กระทรวงไอซีที ปัดฝุ่นศูนย์ไอซีทีชุมชมทั่วประเทศ เล็งเลิกศูนย์ที่บริหารจัดการไม่คุ้มทุน พร้อมดึงงบเหลือ 3.7 พันล้านบาท จากโครงการแท็บเล็ตไวไฟ ฯ เชื่อมต่อการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและบริการสาธารณสุขทั่วประเทศนายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า อยู่ระหว่างติดตามผลการติดตั้งศูนย์ไอซีทีชุมชน ที่ปัจจุบันมีการติดตั้งไปแล้วกว่า 2,000 แห่ง ทั่วประเทศ โดยจะต้องดูว่าที่ติดตั้งไปแล้วนั้นประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด และพื้นที่ไหนบ้างที่ไม่ประสบความสำเร็จ และไม่ประสบความสำเร็จเพราะอะไร และควรจะบริหารต่อในจุด ๆ นั้นหรือไม่ เพราะต้องใช้งบประมาณบริหารประมาณเดือนละ 7,000 บาทต่อจุด ซึ่งถึงแม้ว่าค่าบริหารจัดการจะไม่สูงแต่ก็ต้องดำเนินการให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับในส่วนที่จะต้องติดเพิ่มเติมตามโครงการอีก 300 แห่ง งบประมาณ 40 ล้านบาทนั้น อยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้งนี้ กระทรวงไอซีทีจะร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข นำงบประมาณจำนวน 3.7 พันล้านบาท ที่เหลือจากโครงการแท็บเล็ตไวไฟ มาดำเนินการเพื่อให้บริการประชาชนทั้งในเรื่องของการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและการเข้ารับบริการในสถานพยาบาลพื้นที่ห่างไกลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น“ใน 1 เดือนนี้ ทั้ง 4 กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องสรุปโมเดลให้แล้วเสร็จว่าจะเชื่อมต่อที่จุดไหนบ้าง ดูว่าจุดไหนไม่ได้ผลเป็นเพราะอะไร ที่ไหนประสบความสำเร็จเพราะอะไร และควรเอาจุดไหนออกบ้าง ซึ่งหากสรุปเรียบร้อยแล้วก็จะหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อบริหารจัดการให้ศูนย์ไอซีทีชุมชนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและอยู่ได้” นายพรชัย กล่าว.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ก.ไอซีทีปัดฝุ่นศูนย์ไอซีทีชุมชน
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















เดินหน้าโครงการ “Thai Delicious” (ไทย ดิลิเชียส) ภายใต้ยุทธศาสตร์ประเทศ “ครัวไทยสู่ครัวโลก” วันนี้..สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. ประกาศความสำเร็จของโครงการที่ให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารไทยอย่างครบวงจรตั้งแต่การพัฒนาระบบบริหารจัดการคุณภาพและความปลอดภัยของวัตถุดิบอาหารไทย การพัฒนาสูตรมาตรฐานอาหารไทย และการพัฒนาเครื่องมือตรวจวัดรสชาติอาหารไทย…เพื่อให้รสชาติอาหารไทย กินที่ไหนก็“อร่อย” เหมือนกันทั่วโลก…“นายศุภชัย หล่อโลหการ”ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สนช. บอกว่า ที่ผ่านมา สนช. สนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมในโครงการไปแล้ว 14 โครงการ วงเงินสนับสนุนกว่า 23.5 ล้านบาท
ฟองน้ำห้ามเลือดในการผ่าตัด จากแป้งข้าวเจ้าดัดแปร คว้ารางวัลนวัตกรรมข้าวไทยปีนี้ ชี้ช่วยเพิ่มมูลค่าข้าวไทย ลดการนำเข้าวัสดุทางการแพทย์ราคาแพงดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานมูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประธานกรรมการตัดสินรางวัลนวัต กรรมข้าวไทย กล่าวว่า มูลนิธิฯ ร่วมกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. จัดการประกวด “รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย” มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมข้าวไทยให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ทั้งระบบด้วยองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยปีนี้ ผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่ง ระดับอุตสาหกรรม คือ “ฟองข้าวสุรดา” ฟองน้ำห้ามเลือดทางศัลย ศาสตร์จากแป้งข้าวเจ้านพ.สิทธิพร บุณยนิตย์ กรรมการผู้จัดการบริษัท บุณยนิตย์วัสดุแพทย์ จำกัด ผู้พัฒนาฟองข้าวสุรดา เปิดเผยว่า ได้รับรางวัลนวัตกรรมข้าวไทยเป็นปีที่สอง โดยปี 2556 ได้รับรางวัลชนะเลิศเช่นกันจากผลงาน แผ่นเจลข้าวกรดห้ามเลือดที่เรียกว่า “ข้าววรางกูร” โดยใช้เป็นวัสดุห้ามเลือดในการผ่าตัด สำหรับปีนี้นำแป้งข้าวเจ้าดัดแปรของไทยมาต่อยอดพัฒนาเป็น “ฟองข้าวสุรดา” ฟองน้ำห้ามเลือดในห้องผ่าตัด ทดแทนวัสดุห้ามเลือดที่ทำจากเจลาติน ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศและมีราคาแพงฟองน้ำที่พัฒนาขึ้นจะใช้กับแผลผ่าตัดที่บริเวณอวัยวะอ่อนนุ่มเช่น ตับ ปอด สมอง ลำไส้ มดลูก ทวารหนัก ซึ่งมีการตกเลือดแบบความดันต่ำจากหลอดเลือดฝอยหรือหลอดเลือดดำ ราคาถูกกว่านำเข้า 3 เท่า ผ่านการทดสอบใช้งานในโรงพยาบาลต่าง ๆ จดสิทธิบัตรแล้ว และอยู่ระหว่างการจัดจำหน่ายอย่างไรก็ดี ปีนี้โครงการรางวัลนวัต กรรมข้าว ได้มอบรางวัลพิเศษ ให้กับผลงาน “นาโนซิลิกอน” สำหรับใช้เป็นขั้วไฟฟ้าในแบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออน ของภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอน แก่น เนื่องจากมีศักยภาพในการเป็นนวัตกรรม โดยเป็นการผลิตนาโนซิลิกอนจากแกลบ วัสดุเหลือใช้จากกระบวนการสีข้าวของไทย ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้สามารถนำมาทำเป็นขั้วไฟฟ้าในแบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไออนในอนาคต ปัจจุบันสามารถผลิตได้ในระดับห้องปฏิบัติการ.