ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทรูมูฟ เอช ประกาศวางจำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus สมาร์ทโฟนที่ล้ำสมัยที่สุดในประวัติศาสตร์ของiPhone อย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ตุลาคม 2557 ผู้สนใจสามารถสั่งซื้อล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม2557 ได้ที่ www.truemove-h.com/iPhone6/prebooking หรือข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.truemove-h.com/iPhone ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ iPhone สามารถค้นหาได้ที่www.apple.com/iPhone
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทรูมูฟเอชเปิดจองไอโฟน 6และ6พลัส
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















“ดีแทค” เอาใจลูกค้าโพสต์เพด อัดแคมเปญเลิฟบุฟเฟ่ต์ ให้เล่นเน็ตไม่อั้น คาดได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นสิ้นปีอีก 50,000 ราย จากปกติเดือนละ 1 แสนราย นายซิกวาร์ท โวส เอริคเซน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เปิดเผยว่า ด้วยแนวโน้มการใช้งานด้านข้อมูล (ดาต้า) ที่เพิ่มมากขึ้นกว่าการใช้งานด้านเสียง (วอยซ์) ของลูกค้า จึงเปิดตัวแพ็กเกจใหม่ เลิฟบุฟเฟ่ต์ (Love Buffet) เพื่อ ตอบโจทย์การใช้งานรายเดือน ที่โทรฯ ฟรีได้ 16 ชั่วโมง ทุกเครือข่าย และยังใช้อินเทอร์เน็ตได้เต็มความเร็ว โดยไม่มีการลดความเร็วเหมือนแพ็กเกจทั่วไปในท้องตลาด เริ่มต้นราคาที่ 449 บาท ความเร็ว 1 กิกะบิต ราคา 749 บาท ความเร็ว 2 กิกะบิต และ 999 บาท ความเร็ว 3 กิกะบิต กับโปรโมชั่น ลด 50% นาน 3 เดือน อย่างไรก็ตาม โปรโมชั่นดังกล่าว จะไม่มีการลดความเร็วลงตามนโยบายแฟร์ ยูส โพลิซี (เอฟยูพี) ที่เป็นระเบียบจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่ ให้ความเร็วหลังจากหมดโปรโมชั่นเหลือ 128 กิโลบิต แต่ดีแทคจะไม่มีเอฟยูพีคือในทุกแพ็กเกจจะได้ใช้ระดับความเร็วตามโปรโมชั่นที่เหลือไม่มีขั้นต่ำ ทั้งนี้ ดีแทคมีลูกค้ารายเดือน (โพสต์เพด) สิ้นสุดไตรมาส 2 ที่ผ่านมา จำนวน 3.6 ล้านราย ลูกค้าแบบเติมเงิน (พรีเพด) 24.4 ล้านราย โดยปัจจุบันยอดขายซิมใหม่ในระบบโพสต์เพดอยู่ที่เดือนละ 100,000 เลขหมาย และตั้งเป้าหมายมีลูกค้าเพิ่มจากโปรโมชั่นใหม่นี้ถึงสิ้นปีอีก 50,000 ราย “ก่อนหน้านี้ลูกค้าจะเน้นเรื่องการโทรฯ และดีแทคถือเป็นรายแรกที่ออกโปรโมชั่นให้ลูกค้าโทรฯ บุฟเฟ่ต์ทุกเครือข่าย และโปรโมชั่นนี้ถือเป็นอีกโปรโมชั่นที่ดีแทคนำเสนอลูกค้าให้ใช้งานแบบไม่อั้นและได้โทรฯ ข้ามค่ายแบบบุฟเฟ่ต์เช่นกัน ซึ่งแพ็กเกจดังกล่าวจะทำให้ลูกค้าได้เข้าถึงประสบการณ์การใช้งาน 3 จีอย่างแท้จริง” ด้านนายชัยยศ จิรบวรกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มลูกค้า ดีแทค กล่าวว่า ในแพ็กเกจนี้ดีแทค ใช้งบทำตลาด 40-50 ล้านบาท ในช่วง 3 เดือน ส่วนของการให้บริการลูกค้า ดีแทคได้ปรับการให้บริการแนวทางการดูแลลูกค้าแบบใหม่ให้เข้าถึง และตอบโจทย์การให้บริการลูกค้าได้ดีมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังใช้งบลงทุนปรับปรุงระบบใหม่อีก 40 ล้านบาท เช่น การรับฟังทุกเสียงของลูกค้าผ่านช่องทางที่หลากหลาย อาทิ ดีไอวาย ทัช สกรีน ที่สามารถให้บริการโปรโมชั่น แพ็กเกจและการแจ้งปัญหาเกี่ยวกับการใช้งาน ลูกค้าสามารถแนะนำการให้บริการได้ง่ายและรวดเร็ว นอก จากนี้ ยังมีช่องทางอื่น ที่ให้ลูกค้าได้ติชมแนะนำการให้บริการ เช่น ดีแทค แอพพลิเคชั่น ดีแทค เว็บไซต์ เป็นต้น.
ฟรอสต์ เผยแม้เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวแต่ตลาดสมาร์ทโฟนไทยยังโตได้ไม่ต่ำกว่า 30% หรือประมาณ 13 ล้านเครื่อง ชี้อานิสงส์จากคนเล่นโซเชียลมากขึ้น และสมาร์ทโฟนถูกลง นายธีระ กนกกาญจนรัตน์ นักวิเคราะห์ อุตสาหกรรมไอซีทีอาวุโส จากบริษัท ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน องค์กรให้คำปรึกษาและวิจัยระดับโลก เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนไทยว่า ภายในสิ้นปีนี้ คาดว่ายอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนในประเทศไทยจะเติบโตมากกว่าปีที่แล้วไม่ต่ำกว่า 30% หรือประมาณ 13 ล้านเครื่อง โดยได้อานิสงส์จาก 3 ปัจจัยหลัก คือ สภาพตลาดสมาร์ทโฟนรุ่นประหยัดที่มีตัวเลือกมากขึ้น ความต้องการใช้งานโซเชียล มีเดียที่เพิ่มขึ้น และความนิยมของการทำธุรกรรมพาณิชย์ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือโมบายคอมเมิร์ซที่มีมากขึ้น ทั้งนี้ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ตลาดสมาร์ทโฟนเติบโตขึ้นมาก บริษัทผู้ผลิตสมาร์ท โฟนทยอยนำสินค้ารุ่นใหม่ ๆ ออกสู่ตลาด ด้วยราคาที่ลดต่ำลงส่งผลให้คนไทยหันมาเลือกซื้อสมาร์ทโฟนมากขึ้นแทนที่โทรศัพท์ฟีเจอร์โฟนแบบดั้งเดิม ซึ่งฟรอสต์ ประเมินว่า ถึงสิ้นปีนี้ ยอดขายโทรศัพท์สมาร์ทโฟนในไทยจะอยู่ที่ประมาณ 60% ของตลาดมือถือทั้งหมด และอีก 40% จะเป็นโทรศัพท์ชนิดฟีเจอร์โฟน นอกจากนี้ ปัจจัยหลักอีกประการที่ผลักดันการเติบโตของตลาดสมาร์ทโฟนในไทย คือกระแสความนิยมการใช้งานโซเชียล มีเดีย ซึ่งจากผลสำรวจพบว่าคนไทยใช้เวลาโดยเฉลี่ย 3.1 ชั่วโมงต่อวัน กับการออนไลน์บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ และโดยเฉลี่ย 2.6 ชั่วโมงต่อวันเพื่อท่องโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นเวลาที่มากกว่าเวลาที่ใช้กับสื่ออื่น ๆ เช่น การดูโทรทัศน์ นายธีระ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปริมาณสมาร์ทโฟนจะเติบโตขึ้น แต่เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัวดีนัก ทำให้สมาร์ทโฟนที่ทำตลาดได้ดีนั้นเป็นรุ่นที่มีราคาไม่สูง มูลค่าโดยรวมของการซื้อขายในตลาดอาจไม่เติบโตจากปีที่แล้วมากนัก แม้ว่าจำนวนเครื่องที่จำหน่ายจะมีจำนวนมากขึ้นก็ตาม.