วันนี้(8 ม.ค.) น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) เปิดเผยว่า เดือน ม.ค.จนถึงต้นเดือน ก.พ. 57 นี้อุณหภูมิของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะเพิ่มขึ้นประมาณ 1-2 องศาเซลเซียลจากปกติในพื้นที่แนวราบอยู่ที่ 14 องศาเซลเซียลก็จะขึ้นมาที่ 16-17องศาเซลเซียลและจะกลับมาหนาวอีกประมาณ 2 วันครั้ง ส่งผลให้อุณหภูมิในภาคดังกล่าวหนาวสลับร้อนจึงเกิดหมอกหนาขึ้นส่งผลกระทบให้สนามบินบางจังหวัดโดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือเครื่องบินไม่สามารถบินขึ้น-ลงได้ อย่างไรก็ตามในช่วงนี้ยังถือเป็นช่วงที่น่าท่องเที่ยวอยู่จึงอยากเตือนนักท่องเที่ยวที่ยังคงเดินทางท่องเที่ยวภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้ระมัดระวังการจราจรโดยเฉพาะการเดินทางในช่วงเช้าเนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นและไม่นิ่งจะทำให้เกิดหมอกควันหนาบนท้องถนนทำให้การมองเห็นเป็นไปด้วยความลำบาก "เดือน ม.ค.ทั้งเดือนจนถึงต้นเดือน ก.พ.ภาคที่จะต้องเจอกับหมอกควันและมีผลกระทบกับการบินคือภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือและกรุงเทพฯในบางพื้นที่อุณหภูมิจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2 องศาเซลเซีลและจะลดลงสลับกันไป ดังนั้นนักท่องเที่ยวควรตรวจสอบเส้นทางการจราจรหากต้องเดินทางในช่วงเช้าก็ควรระมัดระวังหมอกควันเป็นพิเศษด้วย"น.อ.สมศักดิ์กล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ศูนย์เตือนภัยฯ เตือนเหนือ-อีสานเสี่ยงเจอหมอกหนากระทบการเดินทาง
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















วันนี้(8ม.ค.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า จากสถิติของ สำนักงานกสทช.พบว่า ปี 2556 มีการนำเข้าเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล(ทีวีดิจิทัล)รวม 26 รุ่น จำนวน 67,264 เครื่อง กล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล หรือ เซต ทอป บ็อกซ์ ดีทีบี – ที2 รวม 4 รุ่น จำนวน 232,040 เครื่อง และมีการผลิตเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล(ทีวีดิจิทัล)เองในประเทศรวม 36 รุ่น จำนวน 21,430 เครื่อง เซต ทอปบ็อกซ์ ดีทีบี – ที 2 รวม 10 รุ่น จำนวน 323,250 เครื่อง จากสถิติดังกล่าวแสดงถึงแนวโน้มการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ของประเทศไทยที่รองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่โทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล(ฟรีทีวี) ที่จะเริ่มส่งสัญญาณแพร่ภาพออกอากาศ24 ช่อง ในวันที่ 1 เม.ย.57 ในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร นครราชสีมา เชียงใหม่ และสงขลา เดือน พ.ค. 57 จะขยายการออกอากาศเพิ่มอีก 3จังหวัด ในจังหวัดอุบลราชธานี สุราษฎร์ธานีและระยอง และในวันที่ 1 มิ.ย.57 จะส่งสัญญาณครอบคลุมพื้นที่เพิ่มอีก 4 จังหวัด คือ สิงห์บุรี สุโขทัย ขอนแก่น และอุดรธานี ทำให้ในครึ่งปี 57 โครงข่ายโทรทัศน์ระบบดิจิทัลภาคพื้นดินจะครอบคลุมพื้นที่11 จังหวัด 10 ล้านครัวเรือนคิดเป็น 50% ของครัวเรือนทั่วประเทศ “ประชาชนที่สนใจจะทดลองรับชมโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลในขณะนี้ที่มีการทดลองออกอากาศคู่ขนานไปกับโทรทัศน์ระบบอะนาล็อก สามารถเลือกซื้อเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์และ เซต ทอป บ็อกซ์ ที่มีตรารับรองมาตรฐานโดยสังเกตสติ๊กเกอร์น้องดูดีที่ผลิตภัณฑ์เพื่อความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์นั้นได้มาตรฐานและสามารถรับชมโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลได้จริง”นายฐากรกล่าว นายฐากรกล่าวว่า นอกจากนี้ยังพบ สถิติการขอออกเครื่องหมายแสดงการได้รับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลแบบที่มีจอภาพแสดงผลหรือ Integrated Television (iDTV)ที่ผ่านการจดทะเบียนจากสำนักงาน กสทช.มีจำนวน 56 รุ่น 165,996 เครื่อง ซึ่งไม่ต้องขอรับอนุญาตตาม พ.ร.บ. วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 แต่ต้องขอออกเครื่องหมายแสดงการได้รับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐาน ตามประกาศ กสทช.เรื่องการตรวจและรับรองมาตรฐานของเครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์ในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์พ.ศ. 2556 ตามจำนวนที่จะขอทำ หรือนำเข้า
นายสาคร ชนะไพฑูรย์ รองผู้อำนวยการ รักษาการผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ หรือ อพวช. เปิดเผยว่า อพวช. ได้เปิดตัวโดมภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ พร้อม 3 นิทรรศการชุดใหม่ขึ้น โดย โดมภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ หรือท้องฟ้าจำลอง จะเป็นพื้นที่ให้บริการใหม่ในพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ซึ่งฉายภาพยนตร์ด้วยเครื่องฉายดาวแบบดิจิตอลเลนส์เดี่ยว ผ่านเลนส์ตาปลา (Fish Eye) ไปยังจอโค้งเหมือนรูปท้องฟ้าที่เรียกว่า Full Dome ซึ่งจะให้ความรู้สึกเสมือนอยู่ในเหตุการณ์จริงตลอดการเข้าชม ส่วน 3 นิทรรศการใหม่จะประกอบด้วย นิทรรศการระบบอัตโนมัติและวิทยาการหุ่นยนต์ ซึ่งเป็นนิทรรศการที่ให้ความรู้เกี่ยวกับหลักการพื้นฐานของระบบอัตโนมัติและวิทยาการหุ่นยนต์ นิทรรศการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ผู้ชมจะได้เรียนรู้กลไกและหลักการของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลกระทบที่เกิดขึ้น แนวทางในการลดผลกระทบ และการแก้ไขปัญหา รวมทั้งการสร้างความตระหนักด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม และนิทรรศการ Science On The Move จะเป็นชุดนิทรรศการเคลื่อนที่ที่ อพวช. พัฒนาร่วมกับศูนย์วิทยาศาสตร์ Questacon ประเทศออสเตรเลีย โดยนิทรรศการชุดนี้จะออกเดินทางไปกับคาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช. ชุดใหม่สายด่วน ที่เรียกว่า Science Express ซึ่งเข้าถึงพื้นที่ให้บริการได้อย่างสะดวก ด้วยขนาดเล็กกะทัดรัด และยังสะดวกในการ ขนย้ายและติดตั้ง เหมาะสำหรับพื้นที่จัดแสดงขนาด 200 – 400 ตารางเมตร โดยสามารถรองรับผู้เข้าชมได้ครั้งละ 250 คน ทั้งนี้ โดมภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ เปิดให้บริการวันละ 5 รอบ ปัจจุบันฉายภาพยนตร์ 3 เรื่อง ได้แก่ กำเนิดระบบสุริยะ บันทึกการเดินทางสู่โลก และ 3,000 ปีแห่งดาราศาสตร์ ส่วนนิทรรศการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และนิทรรศการระบบอัตโนมัติและวิทยาการหุ่นยนต์ เป็นนิทรรศการถาวรที่จัดแสดง ณ บริเวณชั้น 4 และ 5 ในพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ อพวช. คลองห้า ปทุมธานี สนใจสอบถามรายละเอียดการเข้าชมได้ที่ กองการตลาดและบริการ สำนักพัฒนาธุรกิจและการตลาด อพวช. โทร. 0 2577 9999 ต่อ 2101 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.nsm.or.th