น มักจะเกิดจากวิธีการลงทุนของนักลงทุนที่มุ่งสู่ผลประกอบการเพื่อกำไรในตลาดหุ้นและดึงดูดให้ผู้สนใจเข้ามาลงทุนและโดยมาก ซีอีโอและผู้ลงทุนมักจะมุ่งสู่กำไรระยะสั้นทั้ง ๆ ที่มีเงินสดเหลือเฟือก็เป็นความจริงที่ว่านวัตกรรมที่เสริมสร้างความเข้มแข็งเพื่อการสร้างตลาดแรงงานและธุรกิจลูกโซ่ให้เกิดอย่างต่อเนื่องนั้น ดูแล้วไม่น่าสนใจเท่าใดนัก เพราะว่ากว่าจะได้รายได้ที่เป็นกำไรต้องใช้เวลาหลังจากดำเนินธุรกิจแล้ว 5 ถึง 10 ปี ซึ่งตรงกันข้ามกับนวัตกรรมเพื่อประสิทธิภาพที่มีเพียงแต่ปรับกระบวนการผลิตใหม่ให้เกิดประสิทธิภาพและทำให้ต้นทุนต่ำก็สามารถทำกำไรได้ภายในหนึ่งหรือสองปีทันทีแต่ที่ดูจะแย่กว่านั้นก็คือเงินลงทุนสำหรับนวัตกรรมที่สร้างความเข้มแข็งนั้น นอกจากจะต้องใช้เงินลงทุนมากเพื่อสร้างกิจการให้โต เงินลงทุนมหาศาลนั้นจะต้องใส่ลงในบัญชีงบดุล และแน่นอนนอกจากใช้เงินเยอะก็เกิดค่าใช้จ่ายภาษีและดอกเบี้ยที่ตามมา ส่วนกรณีนวัตกรรมเพื่อประสิทธิภาพนั้นสามารถทำให้ลดเงินก้อนออกจากบัญชีงบดุลได้เลยอย่างเช่น การลดต้นทุนทางด้านสินค้าคงคลังซึ่งเห็นได้ชัดเจนซ้ำแย่กว่านั้นก็คือถ้าหากดูระบบความเสี่ยงทางการเงิน ก็ชัดเจนว่านวัตกรรมเพื่อประสิทธิภาพไม่มีความเสี่ยงทางด้านการเงินเลย แต่การลงทุนเพื่อให้เกิดนวัตกรรมที่สร้างงานสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็งนั้นดูมีภาวะความเสี่ยงที่ตามมามากกว่าหลายเท่า ธนาคารที่ไหนจะชอบความสุ่มเสี่ยง ธนาคารคงจะไม่ค่อยยอมปล่อยให้กู้เพื่อสร้างความเจริญเติบโตเพราะดูเสี่ยงมากกว่า และก็แน่นอนถ้าหากใช้อัตราส่วนทางด้านการเงินไม่ว่าผลตอบแทนด้านการเงินต่อสินทรัพย์ (RONA) หรือผลตอบแทนด้านการเงินต่อการลงทุน (ROIC) อัตราการได้คืนกำไร (IRR) มาเป็นตัววัด ไปนำเสนอธนาคารเพื่อรอกู้ ธนาคารจะต้องเลือกนวัตกรรมเชิงประสิทธิภาพมากกว่าแม้ว่านวัตกรรมเพื่อประสิทธิภาพจะดูดีสำหรับนักลงทุนที่ชอบกำไรระยะสั้น แต่เรามาดูการลงทุนประเภทมุ่งสู่ผลในระยะยาว ซึ่งก็มีแรงกดดันเช่นกัน ตัวอย่างเช่น กองทุนบำเหน็จบำนาญซึ่งถือว่า เป็นประเภทเงินลงทุนระยะยาวหลังเกษียนที่ใหญ่ที่สุดของโลก คือกองทุนนี้ปัจจุบันทั่วโลกมีสินทรัพย์ถึง 900 ล้านล้านบาท แต่ประมาณเกือบ 600 ล้านล้านบาทอยู่สหรัฐอเมริกา ในทางทฤษฎีก็มีพฤติกรรมการลงทุนเหมือน “กองทุนคนป่วย” ผู้บริหารกองทุนบำเหน็จบำนาญมักจะไม่ใจเย็นพอ โดยมากจะใช้เงินก้อนนี้เพื่อการลงทุนในตลาดที่มีผลกำไรเร็ว ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเงินนี้ถ้าหากลงทุนในตลาดที่มีนวัตกรรมประเภทเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจได้และทำให้คนมีงานทำให้ขึ้นได้ แต่มักจะนำเงินลงทุนไปในตลาดที่สามารถทำกำไรได้ในระยะสั้น ไม่ว่าการได้เงินกำไรที่แน่นอนและเร็วเพราะไม่มีความเสี่ยง มีแรงกดดันที่จะต้องทำให้กองทุนเติบโตเร็วพอที่จะต้องจ่ายให้ผู้เกษียณซึ่งมีจำนวนมากขึ้นและมีเงื่อนไขที่จะต้องจ่ายให้มากและให้ทันเวลาตามกำหนด ก็เลยมองข้ามการลงทุนที่เป็นนวัตกรรมที่ให้เกิดผลความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจเมื่อเกือบทุกกองทุนมุ่งสู่ผลกำไรระยะสั้น การลงทุนเพื่อนวัตกรรมในการเสริมสร้างเศรษฐกิจให้เข้มแข็งและเกิดตลาดการสร้างงานก็ไม่มีโอกาสเกิด สภาวะที่ตามมาในปัจจุบันก็คือเศรษฐกิจถดถอย แม้ว่ารัฐบาลพยายามก็จะประกาศเสมอว่าการจ้างงานดีขึ้น แต่เลยก็เป็นเพียงการโฆษณาหาเสียงเท่านั้น แต่ของจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่นอกจากนั้นพฤติกรรมของการลงทุนเยี่ยงนี้ จะทำให้เกิดผลสภาวะเศรษฐกิจที่เลวลง เหมือนคนป่วยนานรักษาเท่าใดก็ยังไม่หายและศิษย์เก่าของวิทยาลัยธุรกิจแห่งฮาร์วาร์ดเองก็ยังคงเป็นเช่นนี้เพราะนักลงทุนที่เป็นศิษย์เก่าฮาร์วาร์ดสามารถนำเสนอโครงการแผนทางธุรกิจสวยหรู โดยใช้สไลด์ที่มีตัวเลขอัตราส่วนผลคืนกำไรสวย ๆ ได้เสมอ เพื่อให้นักลงทุนสนใจหากำไรระยะสั้นจากนวัตกรรมประสิทธิภาพโดยไม่มีความเสี่ยงวิธีการลงทุนเหล่านี้นี่แหละเป็นตัวการก่อปัญหาทำให้เกิด “กองทุนคนป่วย” ขึ้นมา ลงทุนแล้วไม่สามารถสร้างนวัตกรรม ที่ก่อให้เกิดความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในระยะยาวทำให้เศรษฐกิจป่วยยาว ซึ่งสหรัฐเองก็ไม่ต่างจากญี่ปุ่นเท่าใดนัก.รศ.ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล
กสท วางระบบโทรคมนาคมเมียนมาร์โครงข่ายเคเบิลใยแก้วทั้งบนบกและใต้น้ำเชื่อม 3 เส้นทาง มั่นใจรองรับธุรกิจสื่อสารไอทีขยายตัวต่อเนื่อง 10 ปีดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและการขาย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเมียนมาร์โดยเฉพาะด้านโครงข่ายโทรคมนาคมจะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทั้งด้านเศรษฐกิจ รองรับการลงทุนธุรกิจต่างชาติ พัฒนาด้านการศึกษา สาธารณสุข และการให้บริการขั้นพื้นฐานต่าง ๆ แก่ประชาชน เป็นหนึ่งในนโยบายเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของเมียนมาร์ ซึ่งเมียนมาร์มีจุดแข็งด้านการเชื่อมโยงภายในประเทศบวกกับความเชี่ยวชาญของ กสท ในการนำทราฟฟิกออกสู่ต่างประเทศทั่วโลก ผ่านโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำ 6 เส้นทาง จะทำให้สนับสนุนความพร้อมอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดดทั้งนี้ กสท ได้เข้าไปเชื่อมโครงข่ายระบบเคเบิลไทย-เมียนมาร์ตั้งแต่ปี 54 และเปิดให้บริการวงจรสื่อสาร Leased Line เชื่อมโยงระบบการสื่อสารให้กับลูกค้าที่เข้าไปขยายธุรกิจในเมียนมาร์ เช่น กลุ่มธนาคาร และ เอสเอ็มอี แบบครบวงจรในการเชื่อมต่อไปยังทุกประเทศในกลุ่มอินโดจีนและประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก และล่าสุดการเข้าไปเปิดจุดติดตั้งอุปกรณ์รองรับการให้บริการวงจรสื่อสารในเมืองย่างกุ้ง ทำให้การควบคุมคุณภาพบริการมีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้นโดยสามารถบริหารจัดการทราฟฟิกผ่าน POP ได้โดยตรงจากชุมสายหลัก กสท บางรัก โดยตรง.