บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด นำโดย มร. ยูโซะ ชิบะกรรมการผู้จัดการ มร. คัตสุฮิโตะ ทาคาตะผู้จัดการแผนกการตลาดผลิตภัณฑ์ดิจิตอล อิมเมจจิ้ง ร่วมกันมอบกล้องดิจิตอลมิเรอร์เลส จำนวน 4เครื่อง ให้แก่กลุ่มงานเก็บกู้ และตรวจพิสูจน์ระเบิดกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พันตำรวจเอก กำธร อุ่ยเจริญผู้กำกับกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์ระเบิด เป็นผู้รับมอบ กล้องดิจิตอลดังกล่าวทั้ง 4 เครื่อง จะถูกนำไปใช้ในภารกิจหลักของกอง ฯ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน อาทิการตรวจสอบสถานที่ที่มีเหตุพบวัตถุต้องสงสัย เหตุพบวัตถุระเบิด เหตุลอบวางระเบิดรวมทั้งการป้องกันการก่อวินาศกรรม การอารักขาแด่พระบรมวงศานุวงศ์รวมทั้งการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งในการปฏิบัติภารกิจนั้นมีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ ที่มีคุณภาพ และมีความแม่นยำสูงซึ่งรวมถึงกล้องดิจิตอลที่ต้องแสดงภาพที่ละเอียด ชัดเจนเนื่องจากต้องใช้ภาพถ่ายเป็นวัตถุพยานเพื่อใช้ในการสืบสวนและเป็นหลักฐานในชั้นศาลต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : โซนี่มอบกล้องมิเรอร์เลสให้ตำรวจหน่วยกู้ระเบิด
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















สองเยาวชนไทยที่จะได้ร่วมงานดังกล่าวคือนายสิรพัชร บุญยะปาน นิสิตคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนางสาวอัสมานาคเสวี นักศึกษา คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยชินวัตร จากเวิร์คช็อป “Safe Internet” ภายใต้โครงการdtac & Telenor Youth Summit 2014ซึ่งได้จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีในการคัดเลือกตัวแทนเยาวชนไทยเข้าร่วมเปิดโลกกว้างไปกับเพื่อนเยาวชนจากทั่วมุมโลกที่จะมาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับสื่อดิจิทัลและอินเทอร์เน็ตที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสังคมโดยมีองค์กรและผู้เชี่ยวชาญระดับโลกมาให้ความรู้ ในงาน Telenor YouthSummit วันที่ 9-11ธันวาคม 2557 ณ กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ ไฮไลท์ของการได้ไปที่นอร์เวย์คือโอกาสที่ได้เข้าร่วมงานแจกรางวัลโนเบลสันติภาพ หรือ Noble Peace ซึ่งเป็นโอกาสที่หาไม่ได้ง่ายๆ และมีโอกาสพบกับ มาลาลา ยูซาฟไซเด็กที่ได้รับรางวัลสันติภาพโนเบล 2014 ที่อายุน้อยที่สุดเพียง 17ปีเท่านั้น เธอมีหัวใจที่เข้มแข็งและกล้าหาญที่ผ่านมาเธอต้องต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพทางการศึกษาท่ามกลางความรุนแรงภายในประเทศจน มาลาลา ได้ถูกมือปืนตอลิบาน (Taliban) ยิงศีรษะจนเกือบเสียชีวิตแต่เธอก็ยังคงยืนหยัดต่อสู้ด้วยความหวังที่ว่าจะให้เด็กหญิงทั่วโลกได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน ตัวแทนเยาวชนไทยนอกจากจะได้รับประสบการณ์สูงสุดข้างต้นที่หาที่ไหนไม่ได้แล้วยังได้รับเกียรติให้เป็นทูตเยาวชนในโครงการ “dtac Safe Internet” เพื่อเผยแพร่และให้ความรู้ในเรื่องของเยาวชนไทยกับสื่อดิจิทัลและอินเทอร์เน็ตอีกด้วย นายซิคเว่ เบรคเก้รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือดีแทค ได้กล่าวในงานเปิดกิจกรรมเวิร์กชอปครั้งนี้ว่า “ชาวไทยเป็นกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่มีการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างสูงในระยะหลังจนมากกว่ากลุ่มผู้ใช้ในทวีปยุโรปถึง2 เท่า โดยมีสถิติใช้เว็บไซต์ YouTube พุ่งสูงขึ้นเป็นอันดับ2 ของโลก จึงตั้งใจให้ดีแทคเป็นผู้นำด้านการให้บริการอินเตอร์เน็ตในประเทศไทย (The LeadingMobile Internet Operator)” ผู้บริหารดีแทค มองว่าเยาวชนในไทยใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุดในเอเชียทำให้รู้สึกกังวลถึงความไม่ปลอดภัยในการใช้อินเทอร์เน็ตของเยาวชนไทยเพราะสามารถเข้าถึงคอนเทนต์ต้องห้ามต่างๆได้อย่างง่ายดายหากไม่มีการให้ความรู้ที่ถูกต้อง ดังนั้น เวิร์คช็อป ‘Safe Internet’ ครั้งนี้จึงมีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับประเทศไทยและประเทศไทยจะเป็นต้นแบบในการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างถูกต้องและปลอดภัยให้แก่เยาวชนประเทศอื่นๆในเอเชียด้วย
วีเอ็มแวร์เดินหน้าดันธุรกิจไทยใช้ซอฟต์แวร์บริหารจัดการองค์กร หลังผลสำรวจชี้ภาพรวมขององค์กรธุรกิจไทยใช้เวอร์ช่วลไลเซชั่นมากขึ้น วีเอ็มแวร์ อิงค์ ผู้นำด้านระบบเวอร์ช่วลไลเซชั่นและโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ ได้เปิดเผยถึงผลสำรวจความคิดเห็นในประเด็นความสำคัญด้านไอทีสำหรับองค์กรธุรกิจในปี 2558 รวมถึงบทบาทของเวอร์ช่วลไลเซชั่นและการใช้ซอฟต์แวร์จัดการดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย โดยระบุสามประเด็นหลักที่องค์กรธุรกิจให้ความสำคัญในปี 2558 คือความต่อเนื่องทางธุรกิจ ค่าใช้จ่าย และความปลอดภัย ซึ่งภาพรวมขององค์กรธุรกิจไทยกว่า 30% มีการใช้เวอร์ช่วลไลเซชั่นภายในองค์กรไปแล้วประมาณ 30-60% และอีก 35% คาดว่าเวอร์ช่วล ไลเซชั่นในองค์กรจะมีการใช้งาน 60-90% ภายในเวลา 2 ปี ทั้งนี้องค์กรธุรกิจให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนมาใช้งานเวอร์ช่วลไลเซชั่นและใช้ซอฟต์แวร์จัดการดาต้าเซ็นเตอร์ (Soft ware-Defined Data Centers) คาดว่าส่งผลมาจากประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำเวอร์ช่วลไลเซชั่น ภายใต้สภาพแวดล้อมทางการเมืองในประเทศไทยที่มีความไม่แน่นอนในปัจจุบัน ซึ่งองค์กรที่จะประสบความสำเร็จ คือ องค์กรที่สามารถจัดหาการบริการรูปแบบใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงสามารถขยายขนาดตามการเติบโตของธุรกิจ ภายใต้การใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ดีวีเอ็มแวร์เชื่อว่าการเพิ่มการรับรู้และให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีดังกล่าวในประเทศไทยจะมีส่วนช่วยให้ประเทศสามารถจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ซึ่งจากดรรชนีทางเศรษฐกิจของดาต้าเซ็นเตอร์ที่วีเอ็มแวร์ทำร่วมกับไอดีซี คาดว่าองค์กรธุรกิจในประเทศไทยจะสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 1,390 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 45,454 ล้านบาท ระหว่างปีพ.ศ. 2546-2563 จากการทำเวอร์ช่วลไลเซชั่นบนเครื่องประมวลผล สตอเรจ และเน็ตเวิร์ก ฮาร์ดแวร์ และใช้ประโยชน์จากการใช้ซอฟต์แวร์ในการจัดการด้านไอที ซึ่งค่าใช้จ่ายที่ลดลงมาจากการประหยัดค่าใช้จ่ายในสี่ส่วนสำคัญคือ ค่าใช้จ่ายด้านฮาร์ดแวร์ ประมาณ 21,000 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายสำหรับพื้นที่ใช้สอยและการบำรุงรักษา ประมาณ 454 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายด้านการบริหารจัดการ ประมาณ 15,000 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายบนระบบพาวเวอร์และคูลลิ่ง ประมาณ 9,000 ล้านบาท ดร.ชวพล จริยาวิโรจน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยและอินโดจีน วีเอ็มแวร์ กล่าวถึงผลสำรวจดังกล่าวว่า การเดินหน้าผนวกการใช้เวอร์ช่วลไลเซชั่นในองค์กรธุรกิจไทยเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องและจะส่งผลประโยชน์ต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะประเทศไทยเป็นตลาดสำคัญที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคนี้ ค่าใช้จ่ายที่สามารถประหยัดได้จากการใช้งานเทคโนโลยีที่ถูกต้องจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและช่วยให้องค์กรสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในการเพิ่มความแข็งแกร่งและพัฒนาทักษะด้านอื่น ๆ ที่ขาดหายไปในองค์กร “โมเดลไอทีแบบเก่าไม่เพียงพอสำหรับการใช้งานไอทีในยุคซอฟต์แวร์ ดีฟายด์ (software defined era) ในปัจจุบันที่ทุกอย่างถูกจัดการด้วยซอฟต์แวร์ เพราะองค์กรธุรกิจแบบเดิม ๆ ถูกท้าทาย และไอทีจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อความต้องการธุรกิจให้ทันท่วงที ในประเทศไทยเรากำลังอยู่ในยุคถัดไปของเทคโนโลยีที่ไอทีต้องปรับตัวให้ทันกับความรวดเร็วของธุรกิจโดยใช้ซอฟต์แวร์ในจัดการ (software defined enterprise) เพื่อช่วยสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับองค์กร จากความมุ่งมั่นในการช่วยองค์กรธุรกิจไทยในการประหยัดค่าใช้จ่ายตามผลสำรวจ วีเอ็มแวร์ เดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการลงทุนวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและโซลูชั่นต่าง ๆ ที่จะช่วยตอบสนองการใช้งานภายในองค์กรธุรกิจได้อย่างเหมาะสม” ดร.ชวพล กล่าว.