กสท ปลื้ม ธุรกิจอีอ๊อคชั่นครึ่งปีแรกช่วยประหยัดงบภาครัฐกว่า 1 พันล้านบาท เล็งขยายแชร์ปีหน้าพุ่งเป้าหน่วยงานรัฐส่วนกลาง ล่าสุดปรับยกแผงระบบฮาร์ดแวร์ พร้อมเพิ่มทีมขายเจาะหน่วยงานรัฐส่วนกลาง – ปริมณฑล รองรับตลาดคึกคักปีหน้าหวังเติบโต 10% นายเปรมชัย ใจกว้าง ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ผู้ให้บริการ CAT e-Auction เปิดเผยว่า ครึ่งปีที่ผ่านมาว่าได้จัดประมูลแล้ว กว่า 5,800 ครั้ง สามารถประหยัดงบประมาณภาครัฐกว่า 1,400 ล้านบาท โดยบริการทำรายได้กว่า 64 ล้านบาท ขณะที่รายได้ครึ่งปีหลังมีแนวโน้มลดลง จากการที่รัฐบาลเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณปลายปี 57 ซึ่งเปิดโอกาสให้หน่วยงานใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้างอื่น ๆ นอกเหนือจากการประมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยคาดว่าสิ้นปีจะมีรายได้รวมประมาณ 110 ล้านบาท โดยหากการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐบาลกลับสู่แนวทางปกติในปีงบประมาณ 58 เชื่อว่าตลาด e-Auction จะกลับมาคึกคักจากหลายโครงการที่คาดว่าจะผ่านการอนุมัติของ ครม. อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน CAT e-Auction มีส่วนแบ่งสูงสุดในตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์กว่า 30% ปีหน้าตั้งเป้าเติบโตเพิ่ม 10% จากฐานลูกค้าเดิมในส่วนภูมิภาคร่วมกับการเพิ่มทีมขายส่วนกลางเพื่อขยายบริการเข้าถึงหน่วยงานราชการในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมากขึ้น โดยการจัดกิจกรรมสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย สร้างการรับรู้และมั่นใจในบริการประมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของ CAT ที่สามารถให้บริการทั่วประเทศ “แต่ละปีเราจัดประมูลจำนวนมากแต่ทำรายได้หรือกำไรไม่สูง เพราะเน้นบริการประชาชน สามารถให้บริการจัดประมูลอย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่ผ่านสำนักงานของ CAT ทุกจังหวัด ล่าสุดได้ปรับปรุงระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่าย และซอฟต์แวร์พร้อมทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ปรับปรุงให้ทันสมัยสอดคล้องกับข้อกำหนดของกรมบัญชีกลาง ช่วยอำนวยความสะดวกโปร่งใสและประหยัดงบประมาณให้กับการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานราชการทุกระดับตั้งแต่ส่วนกลางรวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง อบจ. อบต. และเทศบาล”.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทโอ่ธุรกิจอีอ๊อคชั่นช่วยประหยัดงบรัฐ
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















วันนี้( 2 ตุลาคม 2557) ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. ร่วมกับมูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดแถลงข่าวการประกาศผลรางวัลนวัตกรรม ประจำปี 2557 จำนวน 3 รางวัลคือ รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย และ รางวัลการออกแบบเชิงนวัตกรรม โดยจะมีพิธีมอบรางวัลอีกครั้งในวันที่ 5 ตุลาคม2557 ซึ่งเป็นวันนวัตกรรมแห่งชาติ นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล กรรมการนวัตกรรมแห่งชาติปฎิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการ สนช. เปิดเผยว่าสนช.ส่งเสริมและสนับสนุนการประกวดรางวัลนวัตกรรมต่อเนื่องทุกปี ทั้งด้านรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติรางวัลนวัตกรรมข้าวไทย และรางวัลการออกแบบเชิงนวัตกรรม เพื่อกระตุ้นให้เกิดการนำนวัตกรรมมาใช้ในการพัฒนาประเทศ สำหรับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ที่ปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 10มีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดจำนวน130 ผลงาน แบ่งรางวัลเป็น 2 ประเภทโดยผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศด้านสังคม คือ GermGuard (เจิร์มการ์ด ) ผลงานของบริษัท อินโนเวทีฟ ฟิลเทรชั่น เทคโนโลยี (ไอเอฟที) ซึ่งเป็นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่เคลือบด้วยสารสกัดจากเปลือกมังคุด ปัจจุบันพัฒนาเป็นแผ่นปิดแผลฆ่าเชื้อโรคลดการติดเชื้อ ส่วนรางวัลชนะเลิศด้านเศรษฐกิจ คือ Redika (เรดิก้า)นวัตกรรมวัสดุคอมโพสิทจากยางรถยนต์รีเคลม ของบริษัท เรดิเจน จำกัด ที่เพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือทิ้งโดยนำ ยางรถยนต์ใช้แล้วและพลาสติกรีไซเคิล มาทำเป็นวัสดุคอมโพสิทที่มีความแข็งแรง สามารถนำไปผลิตเป็นชิ้นส่วนอุตสาหกรรม ยานยนต์และก่อสร้าง มีราคาถูกและสามารถปรับสมบัติได้อย่างหลากหลายตามที่ลูกค้าต้องการ ศ.ดร.พิชญ์ ศุภผล ผู้บริหารบริษัทอินโนเวทีฟ ฟิลเทรชั่น เทคโนโลยี (ไอเอฟที) จำกัด เปิดเผยว่า เจิร์มการ์ดเป็นนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่เคลือบด้วยสารสกัดจากเปลือกมังคุดที่เหลือทิ้งจากภาคการเกษตร โดยใช้การกักเก็บสารด้วยวิธีการเอ็นแคปซูเลชั่น( encapsulation) ก่อนนำมาเคลือบบนหน้ากากอนามัยและแผ่นกรองอากาศ ทำให้คงฤทธิ์ได้ถึง 3ปีก่อนการใช้งาน มีความสามารถในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียก่อโรคทั้งชนิดแกรมบวกและแกรมลบรวมถึงเชื้อไวรัสและเชื้อราบางชนิด ปัจจุบันบริษัทฯมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยทำเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายรวมถึงเป็นแผ่นปิดแผลสำหรับผู้ป่วยแผลไฟไหม้-น้ำร้อนลวกเบาหวาน แผลติดเชื้อ ซึ่งวัสดุชนิดนี้มีนอกจากมีสมบัติการฆ่าเชื้อโรแล้ว ยังสามารถลดอาการบาดเจ็บ ลดอาการติดเชื้อมีฤทธิ์สมานแผลและมีราคาถูก ลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศอีกด้วย ด้านรางวัลนวัตกรรมข้าวไทย ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานมูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประธานกรรมการตัดสินรางวัล ดังกล่าวเปิดเผยว่า มูลนิธิฯ ร่วมกับ สนช.จัดการประกวดรางวัลนวัตกรรมข้าวไทย มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 โดยมุ่งหวังยกระดับอุตสาหกรรมข้าวไทยให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ทั้งระบบด้วยองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและที่สำคัญคือการสร้างความแตกต่างให้กับผลผลิตข้าวด้วยความคิดสร้างสรรค์และภูมิปัญญา ทั้งนี้ผลการตัดสินรางวัลนวัตกรรมข้าวไทยประจำปีนี้ ผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่ง ระดับอุตสาหกรรม คือฟองข้าวสุรดา ฟองน้ำห้ามเลือดทางศัลยศาสตร์จากแป้งข้าวเจ้าของบริษัทบุณยนิตย์วัสดุแพทย์ จำกัด ซึ่งเป็นการนำแป้งข้าวเจ้าดัดแปรมาพัฒนาเป็นวัสดุที่มีรูพรุนแล้วฆ่าเชื้อด้วยรังสีแกมมา สามารถใช้ห้ามเลือดกับแผลผ่าตัดที่บริเวณอวัยวะอ่อนนุ่มภายในร่างกายคุณภาพใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากเจลลาตินที่นำเข้าจากต่างประเทศแต่ราคาถูกกว่า 3เท่าเหมาะสำหรับเป็นวัสดุการแพทย์ทางเลือกสำหรับผู้ป่วยที่มีรายได้น้อย นอกจากนี้รางวัลนวัตกรรมข้าวไทยยังมอบรางวัลพิเศษให้แก่ผลงาน “นาโนซิลิกอน” สำหรับใช้เป็นขั้วไฟฟ้าในแบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออนจากภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เนื่องจากเป็นผลงานที่มีศักยภาพด้านนวัตกรรม โดยเป็นผลิตภัณฑ์นาโนซิลิกอน ที่มีวัสดุดิบมาจากแกลบวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการสีข้าวนำมากระบวนการรีฟลักซ์ด้วยกรด นำไปเผาในอากาศที่อุณหภูมิประมาณ 500-700องศาเซลเซียส จะได้ซิลิกาบริสุทธิ์แล้วนำไปผสมกับแมกนีเซียม ผ่านกระบวนการเผาในบรรยากาศก๊าซอาร์กอนจะได้ผงนาโนซิลิกอนที่มีขนาดอนุภาค15-20 นาโนเมตร มีความสม่ำเสมอของอนุภาค และความบริสุทธิ์สูง โดยสามารถนำไปผลิตเป็นขั้วไฟฟ้าแอโนดในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และรถยนต์ไฟฟ้าซึ่งมีสามารถเก็บประจุไฟฟ้าได้สูงกว่าวัสดุแกรไฟต์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันสูงถึง 12เท่า ส่วนรางวัลการออกแบบเชิงนวัตกรรม ประจำปีนี้ รางวัลชนะเลิศด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์คือ“P-sync” อุปกรณ์เหนี่ยวนำการเป็นสัดสำหรับวัวเนื้อและวัวนมแบบพลาสเตอร์ฮอร์โมนติดผิวหนัง จากคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และรางวัลชนะเลิศด้านการออกแบบอาหาร คือ “ทำมานาน” น้ำตาลมะพร้าวทรายทอง จาก บจก.ชีวาดี โปรดักส์ ที่พัฒนาสารให้ความหวานรูปแบบใหม่ที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำมีวิตามินและแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์จากใยอาหารของธัญพืช
นางวนิดา แสงแก้ว ผู้อำนวยการฝ่ายอุปกรณ์สื่อสารไอทีและมัลติมีเดีย บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันการดำเนินธุรกิจโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เข้าช่วยของประเทศไทย มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีโอกาสเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต ประกอบกับสินค้าไอทีมีราคาลดลงซึ่งจะช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลในเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียง่ายขึ้น ล่าสุดได้เปิดตัวร้านค้าออนไลน์ "EduZone by Loxley" บนเว็บไซต์ช็อปปิ้งยอดนิยมอย่างลาซาด้า (Lazada)นางวนิดา กล่าวว่า จุดประสงค์หลักของการเปิดร้านค้าออนไลน์เพื่อต้องการช่วยกระตุ้นการศึกษาของเด็กไทย อีกทั้งยังตั้งเป้าให้เป็นศูนย์รวมสินค้าออนไลน์เพื่อการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศภายในสิ้นปี ทั้งนี้ได้มีการจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับการศึกษาทุกประเภทในราคาถูกกว่าท้องตลาด อาทิ ชุดนักเรียน หนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์ทดลองด้านวิทยาศาสตร์ เป็นต้น