วันนี้(13 ตค.57)ที่โรงแรมเดอะสุโกศล กรุงเทพ ฯมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดแถลงข่าวการประกาศผลรางวัลเทคโนโลยีดีเด่น และ นักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ประจำปี2557 โดยรศ.ดร.ศักรินทร์ภูมิรัตน ประธานกรรมการรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่นเปิดเผยว่า รางวัลดังกล่าว มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์ฯ จัดขึ้น เพื่อให้คนในสังคมไทยตระหนักถึงความสำคัญของเทคโนโลยีควบคู่ไปกับวิทยาศาสตร์และสร้างแรงกระตุ้นให้นักวิจัยไทยมีกำลังใจในการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ของประเทศ ซึ่งการจะก้าวกระโดดขึ้นเป็นผู้นำในแวดวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือการนำยุทธศาสตร์และองค์ความรู้ของนักวิจัย ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกมาต่อยอดใช้งานเชิงพาณิชย์ให้ได้มากที่สุดซึ่งจะต้องส่งเสริมเอสเอ็มอีไทยให้แข่งขันได้ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของเศรษฐกิจไทยและการดีดตัวหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางได้สำเร็จสำหรับปีนี้ คณะกรรมการ ฯได้มีมติมอบรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่นประเภทกลุ่ม ให้กับ ดร.วารินทร์ ธนาสมหวัง ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการประมง และคณะวิจัยจากกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งประสบความสำเร็จในการพัฒนาเทคนิคการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งที่ช่วยเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำได้ประมาณ 5 % ส่วนรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่น ประเภทบุคคล คือ รศ.ดร.เจษฎาวรรณสินธุ์ ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และวัสดุ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(มอ.) ซึ่งคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีการหล่อโลหะแบบสเลอร์รี่เพื่อลดข้อจำกัดและขั้นตอนการโลหะแบบเดิม และช่วยลดต้นทุนให้กับโรงงานอุตสาหกรรมได้ไม่ต่ำกว่า10 %ดร.วารินทร์ ธนาสมหวัง กล่าวว่า ปัจจุบันปริมาณสัตว์น้ำทะเลลดลงอย่างต่อเนื่องขณะที่ผู้บริโภคมีจำนวนมากขึ้นจึงจำเป็นต้องมีการนำเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเข้ามาช่วยเพื่อสร้างความมั่งคงและความปลอดภัยทางด้านอาหาร โดยงานวิจัยหลัก ๆ ที่ทำอยู่มีทั้งการพัฒนาการผลิตพันธุ์กลุ่มปลากะรังซึ่งเป็นปลาเศรษฐกิจราคาแพงและเพาะเลี้ยงได้ยากมีการจัดทำต้นแบบและเทคนิคการเพาะเลี้ยงจนทำให้สามารถผลิตลูกพันธุ์ที่มีอัตราการรอดตายสูงขึ้นช่วยลดการนำเข้าลูกพันธุ์จากต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีการวิจัยเทคโนโลยีผลิตลูกพันธุ์ปูม้า ที่ฟักจากไข่บนตับปิ้งของแม่ปู่ซึ่งอยู่นอกกระดองและเป็นของเหลือทิ้งในโรงงานต้มปูการพัฒนาการตรวจสอบสารเคมีอันตรายเพื่อลดการปนเปื้อนในสินค้าประมง และการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆในการเพาะพันธุ์และปรับปรุงพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่งซึ่งอนาคตจะพัฒนาให้สามารถเพาะเลี้ยงในเขตทะเลที่ไกลออกไปจากชายฝั่งได้มากขึ้นซึ่งจากงานวิจัยเหล่านี้คาดว่าจะช่วยทำให้มีผลผลิตสัตว์น้ำจากการเพาะเลี้ยงเพิ่มขึ้นประมาณ5 %ด้านรศ.ดร.เจษฎา วรรณสินธุ์ กล่าวว่างานวิจัยที่ทำเน้นตอบตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสหากรรม โดยนำเทคโนโลยีการหล่อโลหะแบบสเลอร์รี่ซึ่งเป็นกระบวนการหล่อโลหะ รูปแบบใหม่ ที่ช่วยลดปัญหาเรื่องอายุแม่พิมพ์และเวลาที่ใช้ในการผลิตน้อยลงขณะเดียวกันงานที่ได้ก็มีคุณภาพที่ดีขึ้นลดการเกิดโพรงอากาศในชิ้นงาน ทำให้โรงงานผลิตสามารถลดต้นทุนได้ไม่ต่ำกว่า 10% ปัจจุบันมีการนำไปผลิตเพื่อจำหน่ายแล้วทั้งในและต่างประเทศนอกจากนี้ยังมีการนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ โดยร่วมกับคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พัฒนาและผลิตเป็นขาเทียมใต้เข่าที่มีน้ำหนักเบาซึ่งได้มีการผลิตและบริจาคให้กับผู้พิการได้ใช้งานจริงแล้วเป็นจำนวนมากนอกจากนี้ ยังมีการประกาศรางวัลนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ประจำปี 2557 ให้กับ ดร.ปราการเกียรติยังคง จากสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จากผลงานวิจัยเรื่อง SensibleTABหุ่นยนต์ฟื้นฟูการเคลื่อนไหวแขน และ ดร.บรรพท ศิริเดชาดิลก จากหน่วยเทคโนโลยีชีวภาพทางการแพทย์ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จากผลงานวิจัยเรื่อง วิธีการสร้างไวรัสจำพวกpositive-sense RNA ที่ง่ายและเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ทางพันธุกรรม
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นักวิจัยกรมประมง –นักเทคโนโลยีหล่อโลหะมอ.คว้านักเทคโนโลยีดีเด่น 2557
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สดร. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เก็บภาพชุดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงมาฝากคนไทย ในช่วงวินาทีสุดท้ายก่อนที่ดวงจันทร์จะออกจากคราส ตั้งแต่เวลาประมาณ 18.24 น. ที่เห็นเสี้ยวดวงจันทร์จาง ๆ สีแดงอิฐอยู่บนท้องฟ้าเหนือเมืองเชียงใหม่ ทีมงานโดยนายธนกฤต สันติคุณาภรต์ ใช้เวลาราว ๆ ยี่สิบวินาที หลังจากที่มองเห็นดวงจันทร์ในการโยกกล้องเพื่อปรับมุมมองภาพให้เห็นปรากฏการณ์จันทรุปราคาดังกล่าว แล้วบรรจงกดชัตเตอร์เก็บซีรีส์ปรากฏการณ์จันทรุปราคาขาออกจากเงาของโลกไว้ให้ได้ดูเป็นครั้งสุดท้ายของปีนี้.
สถาบันไอเอ็มซี ชี้เปลี่ยนชื่อกระทรวงไอซีทีไม่ใช่ตัวแปรนำประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิตอล ระบุสิ่งแรกที่ต้องทำคือแก้กฎหมายระเบียบราชการก่อน พร้อมวางโครงสร้างพื้นฐานไอซีทีให้ครอบคลุม ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการ สถาบันไอเอ็มซี (I MC) กล่าวว่า การที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) จะปรับเปลี่ยนชื่อกระทรวงนั้นเห็นว่าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อเพื่อก้าวเข้าสู่ดิจิตอล อีโคโนมีหรือตามนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลของรัฐบาล ทั้งนี้ การที่ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบโดยให้กระทรวงไอซีทีเป็นศูนย์กลางนั้น จะต้องแก้ไขกฎหมาย โดยเฉพาะระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างควรทำให้เป็นระบบ ซึ่งระบบราชการยังพบว่ามีปัญหาอยู่เพราะความล่าช้าของระบบที่ไม่สามารถแข่งขันกับเอกชนได้ นอกจากนี้ กระทรวงไอซีทีจะต้องวางโครงสร้างพื้นฐานให้ครอบคลุมโดยเฉพาะการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชาชนทั่วทั้งประเทศที่ยังกระจุกตัวอยู่แต่ในกลุ่มคนเมือง ซึ่งดูจากตัวเลขการใช้บรอดแบนด์ประเทศไทยถือว่ามีตัวเลขที่สูงกว่ากลุ่มอาเซียน ซึ่งอีกสาเหตุที่จะก้าวเข้าสู่ดิจิตอล อีโคโนมี นั้น ความรู้ความเข้าใจในการใช้งานดิจิตอลซึ่งประชาชนยังขาดความรู้ความเข้าใจ ทำให้การใช้งานไม่เกิดประโยชน์ “คนไทยตื่นตัวกับระบบดิจิตอล แต่ยังใช้งานไม่เกิดประโยชน์ อย่างเช่นการใช้งานเฟซบุ๊กที่ไทยมีตัวเลขที่สูง แต่ใช้งานแค่ความบันเทิงซะส่วนใหญ่ อีกทั้งประเทศไทยยังขาดซีอีโอที่แท้จริงในการกำกับการทำงาน เช่นหน่วยงานต่าง ๆ ในไทยมีหน่วยงานเยอะและมีซีอีโอทุกหน่วยงาน จึงทำให้การทำงานไปคนละทิศทาง แตกต่างจากสิงคโปร์ที่มีซีอีโอคนเดียวเป็นคนกำกับ” ดร.ธนชาติ กล่าว.