รมว.ไอซีที เล็งเสนอสร้างดาวเทียมภาครัฐไว้ใช้เอง ระบุ หวังแก้ปัญหาความมั่นคงและเพิ่มประสิทธิภาพบริการภาครัฐ คาดใช้งบกว่า 7 พันล้านบาทต่อดาวเทียม 1 ดวง นายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ได้ให้คณะกรรมการกิจการอวกาศแห่งชาติไปศึกษารายละเอียดการสร้างดาวเทียมภาครัฐ เพื่อนำมาใช้เฉพาะการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ โดยจะแก้ปัญหาเรื่องความมั่นคงของประเทศ ทั้งนี้จะแยกกับส่วนที่เป็นพาณิชย์ชัดเจน เพราะปกติรัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเช่าสัญญาณดาวเทียมแก่เอกชนประมาณปีละ 7,000-8,000 ล้านบาท เพื่อให้ 7 กระทรวงในไทยได้ใช้งาน อาทิ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย ทั้งนี้ หากรัฐมีดาวเทียมไว้ใช้เองก็จะไม่ต้องเสียค่าเช่าสัญญาณดาวเทียมให้เอกชน โดยเบื้องต้นตั้งงบประมาณในการสร้างดาวเทียม 1 ดวง อยู่ที่ 7,000-8,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเอกชนสามารถทำงานได้ในตอนนี้ เพราะรัฐยังต้องใช้ดาวเทียมของเอกชนอยู่ อีกทั้งหากมองในเรื่องของการรักษาความลับหรือความมั่นคงของชาติจำเป็นจะต้องมีดาวเทียมไว้ใช้เอง และรัฐดูแลเอง ดังนั้น แนวคิดการมีดาวเทียมดังกล่าวจึงต้องศึกษาอย่างละเอียดรอบคอบ เพราะการสร้างดาวเทียมเองจะต้องใช้งบในการดูแลส่วนนี้เช่นกัน นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้นางเมธินี เทพมณี ปลัดกระทรวงไอซีที เร่งแก้ไขปัญหาของสัญญาสัมปทานดาวเทียม กับ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ให้แล้วเสร็จใน 3 เดือนต่อจากนี้ อาทิ ประเด็นดาวเทียมไอพีสตาร์ (ไทยคม4) ที่ไม่ได้อยู่ในสัญญาสัมปทานนั้น จะมีการคำนวณค่าปรับและค่าใช้จ่ายระหว่างกันอย่างไร และไทยคมจะต้องเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของกลุ่มอินทัช หรือ กลุ่มชินคอร์ปให้อยู่ในสัดส่วน 51% ตามสัญญาเดิม จากปัจจุบันอยู่ที่ 40-41% ส่วนดาวเทียมไทยคม 6 อยู่ระหว่างการตรวจสอบทรัพย์สินเพื่อส่งมอบให้กระทรวงไอซีทีตามสัญญาสัมปทาน เป็นต้น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รมว.ไอซีทีเล็งสร้างดาวเทียมภาครัฐ
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















วันนี้(30 ตุลาคม 57) ที่โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ หัวเว่ย เทคโนโลยี่ เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด "หัวเว่ย แอสเซนด์ เมท เซเว่น” (HUAWEI Ascend Mate7)ในประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียนนายหยาง ฉู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หัวเว่ย กล่าวว่า ตลาดสมาร์ทโฟนในภูมิภาคอาเซียนมีการเติบโตอย่างรวดเร็วซึ่งปีนี้ยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนของหัวเว่ยในภูมิภาคนี้มีการเติบโตกว่า3 เท่าจากปีที่ผ่านมา โดยในประเทศไทยมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 3 % จากจำนวนตลาดรวมทั้งหมด 10 ล่านเครื่อง ส่วนในพม่า หัวเว่ย มีส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟน เป็นอันดับ1 โดยมีกว่า 60 %อย่างไรก็ดีสำหรับประเทศไทย ซึ่งสมาร์ทโฟนของหัวเว่ยยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักเพราะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากการทำตลาดแบบธุรกิจกับธุรกิจหรือรับจ้างผลิตมาเป็นการขายให้กับผู้บริโภคแต่บริษัทก็มีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง และจะเน้นตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยมมากขึ้นโดย "หัวเว่ย แอสเซนด์ เมท เซเว่น” ที่เปิดตัวในครั้งนี้ จะสะท้อนถึงพัฒนาการของสมาร์ทโฟนหน้าจอขนาดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพการทำงานอันชาญฉลาดประหยัดพลังงานยิ่งขึ้นและความสะดวกสบายทั้งยังโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีระบบสัมผัสลายนิ้วมือทั้งนี้ "หัวเว่ย แอสเซนด์ เมท เซเว่น "ถือเป็นสมาร์ทโฟน หน้าจอขนาด 6นิ้วรุ่นแรกในตลาดสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบสัมผัสลายนิ้วมือซึ่งเป็นการปฏิวัติรูปแบบการใส่รหัสผ่านในอดีตช่วยให้ผู้ใช้ปลดล็อกโทรศัพท์ได้เร็วขึ้นถึง 80%เมื่อเปรียบเทียบกับอุปกรณ์ที่ใช้ระบบการรับรู้แบบวาดปลายนิ้วลงบนหน้าจอและตอบสนองช้ากว่า มีการดีไซน์แบตเตอรี่ให้มีขนาดใหญ่ในเครื่องที่บางยิ่งขึ้นทำให้สามารถใช้งานได้นานถึง 2วันติดต่อกัน ในโหมดการทำงานแบบปกติ ตัวเครื่องบางเพียง 7.9 มิลลิเมตร น้ำหนักเบาเพียง 185 กรัม ทำจากโลหะมากกว่า 95% มีให้เลือก2สีคือ สีเงินและสีดำ ราคา16,990 บาท
วันนี้(30ตค.57)ที่ห้องเวิลด์บอลรูม ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ บริษัท ฟูจิ ซีร็อกซ์ (ประเทศไทย) จัดงานแสดงเทคโนโลยีด้านการพิมพ์หรือDocuWorld 2014ขึ้น โดยนายโคจิ เทสึกะ ประธาน บริษัทฟูจิ ซีร็อกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ได้จัดงานดังกล่าวขึ้นระหว่างวันที่30-31 ตุลาคมนี้ เพื่อแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีของฟูจิ ซีร็อกซ์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ 1.การแสดงผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี 2. โซลูชั่นการบริหารจัดการเอกสารในองค์กรอย่างมืออาชีพและ 3. งานสัมมนาจากผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ โดยแนวคิดการจัดงานในปีนี้ คือ Smarter Communication for YourBusiness Growth หรือ “การสื่อสารที่สมาร์ทกว่าเพื่อการเติบโตทางธุรกิจ” เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันที่การทำงานต้องรวดเร็ว ยืดหยุ่น ไร้อุปสรรคเมื่อต้องทำงานนอกสถานที่ให้การติดต่อสื่อสารมีความคล่องตัว ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นสื่อที่นำเสนอออกไปและการเข้าถึงสื่อต่างๆ ส่งผลให้การทำงานระบบเดิมๆ จะเปลี่ยนไปเป็นระบบใหม่ที่สมาร์ทกว่า มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานมากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจนั้นๆ ทั้งนี้ฟูจิ ซีร็อกซ์ในฐานะผู้นำทางด้านธุรกิจเครื่องมัลติฟังก์ชั่นและการบริหารจัดการงานเอกสารในประเทศไทย มากว่า 48 ปี ได้พยายามปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอผลิตภัณฑ์จากเดิมที่เป็นเพียงแค่เครื่องมัลติฟังก์ชั่นหรือแท่นพิมพ์มาเป็นการนำเสนอโซลูชั่นสำหรับการบริหารจัดการงานเอกสารในองค์กรการจัดการกระบวนการทำงานในองค์กรที่มีความซับซ้อนให้เป็นระบบที่ง่ายต่อการจัดการมากขึ้นด้วยโซลูชั่นที่ออกแบบได้ตามความต้องการของลูกค้าและการให้บริการผลิตภัณฑ์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลกตอบสนองความต้องการของทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็กหรือองค์กรใหญ่ที่มีหลายสาขาทั่วโลกเพื่อให้ลูกค้าสร้างความได้เปรียบในการดำเนินธุรกิจ ให้สามารถขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้าและเป็นผู้นำตลาดได้ในที่สุด สำหรับในงาน ฟูจิ ซีร็อกซ์ ได้นำเสนอ Light Communication Tool หรือ LCT โซลูชั่นรูปแบบใหม่ที่รวมเอาสุดยอดผลิตภัณฑ์ซอฟท์แวร์สำหรับการจัดการงานเอกสารและระบบให้บริการเชิงรุกหลังการขายอย่าง Electronic Broadband Partnerships(EP-BB) มาไว้ด้วยกัน รวมถึง Customized Solution ต่างๆ ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ตามความต้องการขององค์กรในส่วนผลิตภัณฑ์เครื่องมัลติฟังก์ชั่นนั้น ทางบริษัทฯได้มีการเปิดตัวเครื่องมัลติฟังก์ชั่น A4 ขนาดเล็ก 2 รุ่นด้วยกันคือ ApeosPort-VC3320 (เครื่องสี) และ ApeosPort-V 4020 (เครื่องขาว– ดำ)